Culture

Home Culture

เซินหยวน (Zhenyuan Town) เมืองจีนฝั่งใต้ เสน่ห์เมืองโอบล้อมแม่น้ำบนขุนเขา

เซินหยวน (Zhenyuan Town) ถ้าอ่านผิดขออภัยด้วยครับ เป็นเมืองเล็กๆที่น่าสนใจครับเพราะเมืองสถาปัตยกรรม แบบโบราณ ของชนชาวฮั่น (เห็นแล้วรู้เลยว่าจีนฮั่นแน่ๆ)ตั้งอยู่ในมลฑลกุ้ยโจ่ว (Guizhou) ซึ่งเมืองเซินหยวน นั้นเป็นเมืองริมท่าน้ำโอบล้อมแม่น้ำอู่หยาง (Wuyang River) ซึ่งเป็นสถานที่ล่องแพที่ค่อนข้างขึ้นชื่อมากๆครับคงจะพลาดไม่ได้ เมื่อได้ไปเยือน โดยหมู่บ้านยังถูกโอบล้อมด้วยภูเขาเล็กๆที่สามารถปีนเขาขึ้นไปรับชมธรรมชาติได้อีกด้วย 

“เหิ้งเตี้ยน” โรงถ่ายหนังจีนที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Hengdian World Studios)

อเมริกามีฮอลลีวู้ด (Hollywood Studios) มาตั้งแต่สมัยบุกเบิกวงการหนัง-ภาพยนตร์จนชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ในฐานะของเมืองแห่งวงการภาพยนตร์ที่ชื่อดังที่สุดของโลกแต่ตอนนี้ที่จีนก็มีเหิงเตี้ยน (Hengdian World Studios) มาเกทับเหมือนกัน เพราะที่นี่คือ "สถานที่ถ่ายภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก" ที่จำลองเมืองจีนในยุคต่างๆไว้หมดในผืนดินเดียวกัน แบบที่ลอกแบบเดิมได้เหมือนเป๊ะมากๆ จนกลายเป็นที่ฮือฮาก็ว่าได้

Free Hugs หรือ เชิญกอดฟรี สุดยอดแคมเปญที่ทำให้โลกอบอุ่นยิ่งกว่าเดิม

"Free Hugs" เคยเป็นคลิปวิดีโอที่มียอดวิวสูงสุดในยูทูป (Youtube) อยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงที่ยูทูปกำลังตีตลาดของอินเตอร์เน็ต ดังนั้นเชื่อว่าเพื่อนๆอาจจะเห็นผ่านตากันบ้างหากมีโอกาสใช้งานยูทูปในช่วงระหว่างปี 2006-2008 เป็นต้นว่าแต่ "Free Hugs" นั้นคืออะไรกันแน่?

เชิญชมคุกสุดหรูฮัลเดน (Halden Prison) ที่คุมขังนักโทษของประเทศนอร์เวย์

เรือนจำฮัลเดน (Halden Prison) หรือคุกฮัลเดน เรียกว่าคุกก็ดูจะกระดากปากไป (ลองอ่านดูแล้วจะเชื่อ...) เพราะเรียกว่าบ้านพักร้อน...ระยะยาวดีกว่า เนื่องจากเวลาเราพูดถึง ''คุก'' ภาพในหัวของเรานั้นต่างมองว่าคงจะเป็นสถานที่ ที่ค่อนข้างมีสภาพความเป็นอยู่ที่ขัดสน และ ไม่น่าดูเท่าไหร่ทั้งสุขอนามัยต่างๆ รวมถึงคุณภาพชีวิตอันย่ำแย่ ซึ่งก็ใช่ครับคุกหลายๆที่เป็นแบบนั้น แต่ที่คุกฮัลเดนไม่ใช่แบบนั้นครับ...เพราะนอร์เวย์เขามีมุมมองคำว่า "คุก" อีกอย่างหนึ่ง เอาเป็นว่าเราไปติดตามกันเลยดีกว่าครับ     เรือนจำ หรือ คุกฮัลเดน ถูกสร้างด้วยงบมหาศาลกว่า 160 ล้านยูโร เพื่อใช้เป็นที่คุมขังนักโทษ ที่มีประมาณเพียง 150-270 คน (ไม่เกินนี้ตั้งแต่เปิดใช้งานมาเมื่อปี 2010) และเคยลดลงต่ำสุดถึงหลักสิบด้วยครับ แต่ไม่ใช่ว่าอาชญากรรมของนอร์เวย์มีน้อยลงครับ แต่เป็นเพราะนอร์เวย์นั้นอัยการส่งฟ้องคดียากมาก...

