Home Best Columns

ย้ายประเทศกันเถอะ!: แนะนำ 15 หนังที่ย้ายชีวิตไปเริ่มต้นใหม่ที่ต่างประเทศ

473

ถ้าพูดถึงประเด็นที่ถูกพูดกันในโลกออนไลน์ของประเทศไทยมากที่สุดเรื่องหนึ่ง…คงหนีไม่พ้นเรื่องการย้ายประเทศ
เมื่อคนบางกลุ่มมองว่าชีวิตในปัจจุบันไม่หมาะสมกับตนเองเท่าไหร่นัก โดยอาจจะอยากเปลี่ยนแปลงชีวิต
ด้วยการย้ายไปอยู่ต่างประเทศ เพื่อเป็นการเริ่มต้นใหม่ ซึ่งก็เป็นไอเดียที่พูดถึงกันอย่างแพร่หลาย
ซึ่งก็เพราะการย้ายถิ่นฐานไปต่างประเทศไม่ได้พึ่งจะเกิดขึ้น แต่มันมีเริ่มมาตั้งแต่สมัยมนุษย์รู้จักการเดินทางแล้ว
กระนั้นกฏเกณฑ์ต่างๆก็ถูกเพิ่มขึ้นมา ทั้งวีซ่า ฯลฯ ทำให้การเดินทางไปต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป…
หรือกระทั่งการปรับตัวกับวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่ล้วนเป็นปัญหาที่ต้องเจอทั้งสิ้น!

ทาง Aboutfriday.com จึงขอใช้โอกาสนี้ ในการแนะนำ 15 หนังที่ย้ายชีวิตไปเริ่มต้นใหม่ที่ต่างประเทศ
โดยตัวละครหลักของเรื่อง ทั้งนี้ในนี้ จะมีทั้งหนังแบบการใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ ต่างธรรมเนียม ต่างวัฒนธรรม
หนังแบบการหลบหนีเข้าเมืองเพราะปัญหาทางการเมือง หนังแบบพูดถึงปัญหาของการใช้ชีวิตในต่างประเทศ
และรวมไปถึงหนังฟิลกู้ดแบบขายฝัน ก็มีแนะนำให้ทั้งนั้น! เพื่อที่จะได้แนะนำให้เพื่อนๆได้ครบทุกแนว!
ซึ่งทั้งหมดที่แนะนำนี้ ว่าด้วยเรื่องของการเริ่มต้นใช้ชีวิตในต่างประเทศล้วนๆ มีเรื่องอะไรบ้างนั้นไปชมกันเลยครับ…


The Spanish Apartment (2002)

ถ้าให้แนะนำหนังที่เกี่ยวกับการเดินทางไปเรียนที่ต่างประเทศ คงไม่มีหนังเรื่องไหนทำได้ดีกว่านี้แล้วครับ
กับหนังอินดี้-คอมเมดี้ เรื่อง ‘The Spanish Apartment’ หรือ ‘L’Auberge Espagnole’ ในชื่อฝรั่งเศส
สำหรับหนังฝรั่งเศสเรื่องนี้ เล่าเรื่องราวผ่านสายตาของ ‘ซาเวียร์’ นักศึกษาเศรษฐศาสตร์ ที่ใกล้จะจบการศึกษา
แต่ถูกร้องขอให้ไปเรียนแลกเปลี่ยน เพื่อหาประสบการณ์ที่เมือง ‘บาร์เซโลน่า’ ประเทศสเปน
โดยเขาได้เข้าพักในอพาตเมนต์กับนักศึกษาต่างชาติอีก 5 คน ที่มาจากทั้งอิตาลี, อังกฤษ, เยอรมัน,
เดนมาร์ก และ สเปน จนเป็นเรื่องราวของนักศึกษา ที่ต้องใช้ชีวิตประจำวันร่วมกัน และ ทำกิจกรรมร่วมกัน
แม้จะมีความแตกต่างทางเชื้อชาติ และ ภาษา เมื่อไม่มีใครพูดภาษาเดียวกัน แต่ทั้งหมดก็เข้าใจซึ่งกันและกัน
จนเป็นประสบการณ์ 1 ปี ที่อาจจะสอนอะไรให้กับซาเวียร์ มากกว่าที่เขาคาดหวังไว้…


