Home Best Columns

10 อันดับกองทัพเรือ (Navy) ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

1887

กองทัพเรือ (Navy) ถือว่าเป็นกองทัพที่มีความสำคัญมากๆ ในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ
นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในกองทัพที่เก่าแก่ที่สุดของโลกก็ว่าได้ (นอกเหนือจากกองทัพบก)
เพราะก่อนหน้านี้ที่มนุษย์จะบินบนอากาศได้นั้น กองทัพเรือถือเป็นกองทัพที่สำคัญที่สุด
ในการใช้บุกโจมตี หรือป้องกันการรุกรานจากข้าศึกจากทางทะเล และน่านน้ำ
โดยเฉพาะเมืองหรือประเทศที่อยู่ติดกับทะเล ทำให้จึงมีความจำเป็นมากที่ต้องมีกองทัพเรือ
เพราะมีเพียง 49 ประเทศเท่านั้น ที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล หรือที่เรียกว่า ‘Landlocked’
ซึ่งนับจากประเทศอย่างเป็นทางการกว่า 195 ประเทศในปัจจุบัน (ตัวเลขจาก UN)
นั่นแสดงให้เห็นถึงความจำเป็น ของประเทศต่างๆที่ต้องป้องกันน่านน้ำของตัวเอง
รวมถึงปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือเรื่องของภัยพิบัติทางทะเล รวมถึงตรวจสอบเรือสินค้าต่างๆ
ที่อาจจะทำของผิดกฏหมายเข้าสู่ประเทศนั้นๆ

ในปัจจุบันด้วยการแข่งขันทางเทคโนโลยีและยุทโธปกรณ์ ทำให้หลายๆประเทศ
ทำการพัฒนาและอัพเกรดของทัพเรือของตนเองไว้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะประเทศใหญ่ๆ
เพื่อป้องกันปัญหาทางการเมือง และปัญหาระหว่างประเทศ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต
ทำให้ต้องพัฒนาเรื่อยๆอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งการผลิตเรือรบ, เรือดำน้ำ, เรือจู่โจมระยะประชิด
หรือเรือบรรทุกอากาศยาน ที่รู้จักกันในชื่อ ‘เรือบรรทุกเครื่องบิน’ ที่ถือว่าสำคัญที่สุด
เพราะเรือบรรทุกอากาศยาน จะมีอาวุธนำวิถีติดตั้งอยู่ รวมถึงใช้ขนย้ายกำลังยุทโธปกรณ์
เช่นเครื่องบินรบ, เฮลิคอปเตอร์ โดยเหมือนกับทำหน้าที่เป็นฐานทัพอากาศเคลื่อนที่ครับ!

และด้วยการมีอยู่ของกองทัพเรือของนานาประเทศ ก็ได้มีการจัดอันดับครั้งนี้ขึ้นมาครับ
ว่าด้วยประเด็นเรื่อง “10 อันดับกองทัพเรือ (Navy) ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก” 
โดยวัดจากความสามารถทางด้านการบ, ความทันสมัยของกำลังยุทโธปกรณ์ต่างๆที่มีอยู่
รวมไปถึงกำลังพลทหาร และภาพรวมทั้งหมดของกองทัพเรือของประเทศนั้นๆครับ
ผมเชื่อว่าเพื่อนๆอาจจะรู้อันดับในใจกันบ้างแล้ว เอาเป็นว่ามาลองดูครับว่าจะถูกต้องหรือไม่
โดยทาง aboutFriday.com ได้ทำการเขียน และ เรียบเรียงใหม่
จากการอ้างอิงต้นฉบับการจัดอันดับของเว็บไซต์ Military-today.com ครับ
ซึ่งเป็นการเรียบเรียงคร่าวๆ ไม่ได้เน้นข้อมูลในส่วนลึก ซึ่งต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ไว้โอกาสหน้าจะมีโอกาสจะใส่ข้อมูลเชิงลึก ไว้สำหรับวิเคราะห์กันเน้นๆไปเลย