10 หนังเรทเอ็นซี (NC-17) ที่ควรหามาดูมากที่สุด (พร้อมอธิบายถึงที่มาและปัญหาของเรทเอ็นซี-17)

ผมเชื่อว่าทุกคนเคยดูหนังติดเรทกันมาบ้างไม่มากก็น้อยครับ โดยเฉพาะหนังเรทอาร์ (R) ที่มีฉายทั่วไปซึ่งในวงการหนัง-ภาพยนตร์ ของสหรัฐอเมริกา หรือ ที่อื่นๆทั่วโลก ต่างมีหน่วยงานกำกับดูแลอยู่แล้วซึ่งของอเมริกาจะเป็นหน่วยงานที่ว่า 'Motion Picture Association of America (MPAA)'คอยกำกับดูแลหนัง-ภาพยนตร์ และ คอยจัดเรทอายุผู้ชม ก่อนออกฉายไปตามโรงหนัง หรือ ลงแผ่นโดยที่ค่ายหนังใหญ่ๆ จะส่งหนังเรื่องนั้นๆมาให้พิจารณาและหนัง ''NC-17'' หรือ 'No One 17 and Under Admitted. Clearly adult. Children are not admitted.'ก็คือ ''ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี รับชมเด็ดขาด สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น''ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหนังประมาณมีฉากเซ็กส์แบบแปลกๆ, ฉากฆ่าโหดๆ หรือ ใส่ประเด็นด้านมืดของสังคม

คาบูกิโจ (Kabukicho) ย่านท่องเที่ยวยามราตรี และ แหล่งรวมสถานบันเทิงคับคั่ง! ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด (รวมถึงข้อควรระวัง)

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีในมหานครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่างมากที่สุดแบบแทบที่จะพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า ''ต้องมาที่นี่แหละ'' ก็คือย่าน ''คาบูกิโจ'' (Kabukicho) ครับย่านท่องเที่ยวยามราตรี ที่เป็นแหล่งรวมสถานความบันเทิงทุกรูปแบบ (ย้ำว่ามีทุกรูปแบบ)ณ แขวงชินจูกุ (Shinjuku) หนึ่งในแขวง ที่มีผู้คนเดินทางพลุกพล่านมากที่สุดในโลกทำให้ย่าน ''คาบูกิโจ'' จึงเป็นสถานที่รวมแหล่งท่องเที่ยวราตรี-บันเทิง ที่เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวที่สามารถเดินเที่ยวได้แบบสบายๆครับ (ถ้าอ่านข้อควรระวังที่ทาง aboutFriday.com จะขอแนะนำไว้!)

พาชมเสาโทริอิสวยๆริมทะเล ณ ศาลเจ้าโมโตโนะ-ซุมิอินาริ (Motonosumi Inari Shrine)

บางสถานที่ท่องเที่ยว แม้ว่าจะไม่มีอะไรน่าสนใจมาก แต่เราก็สามารถอุทานออกมาว่า ''สวยจัง'' เบาๆซึ่งผมคิดว่า ''ศาลเจ้าโมโตโนะ-ซุมิอินาริ'' (Motonosumi Inari Shrine) ศาลเจ้าติดริมทะเลแห่งนี้น่าจะเข้าข่ายด้วยเหมือนกันครับ เพราะแม้สถานที่ท่องเที่ยว จะมีเพียงเสาโทริอิ (Torii) จำนวน 123 ต้นและมีศาลเจ้าของศาสนาชินโต ตั้งสถิตย์อยู่ ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวญี่ปุ่นมาอย่างช้านานแต่เพียงแค่นี้ก็มากพอแล้วครับ ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่น และ ชาวต่างชาติแวะเวียนมาถ่ายรูป และ อธิษฐานขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามความเชื่อของตนเอง

Kids (1995) หนังสะท้อนปัญหาวัฒนธรรมสังคมวัยรุ่นในยุค 90’s ที่ควรค่าแก่การรับชม!