Chinese Puzzle (2013)
สำหรับ ‘Chinese Puzzle’ นั้นเป็นหนังภาคต่อของ ‘The Spanish Apartment’ ที่แนะนำไปข้างต้น
และถ้าใครชื่นชอบ ‘The Spanish Apartment’ ต้องไม่พลาดที่จะรับชมเรื่องราวชีวิตของ ‘ซาเวียร์’ ต่อจากนี้
ซึ่งอันที่จริงเรื่องราวของซาเวียร์ และกลุ่มเพื่อนนั้น มีภาคต่อก่อนหน้านี้อีก คือเรื่อง ‘Russian Dolls’ ปี 2005
โดยเล่าเรื่องราวของซาเวียร์ 5 ปี หลังจากชีวิตการเรียนแลกเปลี่ยนที่บาร์เซโลน่า
แต่ในภาคต่อดังกล่าว ไม่ได้เป็นเรื่องราวของการใช้ชีวิตในต่างประเทศแบบจริงๆจังๆ เหมือนภาคก่อนหน้า
ทาง Aboutfriday.com จึงขอแนะนำภาคจบ ของหนังอินดี้ กับชีวิตอันชุลมุนวุ่นวายของซาเวียร์แทนครับ

โดย ‘Chinese Puzzle’ เป็นซาเวียร์ ที่กลับมาเล่าเรื่องราวชีวิตของเขาในวัย 40 ปี พร้อมกับลูกอีก 2 คน
หลังภรรยาขอเขาขอหย่า เพราะว่าเจอแฟนใหม่ และเธอจะพาลูกๆของเธอไปอาศัยอยู่ในกรุงนิวยอร์ก
ทิ้งให้ซาเวียร์ พบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต (อีกครั้ง!) หลังเขาทนคิดถึงลูกๆของเขาไม่ไหว
และตัดสินใจเดินทางไปอยู่ที่นิวยอร์กด้วย เพื่อใกล้ชิดกับครอบครัว และเริ่มหางานเล็กๆน้อยๆทำ
พร้อมทั้งหาไอเดียใหม่ๆสำหรับการเขียนหนังสือ จนเรื่องราวในอดีต และ สิ่งต่างๆที่ทับซ้อนมา
ใกล้จะได้กลายเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบ (แนะนำว่าไม่ควรพลาดครับ!)


Persepolis (2007)
‘Persepolis’ หนังอนิเมชั่น-ขาวดำ ภาษาฝรั่งเศส ที่เข้าชิงรางวัลออสการ์ปี 2008
ถูกเล่าผ่านเรื่องราวของ ‘มาร์จาน’ (ถ่ายทอดจากชีวิตของผู้กำกับ Marjane Satrapi)
หญิงสาวชาวอิหร่าน ที่เติบโตผ่านเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลง ของประเทศอิหร่านในยุค 80
หลังเหตุการณ์การปฏิวัติอิหร่าน จากการโค่นล้มพระเจ้าชาห์ และเปลี่ยนแปลงประเทศสู่การปกครองแบบอิสลาม
ซึ่งเธอต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงของกฏเกณฑ์ในสังคม จนเด็กหัวรั้นอย่างมาร์จาน มักก่อเรื่องอยู่เสมอ
และนั่นเองทำให้เธอถูกส่งไปอยู่ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย จนพบกับเพื่อนชาวยุโรปใหม่ๆ
ที่ทำให้เธอเข้าใจถึงสิทธิ-เสรีภาพ แบบที่อิหร่านอาจจะไม่มีวันกลับไปเป็นได้อีกครั้ง…


In america (2002)