10. ไต้หวัน (Taiwan)
ไต้หวันติดอันดับเข้ามาเป็นอันดับที่ 10 ครับ โดยไต้หวันยังไม่ถือว่าเป็นประเทศด้วยซ้ำ
เพราะประเด็นทางการเมืองกับจีน โดยจีนยังถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน
แต่เรารู้กันดีครับ…ว่าทำไมไต้หวันถึงพัฒนากองทัพเรือยิ่งใหญ่ซะจนติดอันดับที่ 10
เนื่องจากประเด็นหลักคือการป้องกันการรุกรานจากประเทศจีน แผ่นดินใหญ่นั่นเอง
โดยไต้หวันเบียดอินโดนีเซียเข้ามาในอันดับที่ 10 ครับ แม้ว่าจะมีกำลังพลน้อยกว่ามาก
รวมไปถึงเรือรบโดยรวมก็มีน้อยกว่า แต่ว่าไต้หวันมีเรือรบไล่ล่า (Frigates) มากกว่า
ซึ่งมีมากกว่า 24 ลำ ในปัจจุบัน (มากกว่าสหรัฐอเมริกา) เรียกได้ว่าน่าสนใจมากครับ
เพราะเรือรบไล่ล่า หรือ เรือจู่โจม ถือเป็นเรือรบที่ไม่ใหญ่มาก แต่มีความสำคัญสูง
สำหรับการรบในน่านน้ำมีมีพื้นที่แคบครับ
และด้วยความที่ไต้หวันเป็นเกาะ และมีช่องแคบที่ไม่กว้างมากติดอยู่กับจีนที่ฝั่งตะวันตก
ทำให้การเสริมแกร่งเรือรบไล่ล่า จึงสำคัญมากครับ ตามจุดภูมิศาสตร์การทหาร


9. อิตาลี (Italy)
อิตาลีติดอันดับเข้ามาในอันดับที่ 9 ครับ และขอให้เพื่อนๆลืมเรื่องอดีตกันไปก่อนนะครับ
เพราะปัจจุบัน อิตาลีอาจจะไม่เหมือนเดิมแล้ว ซึ่งสาเหตุที่อิตาลีติดอันดับเข้ามานี้
เนื่องจากภูมิศาสตร์ของประเทศ จำเป็นต้องมีกองทัพเรือเป็นกองทัพที่สำคัญมากครับ
เพราะด้วยความที่อิตาลีมีจุดภูมิศาสตร์การทหารทางน่านน้ำที่ค่อนข้างซับซ้อน
เนื่องด้วยทางตอนใต้เกือบจรดทางตอนเหนือของประเทศ หรือเกือบ 90% ของพื้นที่
มีชายฝั่งติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นทะเลที่มีพื้นที่ติดกับ 3 ทวีปของโลก
ทั้งยุโรป, แอฟริกา และเอเชีย นอกจากนี้ยังมีถึง 23 ประเทศด้วยกันครับ
ที่มีพื้นที่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้อิตาลีเน้นกองทัพเรือเป็นพิเศษของการทหาร
โดยอิตาลีมีเรือบรรทุกอากาศยานถึง 3 ลำด้วยกันที่พร้อมปฏิบัติการณ์
และภาพรวมของเรือรบ อิตาลีมีถึง 140 กว่าลำ ที่พร้อมใช้งานในการรบครับ


8. เกาหลีใต้ (South Korea)
แน่นอนครับ ยังไงก็ต้องมีเกาหลีใต้อยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน แบบไม่ต้องสงสัยกันเลย
เพราะความจำเป็นในเรื่องของการป้องกันประเทศ จากสงครามที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเกาหลีเหนือ ที่แม้ในปัจจุบัน ก็ยังมีปัญหาค้างคากัน
มาตั้งแต่สมัยสงครามเกาหลีในปี 1950-1953 ซึ่งปัจจุบันแค่มีกฏหยุดยิงกันเพียงเท่านั้น
ซึ่งภูมิศาสตร์ของประเทศเกาหลีใต้นั้น จุดภูมิศาสตร์การทหารทางน่านน้ำถือว่าสำคัญสุดๆ
เพราะทางทิศตะวันตกติดกับทะเลเหลือง ส่วนทางตอนใต้ก็ติดกับทะเลจีนใต้
และทางด้านตะวันออกก็ติดกับทะเลญี่ปุ่น ส่วนทางตอนเหนือติดกับชายแดนของเกาหลีเหนือ
โดยเกาหลีใต้ถือว่ากองกำลังเรือรบที่แข็งแกร่ง และมีพร้อมใช้งานมากกว่า 160 ลำ
รวมถึงเรือดำน้ำถึง 13 ลำด้วยกัน แต่ที่สำคัญสุด คือกำลังพลที่มีกว่า 600,000 กว่านาย
ซึ่งนับเป็นกองพลของกองทัพเรือก็เกือบๆ 200,000 นายครับ


7. อินเดีย (India)
อินเดียก็เป็นอีกประเทศที่เสริมกำลังกองทัพเรืออยู่ตลอดครับ แถมยังสร้างใช้เองอีกด้วย
ทั้งเรือรบ หรือกำลังยุทโธปกรณ์ต่างๆ เรียกได้ว่าไม่ต้องเปลืองเงินซื้อมากซะเท่าไหร่
เพราะอินเดียเองก็มีนักวิศวกรรมศาสตร์เก่งๆจำนวนมาก ทำให้ความพร้อมของอินเดียมีสูง
โดยที่อินเดียต้องมีกองทัพเรือที่แข็งแกร่ง เพราะพื้นที่ 3 ใน 4 ส่วนอยู่ติดกับทะเล
และพื้นที่น่านน้ำยังกว้างไปถึงมหาสมุทรอินเดีย ทำให้ต้องมีกองทัพเรือที่แข็งแกร่ง
ซึ่งอินเดียมีเรือรบมากกว่า 300 ลำด้วยกันครับที่พร้อมใช้งาน ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
นอกจากนี้ยังรวมไปถึงกำลังพลที่มีกว่า 300,000 นาย นับเฉพาะกองทัพเรือ!

