Home Tags Music

Tag: Music

‘Ceremony’ และ ‘In A Lonely Place’ สองเพลงสุดท้ายที่ ”เอียน เคอร์ติส” (Ian Curtis)...

''จอย ดิวิชั่น'' (Joy Division) คือวงดนตรี ที่เป็นต้นกำเนิดแนวเพลงโพสต์พังก์ (Post-punk)ที่ทรงอิทธิพลอย่างมากในยุค 1980's โดยต้นกำเนิดของวง อยู่ที่เมืองซัลฟอร์ด (Salford)ซึ่งเป็นปริมลฆลของเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ โดยฟอร์มวงระหว่างปี 1978-1980แต่เรื่องราวของวงจบลงด้วยเรื่องราวน่าเศร้าสลด...หลัง ''เอียน เคอร์ติส'' (Ian Curtis) นักร้องนำของวง และ เป็นคนที่แต่งเนื้อร้องอันหม่นหมองเหมือนบทกวีอาภัพ แบบที่หาตัวจับได้ยาก....(ซึ่งอาจจะมาจากปัญหาส่วนตัวของเขาเอง)ได้ทำการฆ่าตัวตายในเดือนพฤษภาคมปี 1980 ช็อกวงการเพลงอินดี้ในขณะนั้นไปตามๆกันเพราะเกิดเหตุ หลังจากวงพึ่งเสร็จจากการทำอัลบั้ม EP ที่มีซิงเกิ้ลอย่าง ''Love Will Tear Us Apart''

Pulp – Common People ‘เธอจะไม่มีชีวิตเหมือนคนทั่วไปหรอก’ สุดยอดเพลงบริทป็อปเสียดสีสังคม

สำหรับผมแล้ว นี่คือหนึ่งในสุดยอดเพลงแนวบริทป็อป (Britpop) ที่ดีที่สุดที่เคยเขียนขึ้นมาครับเมื่อพูดถึงเพลง ''Common People'' ของวง ''Pulp '' วงดนตรีอังกฤษ จากเมืองเชฟฟิลด์และเป็นหนึ่งในวงอัลเทอร์เนทีฟ-ร็อก (Alternative Rock) ที่โด่งดังมากๆในยุค 90'sหรือในยุคที่สหราชอาณาจักร (UK) มีวัฒนธรรมดนตรี 'บริทป็อป' ที่สร้างกระแสไปทั่วโลกและ Pulp เองก็ถือเป็นอีกวงดนตรีที่สร้างเพลงแนว 'บริทป็อป' ได้โดดเด่นมากๆเช่นเพลง ''Common People'' ที่มีเนื้อหาเพลงเกี่ยวกับ การเสียดสีสังคมชนชั้นกลางโดยเฉพาะกับคนรวย ที่บอกว่าอยากจะใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปแต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาเหล่านี้จะไม่มีวันได้ใช้ชีวิตแบบคนทั่วไปหรอก...

I’d like to buy the world a Coke (ฉันอยากจะซื้อโค้กให้โลก) โฆษณาโค้ก ที่เปลี่ยนโลกในยุค...

เชื่อว่าทุกคนคงเคยเห็นโฆษณาน้ำอัดลม ของเครื่องดื่มโคคา-โคล่า (Coca-Cola) มากันนับไม่ถ้วนเพราะเครื่องดื่มโคคา-โคล่า คือบริษัทเครื่องดื่มน้ำอัดลม ที่มีมูลค่าส่วนแบ่งทางตลาดมากที่สุดตั้งแต่ถูกผลิตขึ้นมาเมื่อปี 1886 ก่อนที่จะกลายเป็นเครื่องดื่มน้ำอัดลม ที่ขายดีไปทั่วโลกทำให้มีโฆษณามากมายจากโคคา-โคล่า หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของโค้ก (Coke)โดยเฉพาะในยุคของ โฆษณาทางโทรทัศน์ (Television Commercials)ที่จะช่วยให้ผู้คนจดจำแบรนด์ ได้ง่ายที่สุด เช่นสโลแกน หรือ เพลง ที่นิยมใช้กันในยุค 1950-1990เพราะคำพูดที่คุ้นหู หรือเพลงดีๆที่คุ้นหู มักจะทำให้คนจดจำแบรนด์ได้ง่ายที่สุดซึ่งในการตลาดระดับโลก (Global marketing) ความเป็น 'แบรนด์' ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากๆดังนั้นโฆษณาจึงต้องขายความเป็นแบรนด์ มากกว่าการขายโปรดักส์โดยตรง...