‘In america’ เป็นหนังดราม่า ที่เล่าเรื่องราวในปี 1985 เมื่อครอบครัวพ่อ-แม่ และลูกสาวสองคน
ได้แอบเข้าอเมริกาผ่านด่านชายแดนของแคนาดา โดยปลอมเป็นนักท่องเที่ยวระยะยาว
แต่ทั้ง 4 คนนั้น มีเป้าหมายที่จะไปหางานทำ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ ณ มหานครนิวยอร์ก
เพื่อตามความฝันในการเป็นนักแสดงละครเวทีของผู้เป็นพ่อ โดยพบว่าชีวิตใหม่ของพวกเขานั้น
แค่กำลังใจ…มันไม่เพียงพอต่อการอยู่รอดในมหานครแห่งนี้ และ ชีวิตใหม่ในอเมริกา
โดย ‘In america’ ถือว่าเป็นหนังดีใช้ได้ทีเดียวครับ การันตีด้วยการเข้าชิง 3 รางวัลออสการ์
จากบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม และนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม รวมทั้งสมทบชายยอดเยี่ยม


Like Crazy (2011)

‘Like Crazy’ หนังทำใจสั่นเรื่องนี้ ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียวครับ เชื่อว่าน่าจะโดนใจหลายคน
เพราะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘รักระยะทาง’ หลังหนุ่มนักศึกษาชาวอเมริกัน กับ นักศึกษาสาวอังกฤษ ตกหลุมรักกัน
ก่อนที่ความรักของทั้งสองคนจะสั่นคลอน เพราะว่าปัญหาเรื่องการอยู่เกินวีซ่า จนทำให้ทั้งสองคู่เจอกันน้อยลง
และนอกจากอุปสรรคของระยะทาง ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องสำคัญแล้ว ยังมีเรื่องของเวลาที่ไม่ตรงกัน และเรื่องอื่นๆ
ซึ่งถือเป็นหนังที่น่าสนใจไม่น้อยครับ เมื่อยกตัวอย่างถึงการย้ายไปต่างประเทศ แล้วต้องมีอะไรข้างหลังให้ห่วง
หรือมีอะไรที่ยังต้องค้างคา ซึ่งถือเป็นหนังที่เล่าถึงปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระยะไกลได้ดี
อันที่จริงที่อยากแนะนำเรื่องนี้เพิ่มเติม เพราะว่าในหนังเล่นประเด็นเรื่องของเรื่องปัญหาอยู่วีซ่าเกินกำหนด
และเป็นประเด็นสำคัญที่สุด เมื่อคุณย้ายไปอยู่ต่างประเทศ แต่ยังไม่ใช่คนสัญชาติของประเทศนั้นๆ
นอกจากนี้นี่ยังเป็นหนังของนักแสดงอย่าง แอนทอน เยลชิน (Anton Yelchin) ที่เสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุ
ด้วยวัยเพียง 27 ปีเท่านั้น โดยแสดงร่วมกับ เฟลิซิตี โจนส์ (Felicity Jones) นักแสดงสาวอังกฤษคนเก่ง


Amreeka (2009)

‘Amreeka’ เป็นหนังที่อยากแนะนำให้เพื่อนๆหามารับชมมากที่สุดครับ เพราะเป็นหนังที่ตรงหัวข้อที่สุด
ถ้าว่าด้วยการย้ายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพราะนี่เป็นเรื่องราวของหญิงสาววัยกลางคน และลูกชายวัยรุ่น
ชาวปาเลสไตน์ ที่พบกับความยากลำบาก ในการใช้ชีวิต ณ เมืองเวสต์แบงค์ อาณาเขตของปาเลสไตน์
ดันโชคดีได้ลอตเตอรี่กรีนการ์ด (The Diversity Immigrant Visa) โดยอเมริกาจะสุ่มแจกให้ผู้โชคดี
ที่ได้ลงทะเบียนไว้ เพื่อเปิดโอกาสให้อยู่เป็นพลเมืองของอเมริกาได้อย่างถูกกฏหมาย
ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจเดินทางไปอเมริกา ณ เมืองชิคาโก้ แถวชานเมือง โดยมีครอบครัวญาติห่างๆที่รู้จักกัน
ให้ความช่วยเหลือพวกเขา สำหรับชีวิตใหม่ในอเมริกา

