Movies

Home Movies

21 หนังสะท้อนปัญหาสังคมของวัยรุ่น ที่ควรดูมากที่สุด!

ปัญหาสังคมของวัยรุ่น (Social Issues & Teenage) ไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัญหาส่วนตัวเท่านั้นแต่รวมไปถึง ปัญหาภาพรวมในสังคมของเด็กวัยรุ่นด้วยทั้งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในสังคม การมีเรื่องของค่านิยมใหม่ๆเข้ามาหรือ การไม่ยอมปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่สังคมวางไว้ทั้งนี้ยังรวมไปถึง ปัญหาครอบครัว หรือสังคมรอบข้าง ที่ปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยเช่นกันยกตัวอย่างเช่น ปัญหาการตั้งแก๊งทะเลาะวิวาท, ปัญหาการกลั่นแกล้ง, ปัญหาการถูกกีดกัน,ปัญหาการหลงผิด, ปัญหาการเข้ากลุ่มเพื่อน, ปัญหาการขาดความมั่นใจในตนเองไปจนถึงปัญหากับผู้ปกครอง ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาสังคมของวัยรุ่นทั้งสิ้นวงการหนัง-ภาพยนตร์ ก็มีหนังจำนวนมาก ที่พยายามถ่ายทอดเรื่องราวปัญหาสังคมของวัยรุ่นที่ล้วนช่วยให้เราทำความเข้าใจ รวมถึงมองเห็นถึงปัญหาได้ง่ายยิ่งขึ้นและทาง Aboutfriday.com ก็ได้คัดเลือกเอาจากหนังสะท้อนปัญหาสังคมของวัยรุ่นจำนวนมากตัดเหลือเพียง 21 เรื่องสุดท้าย ที่ควรดูมากที่สุด ดังต่อไปนี้ครับ

Kids (1995) หนังสะท้อนปัญหาวัฒนธรรมสังคมวัยรุ่นในยุค 90’s ที่ควรค่าแก่การรับชม!

ถ้าพูดถึงหนังที่สามารถปลุกประเด็นในเรื่องของสังคมเด็กวัยรุ่น ได้ดีที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่งคงจะหนีไม่พ้นหนังเรื่อง 'Kids' ปี 1995 ที่สามารถเล่าเรื่องราว ของสังคมเด็กวัยรุ่นอเมริกากลุ่มหนึ่งได้แบบตรงไปตรงมา จนทำให้ภาพยนตร์ติดเรท NC-17 (ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 17 ดูเด็ดขาด)แต่ต่อมาหนังเรื่อง 'Kids' สามารถแสดงให้เห็นว่า การเล่าเรื่องราวของพวกเขานั้นสามารถสะท้อนปัญหาของสังคมวัยรุ่น ในอีกด้านของวัฒนธรรมภายในสังคมยุค 90's ที่ถูกซ่อนไว้ทำให้สังคมตระหนักถึงปัญหาวัฒนธรรม ในด้านที่ไม่เคยถูกพูดถึงจริงจัง ของยุคนั้นได้ดียิ่งขึ้นรวมถึงปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในสังคมยุคนั้น อย่างปัญหาการติดเชื้อเอชไอวี และโรคเอดส์ (HIV/AIDS)โดยหนังเรื่องนี้ สามารถสร้างผลกระทบทางจิตใจ และ เปลี่ยนแปลงแนวคิดของผู้ชมได้เป็นอย่างดีซึ่งเป็นหนึ่งในหนัง ที่ควรค่าแก่การหามารับชมครับ โดยสื่ออย่าง New York Times ยกย่องให้หนังเรื่องนี้เป็น 'A Wake-up Call to The World'

Trading Places (1983) นี่ไม่ใช่แค่หนังตลกเท่านั้น แต่ยังเป็นหนังทดลองทางสังคมดีๆด้วย