Baby It’s Cold Outside เพลงเล่นตัวน่ารักๆจากยุค 40 ที่ถูกคนบางกลุ่มสมัยนี้ตีความว่าเป็นเพลงข่มขืน!

ใครจะเชื่อว่าวันหนึ่ง บทเพลงช่วงคริสมาสต์ที่ใครๆต่างหลงรัก อย่าง 'Baby, It's Cold Outside'ที่ถูกนำไปประกอบภาพยนตร์ Musical และถูกนำมาร้องใหม่ด้วยศิลปินมากมายนับไม่ถ้วนจะถูกตราหน้าว่าเป็นเพลง 'Date rape' หรือเพลงหลอกข่มขืน (มอมเหล้า) เสียอย่างนั้นจนมีรายการวิทยุบางรายการ และบางสถานีเลือกที่จะแบนเพลงนี้ โดยจะไม่เปิดให้ผู้ฟังหากมีการรีเควสร้องขอเข้ามาทางรายการ จนทำให้โลกอินเตอร์เน็ตเสียงแตกไปตามๆกัน...(ที่เสียงแตกคือมีคนมาค้านจนเสียงแตกต่างหากล่ะครับ)'Baby, It's Cold Outside' หนึ่งในเพลงขวัญใจช่วงคริสมาสต์ เป็นบทเพลงที่ถูกเขียนตั้งแต่เมื่อปี 1944โดย Frank Loesser (แฟรงค์ โรทเซอร์) นักแต่งเพลงละครเวที และกลายเป็นเพลงโด่งดังเมื่อภาพยนตร์ Musical เรื่อง Neptune's Daughter (1949) ได้นำไปเป็นบทประกอบฉากในเรื่อง

Slint – Spiderland หนึ่งในอัลบั้มเพลง Underground rock ที่ยอดเยี่ยมที่สุด!

คุณเชื่อไหมครับ...ว่าจะมีวงดนตรีวงหนึ่ง ที่ทำอัลบั้มสตูดิโอออกมาเพียง 2 อัลบั้มเท่านั้นแต่ 1 ในนั้นเป็นอัลบั้มที่เข้าใกล้กับคำว่าเฟอร์เฟคมากที่สุด...แบบว่าอยู่ดีๆก็ทำออกมาแล้วกลายเป็นตำนานเลย มันมีจริงๆนะครับสิ่งนั้นเกิดขึ้นกับวงดนตรีแนว Post-rock ที่ชื่อว่าวง 'Slint' (สลินท์) กับอัลบั้ม 'Spiderland'ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ 2 ของวง และปล่อยออกมาในปี 1991 หลังจากนั้น Slint แม่งก็ยุบวงเลยครับ!ปล่อยให้อัลบั้มนี้กลายเป็นที่ฮือฮา แบบไม่ต้องการความเข้าใจใดๆ!จนกลายเป็นอัลบั้มแนว Underground rock ที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งยุค 90 อัลบั้มหนึ่ง

Tchaikovsky – 1812 Overture เมื่อครั้นเสียงปืนใหญ่ถูกนำมาใส่บทประพันธ์เพลงคลาสสิค!

การจับเอาเสียงประกอบจากสิ่งต่างๆรอบข้างมาประกอบในการอัดเสียง ปัจจุบันมักพบได้ทั่วไปเพราะถือเป็นอีกวิธีการทำเพลงที่พบได้จำนวนมาก แต่คงไม่มีครั้งไหนบันเทิงและโหดเท่าPyotr Ilyich Tchaikovsky (ปิออตร์ อิลิช ไชคอฟสกี) นักประพันธ์ดนตรีคลาสสิคชาวรัสเซียที่หยิบเอา ''ปืนใหญ่'' มาใส่ไว้ในบทประพันธ์เพลงชื่อดังอย่าง '1812 Overture' ในปี 1880โดยเป็นบทประพันธ์เพลง เพื่อเฉลิมฉลองการรำลึกชัยชนะของกองทัพรัสเซียในการต้านการรุกรานของกองทัพฝรั่งเศส ที่นาโปเลียนขนทัพใหญ่เข้ารุกรานในปี 1812นอกจากนี้ยังใช้เป็นเพลงฉลองช่วงจุดดอกไม้ไฟของวันประกาศอิสรภาพ สหรัฐอเมริกาอีกด้วย

The Chi-lites – Have You Seen Her คุณเห็นเธอหรือเปล่า?