สำหรับ ‘Amreeka’ ถือเป็นหนังแนวอินดี้-ดราม่า ที่อาจจะหารับชมได้ยากสักหน่อยครับ
แต่ถ้าสามารถหามารับชมได้ รับรองว่าจะไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะหนังเล่นประเด็นของผู้อพยพ
รวมถึงประเด็นการปฏิบัติทางสังคม เพราะตัวเอกของเรื่อง เป็นหญิงสาววัยกลางคนจากปาเลสไตน์
ที่เคยมีงานดีๆทำ แต่กลับกลายเป็นว่า อาชีพและความสามารถของเธอ ถูกกีดกันจากสังคม
และไม่เป็นที่ต้องการ รวมถึงประเด็นการเหยียดเชื้อชาติ-ศาสนา ที่ทั้งสองแม่-ลูก ต้องเจอในแต่ละวัน
ทำให้เกิดเป็นเรื่องราว หวานอมขมกลืน แบบที่จะกินใจผู้ชมได้ไม่ยากนัก…


Comrades: Almost a Love Story (1996)

หนังรักตำนานยุค 90 ที่คนไทยรู้จักกันในชื่อเรื่อง ‘เถียน มี มี่ 3650 วันรักเธอคนเดียว’
เรียกได้ว่าเป็นหนังขึ้นหิ้งที่สามารถหยิบมารับชมได้ไม่เบื่อหน่าย เพราะด้วยความที่เป็นหนังค่อนข้างลงตัว
ว่าด้วยเรื่องของ ‘หลี่เสี่ยวจิน’ หนุ่มจากเมืองเล็กๆในเมืองจีน ได้ย้ายมาทำงานในประเทศฮ่องกง
เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยโอกาส เพื่อหาเงินไปแต่งเมีย และ ‘หลี่เฉียว’ สาวชาวจีน ที่ย้ายมาเพื่อหวังสร้างตัว
ก่อนที่ทั้งคู่จะได้รู้จักกัน และความเหงาของคนสองคนในเมืองใหญ่ ก็ทำให้เกิดมิตรภาพที่เริ่มจากเพื่อน…

โดย ‘เถียน มี มี่ 3650 วันรักเธอคนเดียว’ ถือเป็นหนังอีกเรื่องที่เล่นประเด็นของการอยู่ต่างถิ่นได้ดี
ด้วยความที่ตัวละครหลักของเรื่องทั้งสองเป็นชาวจีน ที่อายุอยู่ในช่วง 20 ปลายๆ และมีเป้าหมายในชีวิต
การย้ายถิ่นฐานของทั้งสองคนนั้น ก็เพราะหวังเพื่อสร้างตัว และมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม
ตามแบบฉบับของโลกทุนนิยม ซึ่งถือเป็นหนังอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดใน Topics นี้เลยครับ


Lost in Translation (2003)

ถ้าใครที่เป็นแฟนภาพยนตร์ตัวยง คงไม่ต้องอธิบายใดๆให้ลึกซึ้ง เพราะน่าจะรู้จักหนังเรื่องนี้กันดีอยู่แล้ว
สำหรับ ‘Lost in Translation’ หนังอารมณ์เหงาปี 2003 ของโซเฟีย คอปโปล่า (Sofia Coppola)
ที่เล่าเรื่องราวของ ‘ชาร์ล็อตต์’ หญิงสาวชาวอเมริกา ที่ตามคู่หมั้น ที่เป็นผู้กำกับหนัง
มาอยู่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยที่เธอใช้เวลาไปกับการอยู่เหงาๆในโรงแรม
และเตร็ดเตร่ไปในกรุงโตเกียว ในระหว่างที่คู่หมั้นของเธอไปทำงาน
ก่อนที่เธอจะพบกับ ‘บ็อบ แฮร์ริส’ นักแสดงดังวัยกลางคนชาวอเมริกา ที่เดินทางมาถ่ายรายการ
และเลือกรับงานโฆษณาในญี่ปุ่น เพราะเขาค่อนข้างเป็นที่โด่งดังที่นี่ ก่อนที่ทั้งคู่จะใช้เวลาไปด้วยกัน
เพื่อลบความเหงาที่อยู่ภายในจิตใจ…


Tokyo Fiancée (2014)