Trading Places (1983) เป็นภาพยนตร์คอมเมดี้ เรท R ที่จะยกเป็นตำนาน อีกเรื่องหนึ่งเลยก็ได้เพราะแม้ว่า Trading Places (1983) จะเป็นหนังแนวคอมเมดี้เต็มตัว แต่ก็แฝงไปด้วยแนวคิดและนั่นรวมถึงบทของเรื่อง ที่พยายามเล่าถึงการทดลองทางสังคม (Social Experiment)และเสียดสีระบบทุนนิยม (Capitalism) หรือระบบเศรษกิจแบบการแข่งขันของตลาด เพื่อทำผลกำไรรวมถึงสอดแทรกประเด็น การเหยียดในสังคม (Racism) ที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมนอกจากนี้ยังเป็นหนังที่ช่วยให้เพื่อนๆ ทำความเข้าใจ กับตลาดหุ้น (Stock exchange) ได้แบบง่ายๆเพราะหนังจะพูดถึงการตลาดหุ้น สำหรับระบบการซื้อขายล่วงหน้า (Futures exchange)ที่น่าจะเป็นความรู้ ให้กับเพื่อนๆได้เยอะทีเดียวครับแม้ว่าจะเป็นแบบฮาๆ ตามประสาหนังคอมเมดี้ แต่ก็ถือเป็นบทที่เขียนได้ดี ไม่น้อยเลยครับซึ่งนับจากวันที่หนังออกฉาย จนถึงปัจจุบัน ก็เป็นเวลากว่า 30 ปีเข้าไปแล้วทำให้เราได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคมมากมายเช่นกัน

10 ภาพยนตร์น่าดู ที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับโรคเอดส์ (AIDS)

ทุกวันที่ 1 ธันวาคม ในระดับสากลนั้นถูกบรรจุไว้ว่าเป็นวันเอดส์โลก (World AIDS Day)เพื่อรณรงค์และต่อต้านยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ ที่คร่าชีวิตผู้คนกว่า 25 ล้านคนทั่วโลกรวมถึงสร้างความรู้ และช่วยเหลือผู้ป่วยหรือติดเชื้อ รณรงค์และยับยั้งการป้องกันอัตราการติดเชื้อแน่นอนว่าการเอาชนะโรคเอดส์นั้น ขึ้นอยู่กับเพื่อนๆทุกคน ที่ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันครับครั้งนี้ทาง Aboutfriday.com จึงขอใช้โอกาสนี้ นำเสนอความรู้ และเรื่องราวที่อาจจะช่วยให้เพื่อนๆทำความรู้จักและเข้าใจโรคเอดส์ (AIDS) ได้มากยิ่งขึ้น ผ่านภาพยนตร์เรื่องต่างๆที่ควรหามารับชมที่ได้นำเสนอผ่านเรื่องราวแตกต่างกันออกไปจำนวน 10 เรื่องเยี่ยม ดังต่อไปนี้ครับ (ไม่จัดอันดับ)

บทความ Opinion: Tokyo Sonata (2008) เสียงที่ไม่ได้ยิน คือเสียงที่ไม่ได้รับรู้…ภาพยนตร์สะท้อนสังคมจากญี่ปุ่นเรื่องเยี่ยม

'Tokyo Sonata' ภาพยนตร์สะท้อนปัญหาสถาบันครอบครัวและสังคม ที่ออกฉายเมื่อปี 2008ใช้ชื่อภาษาไทยที่แสนสลวยว่า 'ในวันที่หัวใจซ่อนเจ็บ' ซึ่งแทงลึกถึงเนื้อหาอย่างตรงไปตรงมาและเมื่อผ่านมา 10 ปี ดูเหมือนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ จะยิ่งทำให้เราเข้าใจถึงปัญหาในครอบครัวรวมไปถึงสังคมเมืองใหญ่ได้มากยิ่งขึ้น แม้ว่าเนื้อเรื่องจะพูดถึงปัญหาในสังคมญี่ปุ่นเองก็ตามแต่สำหรับปัญหาสถาบันครอบครัวแล้ว ถือเป็นปัญหาระดับสากลโลก ที่เราต่างพบเจอกันได้เช่นกันเมื่อปัญหาสำคัญของผู้คนในยุคนี้คือการ 'ไม่ฟัง' 'ไม่ได้ยิน' 'ไม่ได้รับรู้' เฉนกเช่นนั้น