6. ฝรั่งเศส (France)
ฝรั่งเศสก็มีกองทัพเรือที่ยิ่งใหญ่ แถมยังรวมไปถึงเป็นประเทศแห่งอู่ต่อเรืออีกด้วย
เพราะอุตสาหกรรมอู่ต่อเรือของฝรั่งเศส ก็ไม่น้อยหน้านานาประเทศชั้นนำเหมือนกันครับ
โดยชายฝั่งตะวันตกของฝรั่งเศสเป็นอ่าวบิสเคย์ ที่เป็นจุดภูมิศาสตร์การทหารที่สำคัญ
ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงเป็นเหตุผลที่ฝรั่งเศสเสริมกำลัง
ในกองทัพเรืออย่างหนัก แม้ว่าทัพเรือของฝรั่งเศสจะดูไม่ยิ่งใหญ่มากนักด้วยจำนวน
แต่เรื่องของเทคโนโลยี ถือว่าล้ำหน้าครับ เนื่องด้วยการที่เป็นอู่ต่อเรือที่สำคัญข้างต้นด้วย


5. สหราชอาณาจักร (United Kingdom)
สหราชอาณาจักร ก็คล้ายๆกันกับฝรั่งเศสครับ เพราะที่สหราชอาณาจักรก็ขึ้นชื่อเรื่องต่อเรือ
โดยเฉพาะกองทัพเรือที่มีทั้งเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ เรือจู่โจม-เรือไล่ล่า มีครบหมด
แม้ว่าจะมีจำนวนไม่มากเท่าไหร่ แต่เน้นในเรื่องของเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากกว่าครับ
แต่เราก็คุ้นชื่อของกองทัพเรือสหราชอาณาจักรเป็นอย่างดีว่า “ไม่เป็นสองรองใคร” เช่นกัน
ซึ่งสหราชอาณาจักรโดดเด่นมากในเรื่องของเรือดำน้ำ ที่มีมากกว่า 10 กว่าลำด้วยกัน


4. ญี่ปุ่น (Japan)
สำหรับญี่ปุ่นนั้นมีกองกำลังทหารไม่ได้ (ผลจากการพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2)
แต่ญี่ปุ่นเองก็มีกองทัพเรือที่แข็งแกร่ง ภายใต้ชื่อ “กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น”
ซึ่งญี่ปุ่นจำเป็นต้องมีกองทัพเรืออย่างมากครับ เนื่องด้วยจุดภูมิศาสตร์การทหาร
เพราะญี่ปุ่นเป็นเกาะหลายเกาะรวมตัวกัน และทุกทิศของประเทศติดกับทะเลทั้งสิ้น
โดยทางตะวันตก และทางตอนเหนือติดกับอ่าวญี่ปุ่น ทางตอนใต้ติดทะเลฟิลิปปินส์
และทางตะวันออกติดกับมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ 
แต่ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ความขึ้นชื่อของกองทัพเรือญี่ปุ่นไม่เคยเป็นสองรองใครเลย
โดยปัจจุบันญี่ปุ่นมีเรือรบบรรทุกเฮลิค็อปเตอร์ (เรือพิฆาต) ที่พร้อมใช้งานถึง 4 ลำ! 
แถมญี่ปุ่นยังมีเรือดำน้ำมากถึง 18 ลำ และด้วยกำลังพลกว่า 45,000 นาย


3. จีน (China)
แม้ว่าประเทศจีนเองจะยังไม่ได้โชว์แสนยานุภาพ หรือมีปฏิบัติการณ์จากภารกิจต่างๆ
ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของจีน แต่กระนั้นจีนเองก็เสริมกองกำลังยุทโธปกรณ์อยู่ตลอด
เห็นได้ชัดว่าสามารถขู่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เป็นอย่างดีเหมือนกันครับ
หลังเข้าไปมีบทบาทข้อพิพาษในทะเลจีนใต้ ซึ่งกองทัพเรือของจีนก็ดูยากที่จะต่อกร
โดยจีนพยายามพัฒนากำลังยุทโธปกรณ์เอง และสามารถต่อเรือบรรทุกเครื่องบินเองได้
ซึ่งน่าสนใจไม่น้อยเลยครับ ว่าจีนจะพัฒนากองทัพเรือไปในทิศทางใดต่อจากนี้
เพราะปัจจุบันกองทัพเรือจีน มีเรือรบทุกประเภท พร้อมใช้งานมากกว่า 700 ลำด้วยกัน
และมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก มากกว่าสหรัฐอเมริกาประเทศมหาอำนาจด้วยซ้ำไป
ซึ่งต้องจับตาดูศักยภาพด้านการรบครับ ว่าประเทศจีนจะสามารถปฏิบัติภารกิจได้ดีแค่ไหน
เพราะดูเหมือนจีนจะเป็นต่อที่กำลังพลอย่างมากครับ มากกว่า 2,300,000 นาย!
และเป็นทัพเรือถึง 400,000 นาย!