ตามมาที่หนังแนวผู้หญิงใช้ชีวิตในญี่ปุ่นอีกเรื่อง กับ ‘Tokyo Fiancée’ หนังเบลเยี่ยมปี 2014
ที่เล่าเรื่องผ่าน ‘อเมเลีย’ หญิงสาวชาวเบลเยี่ยม ที่หลงใหลกับวัฒนธรรมของญี่ปุ่น จึงได้ย้ายมาอยู่ที่กรุงโตเกียว
โดยหารายได้จากการสอนภาษาฝรั่งเศส และเธอได้พบกับนักเรียนของเธอ ที่เป็นหนุ่มวัยรุ่นชาวญี่ปุ่น
ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เรียนรู้กันและกัน ผ่านวัฒนธรรมญี่ปุ่น ในมุมมองของสาวชาวเบลเยี่ยม
ซึ่งหนังเรื่องนี้เป็นหนังอินดี้ ให้ความรู้สึกเหมือนหนังฝรั่งเศสเรื่อง ‘Amélie (2001)’
ของผู้กำกับฌอง-ปิแอร์ จูเนต์ (Jean-Pierre Jeunet) ซึ่งถ้าใครชอบแนวอินดี้ๆ ไม่ควรพลาดครับ
และนั่นน่าจะเป็นเหตุผลว่าทำไม ตัวละครดำเนินเรื่องถึงใช้ชื่อว่า ‘อเมเลีย’ แถมตัดผมเหมือนกันอีก!


Dear Galileo (2009)

‘หนีตามกาลิเลโอ’ หนังไทยปี 2009 ผลงานของผู้กำกับคนดังอย่าง พี่ต้น ‘นิธิวัฒน์ ธราธร’
ที่เล่าเรื่องราวของสาวนักศึกษา ‘นุ่น’ และ ‘เชอรี่’ โดยนุ่นมีปัญหาอกหักเฮิร์ทหนัก เพราะเลิกกับแฟน
ส่วนเชอรี่ก็มีปัญหากับมหาวิทยาลัย จนถูกพักการเรียน ทั้งคู่เลยตัดสินใจดร็อปเรียน 1 ปีเต็มๆ
เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวในยุโรปทั้งอังกฤษ, ฝรั่งเศส และ อิตาลี ณ เมืองปิซ่า บ้านเกิดของกาลิเลโอ
ทำให้เกิดเป็นเรื่องราวของสองสาวที่สอบตก และ อกหัก พากันไปใช้ชีวิตในต่างแดน
แน่นอนว่าการไปใช้ชีวิตต่างแดน 1 ปีเต็ม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ‘เงิน’ สำหรับค่าครองชีพในแต่ละวัน
ซึ่งทำให้ทั้งคู่ ต้องเริ่มจากการไปทำงานในร้านอาหารไทยแบบไม่มีวีซ่า และพบกับความยากลำบากที่นั่น…

เชื่อว่าเพื่อนๆคงผ่านตากับ ‘หนีตามกาลิเลโอ’ กันมาไม่มากก็น้อย ถ้าใครอยากจะหามาชมซ้ำสักที
แนะนำให้ว่าที่เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) มีให้รับชมออนไลน์เลย!


Unorthodox (2020) 