Precious (2009) เลวร้ายกว่านี้มีอีกไหม…ภาพยนตร์สะท้อนสังคมของชีวิตเด็กหญิงอาภัพรัก

หากจะพูดถึงภาพยนตร์ที่สะท้อนเนื้อหาของชีวิตอันแสนเลวร้าย หนึ่งในเรื่องที่บาดใจผมมากที่สุด คงจะหนีไม่พ้น 'Precious' ภาพยนตร์ดราม่าปี 2009 ที่ถ่ายทอดชีวิตอันแสนบัดซบและโหดร้าย ของเด็กวัยรุ่นอเมริกันรายหนึ่งที่ชื่อว่า Precious (พรีเชียส) ในชีวิตบนสังคมแอฟริกัน-อเมริกัน และการถูกกีดกันทั้งจากสังคม&คนรอบข้าง รวมไปถึงการกีดกันทางครอบครัวจากแม่แท้ๆของเธอ ทำให้ภาพยนตร์สะท้อนสังคมเรื่องนี้ได้รับคำวิจารณ์ในระดับยอดเยี่ยม  ทั้งนี้ยังรวมไปถึงสุดยอดผลงานการแสดง ของบรรดานักแสดงหลักในเรื่องที่เล่นได้อย่างน่าทึ่งอีกด้วย     'Precious' เป็นเรื่องราวของเด็กหญิงวัยรุ่นแอฟริกัน-อเมริกัน ที่เป็นโรคอ้วนในระดับที่น่าเป็นห่วง ทั้งยังพบว่าตัวเองนั้นกำลังตั้งครรภ์เป็นครั้งที่ 2 แล้วในวัยเรียน ซึ่งเธอพยายามปกปิดว่าใครคือพ่อของเด็ก และไม่เอ่ยปากขอความเห็นใจจากใครทั้งนั้น ทำให้เธอถูกกีดกันและเป็นที่วิจารณ์ภายในสังคมของโรงเรียนจากเพื่อนๆในชั้น แต่ไม่ใช่เพียงเท่านั้น...เพราะเมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว แม่แท้ๆผู้ให้กำเนิดยังเป็นอีกคน ที่แสดงความรังเกียจและดูแคลนอย่างที่สุด ซึ่งแม่ของเธอเองไม่ได้ทำงานอะไร และรอเงินช่วยเหลือจากทางการ ที่คอยซับพอร์ตคนตกงานและหางานทำไม่ได้     ทำให้ชีวิตของเด็กหญิงคนหนึ่งต้องพบวังวนเดิมๆที่ทั้งถูกทำร้ายทางจิตใจและร่างกาย และหวังว่าสักวันจะหลุดพ้นจากก้นเหวในย่านฮาร์เลมของกรุงนิวยอร์ก ซิตี้ไปเสียที... ซึ่งความหวังของเธอดูจะไม่ไกลเกินไปนัก เมื่อเธอได้พบกับคุณครูพิเศษ และเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ ที่ดูเหมือนจะเต็มใจให้ความช่วยเหลือให้ Precious ก้าวผ่านเรื่องราวอันขมขื่นของตัวเอง   ...

บทความ Opinion: Three: อารมณ์ อาถรรพ์ อาฆาต (2002) ปังบางเรื่อง…พังบางเรื่อง!

ด้วยกระแสของภาพยนตร์สยองขวัญ ทำให้เกิดความร่วมมือกันของค่ายทำหนัง 3 สัญชาติ ได้แก่ฮ่องกง, เกาหลี, และไทย ที่ร่วมกันกำกับภาพยนตร์เรื่องสั้นจำนวน 3 เรื่องด้วยกันมารวมฉายพร้อมกันภายในชื่อเรื่อง 'Three' โดยใช้ชื่อไทยว่า 'อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต' โดยออกฉายเมื่อปี 2002 และรับเสียงวิจารณ์และรายได้มากมายจากความสำเร็จทำให้ภาคสอง ที่ได้ค่ายทำหนังสัญชาติฮ่องกง, เกาหลี และญี่ปุ่น ร่วมกันทำภาคต่อความสยอง ด้วยหนังสั้น 3 เรื่อง ในชื่อ 'Three... Extremes' โดยใช้ชื่อไทยว่า 'อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต 2' ซึ่งได้รับการตอบรับและได้รับเสียงวิจารณ์ดีกว่าภาคแรกหลายเท่าตัวนัก อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักมากกว่าในระดับโลก จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น