ถ้าพูดถึงหนังที่สามารถปลุกประเด็นในเรื่องของสังคมเด็กวัยรุ่น ได้ดีที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่งคงจะหนีไม่พ้นหนังเรื่อง 'Kids' ปี 1995 ที่สามารถเล่าเรื่องราว ของสังคมเด็กวัยรุ่นอเมริกากลุ่มหนึ่งได้แบบตรงไปตรงมา จนทำให้ภาพยนตร์ติดเรท NC-17 (ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 17 ดูเด็ดขาด)แต่ต่อมาหนังเรื่อง 'Kids' สามารถแสดงให้เห็นว่า การเล่าเรื่องราวของพวกเขานั้นสามารถสะท้อนปัญหาของสังคมวัยรุ่น ในอีกด้านของวัฒนธรรมภายในสังคมยุค 90's ที่ถูกซ่อนไว้ทำให้สังคมตระหนักถึงปัญหาวัฒนธรรม ในด้านที่ไม่เคยถูกพูดถึงจริงจัง ของยุคนั้นได้ดียิ่งขึ้นรวมถึงปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในสังคมยุคนั้น อย่างปัญหาการติดเชื้อเอชไอวี และโรคเอดส์ (HIV/AIDS)โดยหนังเรื่องนี้ สามารถสร้างผลกระทบทางจิตใจ และ เปลี่ยนแปลงแนวคิดของผู้ชมได้เป็นอย่างดีซึ่งเป็นหนึ่งในหนัง ที่ควรค่าแก่การหามารับชมครับ โดยสื่ออย่าง New York Times ยกย่องให้หนังเรื่องนี้เป็น 'A Wake-up Call to The World'

Trading Places (1983) นี่ไม่ใช่แค่หนังตลกเท่านั้น แต่ยังเป็นหนังทดลองทางสังคมดีๆด้วย

Trading Places (1983) เป็นภาพยนตร์คอมเมดี้ เรท R ที่จะยกเป็นตำนาน อีกเรื่องหนึ่งเลยก็ได้เพราะแม้ว่า Trading Places (1983) จะเป็นหนังแนวคอมเมดี้เต็มตัว แต่ก็แฝงไปด้วยแนวคิดและนั่นรวมถึงบทของเรื่อง ที่พยายามเล่าถึงการทดลองทางสังคม (Social Experiment)และเสียดสีระบบทุนนิยม (Capitalism) หรือระบบเศรษกิจแบบการแข่งขันของตลาด เพื่อทำผลกำไรรวมถึงสอดแทรกประเด็น การเหยียดในสังคม (Racism) ที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมนอกจากนี้ยังเป็นหนังที่ช่วยให้เพื่อนๆ ทำความเข้าใจ กับตลาดหุ้น (Stock exchange) ได้แบบง่ายๆเพราะหนังจะพูดถึงการตลาดหุ้น สำหรับระบบการซื้อขายล่วงหน้า (Futures exchange)ที่น่าจะเป็นความรู้ ให้กับเพื่อนๆได้เยอะทีเดียวครับแม้ว่าจะเป็นแบบฮาๆ ตามประสาหนังคอมเมดี้ แต่ก็ถือเป็นบทที่เขียนได้ดี ไม่น้อยเลยครับซึ่งนับจากวันที่หนังออกฉาย จนถึงปัจจุบัน ก็เป็นเวลากว่า 30 ปีเข้าไปแล้วทำให้เราได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคมมากมายเช่นกัน

ภาพค่ายผู้อพยพชาวโรฮิงญา ในค่ายผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดในบังกลาเทศ

ปัญหาผู้อพยพพลัดถิ่นมีจำนวนไม่น้อยทั่วโลก และที่เป็นประเด็นในสังคมมากที่สุด ในช่วงปีที่ผ่านมาก็คือปัญหาการอพยพพลัดถิ่น ของกลุ่มชาติพันธุ์มุสลิมในทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ ประเทศพม่าที่เรารู้จักกันดีในชื่อ 'ชาวโรฮิงญา' (Rohingya) ที่กำลังเจอกับปัญหาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในขณะนี้ทำให้ชาวโรฮิงญาต้องอพยพลี้ภัยออกจากพม่า และเข้าไปขอรับความช่วยเหลือจากหลายประเทศโดยเฉพาะ 'บังกลาเทศ' ประเทศที่เปิดรับผู้อพยพชาวโรฮิงญามากที่สุดถึง 7 แสนคน ในปี 2017จนปัจจุบันมีชาวโรฮิงญาอพยพมากกว่า 1.1 ล้านคนในค่ายผู้ลี้ภัย

บทความยอดนิยมในช่วงที่ผ่านมา