ถ้าใครมีเวลาว่างเยอะ ทาง Aboutfriday.com ขอแนะนำให้รับชมเป็นอย่างยิ่งกับ ‘Unorthodox’
ทีวีซี่รีย์ของช่องเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ที่มีความยาวเพียง 4 ตอน (เกือบ 3 ชั่วโมง 30 นาที)
เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของ ‘เอสเธอร์’ หญิงสาวชาวยิวออร์ธอด็อกซ์ (Orthodox) ที่อาศัยในกรุงนิวยอร์ก
ที่ครอบครัวมีจารีตดั้งเดิม ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ตามแบบฉบับของชาวยิวออร์ธอด็อกซ์
โดยชาวยิวออร์ธอด็อกซ์ มักอาศัยอยู่ในชุมชนของตนเองเป็นชุมชนใหญ่ ใช้ภาษาของตนเองเป็นหลัก
ไม่คบค้าสมาคมกับคนต่างศาสนา แต่งงานไว (โดยการจับคู่) และปฏิบัติตามกฏของศาสนาอย่างเข้มงวด
เรียกอีกอย่างว่า ‘ฮาราดี ยิว’ (Haredi Jew) ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ ทำให้เอสเธอร์ทนไม่ได้กับชีวิตที่เป็นอยู่
โดยเฉพาะเรื่องของ ‘กฏ’ และ ‘ข้อห้าม’ ที่ถูกตั้งขึ้นมาโดยศาสนา เพื่อรักษาสถาบันครอบครัว
จนเอสเธอร์ตัดสินใจหนีออกจากบ้าน และ ชุมชนของตัวเอง เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เยอรมัน ณ กรุงเบอร์ลิน
และเป็นจุดเริ่มต้นของหญิงสาวชาวยิวออร์ธอด็อกซ์ ที่ไม่ใช้ชีวิตในโลกภายนอกมาก่อน!
เชื่อว่า ‘Unorthodox’ จะเป็นหนังที่เปิดโลกให้กับเพื่อนๆอย่างแน่นอน ไม่ควรพลาดด้วยประการใดครับ!


Sin nombre (2009)

สำหรับ ‘Sin nombre’ เป็นหนังที่พาเพื่อนๆ ไปพบกับชีวิตของผู้อพยพจากประเทศในแถบอเมริกาใต้
ที่แอบหลบหนีเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาผ่านทางชายแดน โดยเล่าเรื่องผ่าน ‘เซย์ร่า’ สาวชาวฮอนดูรัส
ได้เดินทางด้วยรถไฟผ่านเม็กซิโก เพื่อจะหวังแอบเข้าชายแดนอเมริกา ก่อนที่จะพบกับอุปสรรคระหว่างทาง
หลังเธอได้พบกับ ‘เอล แคสเปอร์ส’ หนุ่มในแก๊ง MS-13 ที่ต้องการไถ่บาป หลังได้ฆ่าหัวหน้าแก๊งตาย
จากการที่หัวหน้าแก๊งได้ฆ่าคนรักของเขาไป และการฆ่าหัวหน้าแก๊งครั้งนั้น หมายถึงการถูกจับตายของเขาเช่นกัน
ทำให้เอล แคสเปอร์ส หวังจะช่วยเซย์ร่า หลบเข้าไปในอเมริกา เพื่อโอกาสที่อาจจะได้ใช้ชีวิตใหม่ที่นั่นแทน
แน่นอนครับ…นี่ไม่ใช่หนังย้ายประเทศไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เหมือนใครแน่นอน!


Maria Full of Grace (2004)

หากพูดถึงหนังแนวหลบหนีเข้าเมือง เพื่อหนทางแห่งชีวิตใหม่อีกเรื่อง ‘Maria Full of Grace’ น่าสนใจไม่น้อย
เพราะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหญิงสาวชาวโคลัมเบียวัย 17 ปี ที่เกิดตั้งท้องขึ้นมาแบบไม่ได้ตั้งใจกับแฟนที่ไม่เอาไหน
ทำให้เธอต้องหาหนทางใหม่ให้ชีวิต เพื่อได้เงินมาจุนเจือครอบครัว และเธอตัดสินใจเลือกทางเดินสายสีเทา
เมื่อเธอเลือกที่จะไปทำงานแอบลักลอบนำยาเสพติดเข้าสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งไปขายให้ลูกค้าที่กรุงนิวยอร์ก ซิตี้
โดยเธอต้องกลืนยาเสพติดลงท้อง เพื่อให้จุดสแกนค้นหาไม่เจอ โดยการเดินทางครั้งนี้ เธอยังมีเพื่อนของเธอ
ที่ไม่ยอมทิ้งให้เธอไปนิวยอร์กคนเดียว และตัดสินใจขนยาขึ้นเครื่องบินลำเดียวกันนั้น ไปกับเพื่อนของเธอด้วย
แต่เมื่อไปถึงที่นั่น…พวกเธอก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ ทำให้สองสาวชาวโคลัมเบีย ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้
ต้องเผชิญชะตากรรมในมหานครอันกว้างใหญ่กันเพียงลำพัง…