2. รัสเซีย (Russia)
รัสเซีย ถือเป็นประเทศขั้วมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องการทหารที่ไม่น้อยหน้าใคร
โดยรัสเซียถือว่าขึ้นชื่อเรื่องกองกำลังยุทโธปกรณ์ แต่กองทัพเรือก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใครครับ
แม้ว่าภูมิประเทศส่วนใหญ่ จะดูไม่ค่อยมีความสำคัญทางจุดภูมิศาสตร์ทางน่านน้ำมากนัก
โดยทางตอนบนของประเทศทั้งหมดติดกับมหาสมุทรอาร์กติก ที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลน้ำแข็ง
แต่ว่าทางทิศตะวันออกติดกับมหาสมุทรแปซิคฟิคเหนือ ที่ต้องมองการไกลทีเดียวครับ
ว่าจะใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรแปซิคฟิคอย่างไร
ซึ่งในปัจจุบันรัสเซียเองก็มีบทบาททางการทหารเรื่อยๆครับ โดยเฉพาะการปฏิบัติภารกิจ
ที่ส่วนใหญ่เป็นภารกิจตัวแทน ทำให้รัสเซียได้โชว์ศักยภาพทางการทหารบ่อยๆ
และรัสเซียก็แสดงให้เห็นว่ากองทัพเรือของพวกเขา ก็น่าเกรงขามเป็นอย่างมากเช่นกัน
โดยเฉพาะในเรื่องของเรือดำน้ำ ที่มีมากกว่า 60 ลำ และปฏิบัติภารกิจอยู่ทั่วโลก


1. สหรัฐอเมริกา (United States)
ไม่น่าจะต้องแปลกใจใดๆที่สหรัฐอเมริกา จะมีกองทัพเรือที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกครับ
เพราะทุกอย่างประจักษ์ให้เห็นกับตาอยู่แล้ว ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
ยาวไปถึงสงครามต่างๆ รวมถึงปฏิบัติการณ์ภารกิจต่างๆ ทั่วทั้งโลกในช่วงที่ผ่านมา
ที่สหรัฐอเมริกาแสดงให้เห็นถึงแสนยานุภาพ ถึงความยอดเยี่ยมในทุกด้านของพวกเขา
ทั้งเรื่องของกองกำลังพล รวมไปถึงกำลังยุทโธปกรณ์ต่างๆที่ทันสมัยและก้าวหน้า
โดดเด่นยิ่งกว่าประเทศใดๆ เรียกได้ว่าเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกามักเป็นต้นแบบเสมอ
แต่ที่สำคัญที่สุดคือความสามารถทางการรบ เพราะกองทัพเรือของสหรัฐอเมริกา
มีชั่วโมงการรบที่มากที่สุดในโลก จากหลายๆสมรภูมิ และหลายๆภารกิจที่ผ่านมา
นอกจากนี้สหรัฐอเมริกายังสร้างฐานทัพเรือ ไว้ที่ศูนย์บัญชาการที่มีแบบทั่วทั้งโลก
ด้วยเรือบรรทุกเครื่องบินที่มีถึง 24 ลำ ที่พร้อมใช้งาน พร้อมทั้งเรือดำน้ำ 68 ลำ
และเรือรบทั้งหมดกว่า 400 กว่าลำ! ใช่ครับที่แหละกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา! 

และนี่ก็เป็น “10 อันดับกองทัพเรือ (Navy) ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก” ที่นำเสนอครับ
หวังว่าข้อมูลเหล่านี้ คงเป็นข้อมูลประกอบการศึกษาที่ดี ให้กับเพื่อนๆที่สนใจเรื่องการทหาร
ซึ่งทางเราจะนำเสนอเรื่องราวคล้ายๆกัน ที่น่าสนใจให้เพื่อนๆอีกแน่นอนครับ ติดตามเลย!

เขียนและเรียบเรียงโดย: https://www.aboutfriday.com
ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก: https://www.globalfirepower.com/,
Military-today.comhttps://en.wikipedia.org/
ขอบคุณภาพประกอบจาก: https://nationalinterest.org/