10 ภาพยนตร์แนว Musical ที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของออสการ์

เวทีรางวัลภาพยนตร์ Academy Awards หรือ Oscars ได้ทำการประกาศชื่อรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมากกว่า 90 เรื่องด้วยกันเข้าไปแล้ว และมีกว่า 10 เรื่องด้วยกัน ที่เป็นภาพยนตร์แนว 'Musical'หรือ 'หนังละครเวที' ที่ถูกนำมาทำในรูปแบบของภาพยนตร์เพื่อต่อยอดในด้านของโปรดักชั่นและเพิ่มบทต่างๆที่นอกเหนือข้อจำกัดของละครเวที โดยยังคงยึดเอาหลักของความเป็นละครเวทีด้วยการคงบทร้องเพลง-เต้นรำ เพื่อสื่อความหมายและความรู้สึกของตัวละครให้ผู้ชมคงเอาไว้เช่นเดิมและใช้เทคนิคสื่อสารกับผู้ชมในรูปแบบต่างๆ ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้ภาพยนตร์แนว Musical น่าจดจำซึ่งบทส่วนใหญ่แล้วจะเป็นบทภาพยนตร์ดัดแปลงและในยุค 1950s-60s นั้นถือเป็นยุคที่รุ่งเรืองของภาพยนตร์แนว Musical มากที่สุด

Little Manhattan (2005) รักครั้งแรกอันหอมหวานในวัยเด็ก

หากพูดถึงภาพยนตร์แนว 'Childhood Sweetheart' หรือ 'เพื่อนรักวัยเด็ก' ในดวงใจของหลายๆคนผมเชื่อว่าคงจะมีชื่อของ 'แฟนฉัน' ภาพยนตร์ไทยในปี 2003 ในความทรงจำกันแน่นอนเพราะได้สร้างความประทับใจและฝากความทรงจำดีๆเอาไว้มากมายและหากใครยังประทับใจกับ 'แฟนฉัน' และอยากรับชมภาพยนตร์แนวเดียวกันนี้อีกผมก็มีภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดี้ ของอเมริกา อีกหนึ่งเรื่องมาแนะนำและนี่คือ 'Little Manhattan' ภาพยนตร์แนว Coming of age/Childhood Sweetheart ในปี 2005ที่มี Josh Hutcherson (จอช ฮัทเชอร์สัน) ในวัยเด็กรับบทนำ

Belle de Jour (1967) ลึกลับ…มีเสน่ห์…เย้ายวน

ในผลงานภาพยนตร์ของ Luis Buñuel (หลุยส์ บุนเยล) มักถูกพูดถึงอยู่เสมอในเรื่องของงานศิลป์เพราะในภาพยนตร์ของเขามักเป็นพื้นที่เปิดประเด็น เพื่อให้บรรดาผู้ชมช่วยกันตีความเสมอแต่ความยอดเยี่ยมของ Luis Buñuel ยังรวมไปถึงความปราณีตเรียบง่ายในตัวภาพยนตร์เองด้วยบทภาพยนตร์ที่มักหาช่องสอดแทรกและเสียดสีสังคมอยู่ตลอดและในเรื่องของ Belle de Jour (1967) ได้กลายเป็นผลงานที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด (และน่าจะดูง่ายทีสุด)โดย Luis Buñuel หยิบงานเขียนของ Joseph Kessel ในชื่อเรื่องเดียวกันอย่าง Belle de Jour เมื่อปี 1928มาตีความใหม่ในแบบฉบับของตนเอง และกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ควรค่าแก่การหามารับชม

บทความยอดนิยมในช่วงที่ผ่านมา