Home History

Making a Murderer (2015- ): คนจนแพ้เสมอ! สารคดีสร้างชื่อของเน็ตฟลิกซ์ที่ควรแก่การรับชม

110

ถ้าให้ยกซีรี่ย์สารคดีจากเรื่องจริง ที่ยังไม่มีจุดสิ้นสุดของเรื่องราวมาสักเรื่องหนึ่ง
คงไม่มีเรื่องไหนที่เป็นประเด็นถกเถียงในสังคม ได้มากกว่าสารคดีเรื่องนี้อีกแล้วครับ
นั่นคือเรื่อง “Making a Murderer” (2015- )
สารคดีแนวสืบสวน-ตามหาความจริง ที่ทำให้เน็ตฟลิกซ์ (Netflix)
บริษัทสตรีมมิ่งออนไลน์ชื่อดังที่สุดของโลก สามารถสร้างสมาชิกได้เป็นกอบเป็นกำ
เพราะตอนนั้นสตรีมมิ่งอย่างเน็ตฟลิกซ์เอง ก็พึ่งจะเริ่มผลิตภาพยนตร์
และรายการทีวีเป็นของตัวเอง ได้ไม่นานเท่าไหร่นัก
แต่ด้วยสารคดีอย่าง “Making a Murderer” นี่เองครับ ที่ได้สร้างความฮือฮา
ไปทั่วอเมริกา จนเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมเป็นวงกว้าง
และยังสั่นคลอนความเชื่อมั่นในระบบกฏหมายของประชาชนอีกด้วย!

เรื่องเริ่มจากการถ่ายติดตามเรื่องราวชีวิตชายคนหนึ่งกว่า 10 ปี
ที่ชื่อว่าสตีฟ เอเวอร์รี่ (Steven Avery) ชายชาวอเมริกา จากรัฐวิสคอนซิน
ที่ติดคุกนานถึง 18 ปีเพราะถูกกล่าวหาในคดีข่มขืนและพยายามฆ่า
ก่อนที่พยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อมา ได้ชี้ชัดว่าเขาถูกกรมตำรวจสร้างหลักฐานเท็จ
และสร้างจุดเบี่ยงเบนให้ผู้เสียหายกับพยานจากคดี ด้วยการชี้นำการชี้ตัวที่ผิดพลาด
จนทำให้สตีฟ เอเวอร์รี่ เสียเวลาในช่วงวัยหนุ่มไปจนสิ้นในคุกที่ไร้อิสรภาพ
ซึ่งเรื่องราวควรจะจบแต่เพียงเท่านี้…
หากแต่หลังจากสตีฟ เอเวอร์รี่ ได้ยื่นคำร้องต่อศาล ในการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย
ต่อชีวิตของเขาที่เสียไป 18 ปี จากการถูกจองจำในเรือนจำ กับจำเลยในคดีนี้
เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ต่อกรมตำรวจ และ หน่วยงานเทศบาลท้องถิ่นเมนิโนวอก เคาท์ตี้ (Manitowoc)
ที่เป็นเมืองขนาดกลางของรัฐวิสคอนซิน ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา
ซึ่งเป็นเมืองที่สตีฟ เอเวอร์รี่ ได้เกิดและเติบโตมา ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น…

ฟังดูแล้วเรื่องราวมันควรจะจบแต่เพียงเท่านี้ แต่ไม่ใช่ครับ นี่แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น!
เพราะหลังจากที่สตีฟ เอเวอร์รี่ถูกปล่อยตัวออกมาเมื่อปี 2003
เขาก็ได้กลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด ที่เขาเติบโตมา กับครอบครัว ที่อยู่กับอย่างเงียบๆ
ตามวิถีชีวิตของคนชนบทในเมืองเล็กๆ และสู้ทำอาชีพซ่อมรถ และขายอะไหล่ต่อไป
ในธุรกิจเล็กๆของครอบครัว ที่เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งชีวิตของเขากำลังไปได้สวย
เขากำลังจะมีเงินก้อนใหญ่รออยู่ตรงหน้า ที่พอจะทำให้ครอบครัวเขาอยู่อย่างสบาย
และเขาเองก็กำลังมีความรักครั้งใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่สตีฟเองวาดฝันไว้ทุกอย่าง
แต่…ทั้งหมดนั้นกำลังจะสลายลงในพริบตา!

ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2005 เพียง 2 ปี หลังจากการถูกปล่อยตัวออกมา
จากข้อหาที่สตีฟ เอเวอร์รี่ ไม่ได้เป็นคนทำ เขากลับถูกจับเข้าคุกอีกครั้งหนึ่ง!
พร้อมทั้งถูกแจ้งข้อกล่าวหาร้ายแรงในคดี ‘ฆาตกรรมโดยเจตนา’
หลังจากมีการพบศพของช่างภาพท้องถิ่นวัย 25 ปี ที่หายตัวไปก่อนหน้านี้
ในบริเวณอู่ซ่อมรถของครอบครัวเอเวอร์รี่ จนเป็นคดีโด่งดังของรัฐวิสคอนซิน
จนทำให้มีการจับกุมสตีฟ เอเวอร์รี่ และหลานชาย เบรนดอน เดรสซี่ย์ ในวัย 16 ปี
ด้วยข้อหาฆาตกรรมอำพราง, ข่มขืน, กักขังหน่วงเหนี่ยว และทำลายหลักฐาน

นอกจากนี้สารคดียังพยายามเล่าเรื่องของคนจากอีกมุมหนึ่งของสังคม
อย่างสตีฟ เอเวอร์รี่ ที่ไม่ได้ดูเป็นคนดี หรือเรียกได้เต็มปากว่า “คนในสังคมที่ดี”
เพราะก่อนหน้านี้ ตัวเขาเองก็มีคดีความจากวัยรุ่นที่ไม่ยั้งคิด
และต้องโทษจำคุกมาหลายคดี ทั้งบุกทำร้ายทรัพย์สิน,
ทารุณกรรมสัตว์ (จับแมวโยนเข้ากองไฟเป็นๆ), ชักปืนขู่ญาติของตัวเอง
ด้วยคดีความเหล่านี้ สตีฟ เอเวอร์รี่ ห่างไกลจากคำว่าคนดีด้วยเช่นกัน
แต่นั่นทำให้เขาเป็นฆาตกรหรือเปล่า? นี่จึงเป็นคำถามที่สารคดีพยายามนำเสนอ

และทีมงานผู้สร้างเอง ก็ได้ทำการเก็บฟุตเทจวิดีโอต้นฉบับไว้แทบทุกอย่างก็ว่าได้
ทั้งคดีในศาล การสัมภาษณ์บุคคลรอบข้าง และบุคคลที่เกี่ยวข้องสตีฟ เอเวอร์รี่
เป็นเวลากว่า 10 ปีด้วยกัน ทำให้สารคดีเรื่องนี้แทบจะสมบูรณ์แบบในการนำเสนอ
โดยโมริอา เดโมส (Moira Demos) กับ ลอร่า ริชาร์ดี้ (Laura Ricciardi)
สองสาวนักกฏหมายที่ผันตัวมาอยู่วงการภาพยนตร์ ได้ช่วยกันสร้างสารคดีนี้ขึ้น
ซึ่งตอนแรกทั้งสองพยายามนำโปรเจคสารคดีไปเสนอให้กับ PBS และ HBO
แต่ทั้งสองค่ายไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะด้วยระยะเวลาของการดำเนินเรื่อง
และการตามเก็บฟุตเทจ ที่แน่นอนว่าโปรเจคนี้ต้องใช้เวลานานอย่างแน่นอน
แต่สุดท้ายก็เป็นเน็ตฟลิกซ์ที่ให้ข้อเสนอ และทำให้โปรเจคสารคดีเรื่องนี้ได้ออนแอร์
ซึ่งกลายมาเป็นสารคดีที่มีผู้รับชมสูงถึง 19.3 ล้านวิว ในเวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น!
นอกจากนี้จากกระแสปากต่อปาก ทำให้ซีรี่ย์กลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง
ไม่เว้นแม้แต่ผู้คนในวงการฮอลลีวูด ที่ช่วยโปรโมทให้ซีรี่ย์ได้รับความสนใจยิ่งขึ้นอีก
จนเป็นกระแสวิพากษ์-วิจารณ์ในวงกว้าง