The Chi-Lites (เดอะ ไชน์-ไลซ์) คือหนึ่งในบรรดาวง R&B, Soul ในยุครุ่งเรือง 60-70sที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดอีกหนึ่งวง ด้วยผลงานเพลงอมตะมากมายในชาร์ต Billboardและที่ดังที่สุดในยุคก็คงหนีไม่พ้นเพลง 'Oh Girl' และ 'Have You Seen Her' ซึ่งเพลง 'Have You Seen Her' ในปี 1971 ของ The Chi-Lites นั้นยังคงถูกเปิดฟังอย่างไม่ขาดสายด้วยยอดวิวใน Youtube สูงถึง 60 ล้านวิวเข้าไปแล้ว...

Van Morrison – Tupelo Honey เธอสบายดี…เธออยู่กับผมเธอสบายดี

Van Morrison (แวน มอร์ริสัน) คือนักดนตรี-แต่งเพลง ที่ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดแห่งยุค 70'sผลงานของ Van Morrison นั้นยังตราตรึงในบรรดาแฟนเพลงมากมายหลายเพลงนักเพราะนักร้องจากไอร์แลนด์เหนือรายนี้ มักจะเขียนเพลงด้วยภาษาที่ไพเราะ พร้อมทำนองที่ลื่นหูด้วยแนวดนตรี Rock, Soul, Folk ที่ได้กลิ่นอายดนตรีข้ามทะเลมากจากฝั่งอเมริกันโดยเฉพาะเพลงแนวโรแมนติกของ Van Morrison ที่มีนับ 10 กว่าเพลงอมตะที่โด่งดัง

Don’t Cry For Me Argentina อาร์เจนฯจ๋า อย่าร้องเพื่อฉันเลย…

เป็นความบังเอิญหลังฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนติน่า พบกับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่เรื่อยๆจนเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีน้ำตาให้ร้องไห้สำหรับความผิดหวังแล้วทำให้ผมนึกย้อนไปถึงบทประพันธ์เพลงละครเวทีคลาสสิคอย่าง 'Don't Cry For Me Argentina'ที่เหมือนจะเป็นเพลงที่ชาวอาร์เจนติน่าต้องการมากที่สุดในเวลาเช่นนี้...แน่นอนว่าเมื่อเป็นเพลงละครเวที เพลง 'Don't Cry For Me Argentina'  จึงถือว่าเป็นหนึ่งในเพลงปราบเซียนของบรรดานักร้องหญิงเลย เพราะเป็นเพลงที่ร้องค่อนข้างยากและตราตรึงใจจากเนื้อหาบทเพลงที่ประพันธ์กลั่นออกมาจากชีวประวัติของผู้หญิงคนหนึ่งที่ชาวอาร์เจนไตน์เคยทั้งรักทั้งเกลียดในเวลาเดียวกัน...

The Vapors – Turning Japanese ผมกลายเป็นคนญี่ปุ่นแล้ว…ผมคิดแบบนั้นจริงๆนะ (เพลงนี้เกี่ยวกับการช่วยตัวเอง)

หนึ่งในผลงาน One-hit wonder ในยุค 80s จากวง 'The Vapors'ซึ่งเป็นวงแนว Punk rock จากอังกฤษ ที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จใดๆทั้งสิ้น (นอกจากเพลงนี้)กับเพลง 'Turning Japanese' (กลายเป็นคนญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นเพลงที่มีเนื้อหาชวนตีความได้หลายแง่และนอกจากนั้น ยังไม่ควรเปิดฟังในกลุ่มเพื่อนอีกด้วย หากว่าเพื่อนของคุณซีเรียสกับเรื่องการเหยียดหรือกลุ่มที่จำกัดตัวเองว่าเป็น PC (Political correctness) ก็ไม่น่าจะฟังเพลงนี้ได้อย่างรื่นอารมณ์นักแต่ถ้าตัดเรื่องไร้สาระขี้ปะติ๋วข้างต้นออกไป เพลงนี้คือเพลงที่เจ๋งโครตๆเพลงหนึ่งเลยทีเดียวแม้ว่าจะโดนนิตยสาร Rolling Stone วิจารณ์ว่าเป็นเพลงที่ดูโง่ที่สุดในยุคในประวัติศาสตร์เพลงป็อป

บทความยอดนิยมในช่วงที่ผ่านมา