The Hundred-Foot Journey (2014)

หากใครชอบหนังดูสบายๆน่ารักๆ ขอแนะนำให้รู้จักกับเรื่อง ‘The Hundred-Foot Journey’ ครับ
ซึ่งเป็นเรื่องราวของครอบครัวชาวอินเดีย ที่ได้อพยพย้ายถิ่นฐานไปอยู่ฝรั่งเศส โดยหวังจะมาหาที่ทำกินที่นี่
และพวกเขาได้เปิดร้านอาหารอินเดีย โดยมีเชฟเป็นลูกชายคนโต ที่มีฝีมือการทำอาหารที่ยอดเยี่ยม
แต่ปัญหา และ อุปสรรค ก็คือการยอมรับจากบรรดาคนในท้องถิ่น เพราะพวกเขาดันไปเปิดร้านอาหารอินเดีย
ตรงกันข้ามกับร้านอาหารชื่อดังที่เป็นถึงร้านมิชลินสตาร์ (Michelin Guide) และมีชื่อเสียงโด่งดัง
ซึ่งเจ้าของร้านฝั่งตรงข้ามยังมีความคิด และทัศนคติแบบเหมารวม (Stereotype) รวมอยู่ด้วย


Under the Tuscan Sun (2003)

หนังโรแมนติก-คอมเมดี้ จากฮอลลีวู้ด (ในช่วงที่ฮอลลีวู้ดยังคงนิยมทำหนังแนวๆนี้) แต่เรื่องนี้น่าสนใจครับ
แม้ว่าเรื่องราวจะดูออกแนวสูตรสำเร็จทั่วไปก็ตาม แต่หนังมีเสน่ห์ในตัวเองไม่น้อยเลยเหมือนกัน
โดยเป็นเรื่องราวของ ‘ฟรานเซส’ หญิงสาวนักเขียนจากเมืองซานฟรานซิสโก ที่มีชีวิตที่หรูหราเรียบง่าย
กับต้องพบจุดเปลี่ยนในชีวิต หลังจับได้ว่าสามีของเธอนอกใจ จนถึงขั้นหย่าร้าง และชีวิตเริ่มที่จะตกอับ
ทำให้เธอตัดสินใจมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยการเดินทางไปยังแคว้นทัสคานี่ (Tuscany) เพื่อท่องเที่ยว
ก่อนที่เธอจะไปเจอกับบ้านหลังหนึ่งที่ประกาศขาย และตัดสินใจซื้อบ้าน และเริ่มต้นชีวิตนักเขียนใหม่ที่นั่น…
ซึ่งพอดูเรื่องย่อแล้ว ก็ออกแนวคนมีอันจะกินไปซื้อบ้านตากอากาศ แล้วพบว่าชีวิตของตัวเองเหมาะกับชนบท
อันที่จริงก็…ใช่ครับ เรื่องมันเป็นแบบนั้นแหละ
แต่กระนั้นด้วยความที่หนังเป็นหนังแนวรอน-คอม ก็ยังสามารถทำให้รับชมได้สนุกๆ อมยิ้มไปกับความสวยงาม
ของแคว้นทัสคานี่ ที่เป็นเหมือนเมืองในฝันของใครหลายๆคนครับ

และทั้งหมดนี้ก็เป็น ‘ย้ายประเทศกันเถอะ!: แนะนำ 15 หนังที่ย้ายชีวิตไปเริ่มต้นใหม่ที่ต่างประเทศ’
ที่ทาง Aboutfriday.com ได้ทำการแนะนำให้เพื่อนๆ ได้มีโอกาสหาเวลาว่างมารับชมกันดู
เพราะการเริ่มต้นใหม่ มันไม่มีคำว่าง่าย ไม่ว่ากับเรื่องอะไรทั้งนั้นแหละครับ เช่นหนังที่แนะนำมาดังข้างต้น
ถ้าใครชอบเรื่องไหน แวะมาบอกกันได้ผ่านทางแฟนเพจของเรา เพื่อพูดคุยกันได้ครับ!

บทความและเรียบเรียงโดย: www.aboutfriday.com
ขอบคุณภาพประกอบจาก: http://www.imdb.com