คำถามที่หลายคนสงสัย? ว่าอะไรทำให้สารคดี “Making a Murderer”
ประสบความสำเร็จอย่างมาก แน่นอนที่สุดว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องราวของคดีความ
ซึ่งทีมผู้สร้างต่างมีความรู้เรื่องกฏหมายเป็นอย่างดี และในตัวสารคดีเองนั้น
ได้เสนอทั้ง การทำคดีของกรมตำรวจ รวมไปถึงเรื่องของกฏหมาย
และการทำงานในชั้นศาล ที่เรียบเรียงออกมาให้ผู้ชมเข้าใจได้ไม่ยากเกินไปนัก
จนดูเหมือนว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว ทั้งการสอบพยาน การตามหาหลักฐานของตำรวจ
รวมไปถึงเรื่องราวในชั้นศาล ที่ฝ่ายอัยการ และฝ่ายทนายความ ต่างใช้ข้อโต้เถียง
และการหาพยานหลักฐานมาสู้กัน
ทำให้แม้แต่ผู้ชมที่ไม่ได้คุ้นเคยกับคดีความ หรือ กฏหมาย ของสหรัฐอเมริกา
สามารถทำความเข้าใจกับระบบกฏหมาย และมองเห็นช่องโหว่ของกฏหมายไปในตัว
แม้ว่าเรื่องราวนั้นจะนำเสนอในมุมมองผ่านฝ่ายจำเลย อย่างสตีฟ เอเวอร์รี่
และครอบครัว รวมไปถึงหลักฐานข้อหักห้างต่างๆ ก็มาจากฝ่ายทนายความ
ของสตีฟ เอเวอร์รี่ทั้งสิ้น ทำให้การประติดประต่อเรื่องราวต่างๆ จะมาจากฝั้งนี้
ซึ่งก็ได้สร้างกระแสวิจารณ์ในการเอียนเองของสารคดีเอง ที่ดึงดูดผู้ชมส่วนใหญ่
ให้ความคิดเห็นด้านบวกกับสตีฟ เอเวอร์รี่ มากกว่าฝ่ายโจทก์อย่างกรมตำรวจ

สำหรับสารคดี “Making a Murderer” ถือเป็นสารคดีที่ถ้าไม่ดูก็น่าเสียดายครับ
การันตีด้วย 4 รางวัล เวที เอ็มมี อวอร์ดส (Primetime Emmy Awards)
ทั้งสารคดียอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยมโปรแกรมสารคดี, เขียนบทยอดเยี่ยม,
และการตัดต่อภาพยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าเป็นซีรี่ย์ที่การันตีด้วยคุณภาพก็ว่าได้
โดยสารคดีเรื่องนี้ ตอนแรกนั้นเป็นสารคดีแบบรวดเดียวจบ ไม่มีซีซั่นต่อไป
แต่ด้วยกระแสสังคม และเรื่องราวของคดีความที่ยังยืดเยื้อต่อเนื่องกันอีก
ทำให้ “Making a Murderer” มีซีซั่นที่ 2 เพิ่มเข้ามาในปี 2018
ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องกันจากซีซั่นแรก

แม้ว่าถ้าใครอยากรู้เรื่องราวในสารคดี เพียงแค่ค้นกูเกิล ก็ได้คำตอบของตอนจบแล้ว
แต่สิ่งที่สารคดีนำเสนอมันมากกว่านั้นครับ ทำให้เราได้เห็นมุมมองของการทำคดี
ของกรมตำรวจ การทำงานของศาล ทำให้เราได้เห็นมุมมองของผู้ชายคนหนึ่ง
ที่หลายคนสงสัยในตัวตนของเขา จากภูมิหลังของชีวิตที่ไม่ได้ดูดีอะไรในสังคม
และต้องโทษจำคุกจากคดีที่ไม่ได้ก่อถึง 18 ปี…
อะไรที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ สังคมในคุกได้เปลี่ยนแปลงอะไรในตัวเขาหรือเปล่า?
เขาคือฆาตกรตัวจริง? หรือเขาถูกใส่ร้ายจากกรมตำรวจ?
หรือระบบกฏหมายของสหรัฐอเมริกามีช่องโหว่มากมาย
จนสามารถให้คนบริสุทธิ์กลายเป็นคนผิดได้จริงใช่ไหม?
ทั้งหมดนี้คือ “Making a Murderer” หรือ “การสร้างฆาตกร” ครับ

เขียน และ เรียบเรียงโดย: aboutfriday.com
ขอบคุณเครดิตข้อมูลประกอบจาก: http://netflix.comhttp://imdb.com,
ขอบคุณภาพประกอบจาก: http://imdb.com