Home Culture

10 หนังเรทเอ็นซี (NC-17) ที่ควรหามาดูมากที่สุด (พร้อมอธิบายถึงที่มาและปัญหาของเรทเอ็นซี-17)

1839
ผมเชื่อว่าทุกคนเคยดูหนังติดเรทกันมาบ้างไม่มากก็น้อยครับ โดยเฉพาะหนังเรทอาร์ (R) ที่มีฉายทั่วไป
ซึ่งในวงการหนัง-ภาพยนตร์ ของสหรัฐอเมริกา หรือ ที่อื่นๆทั่วโลก ต่างมีหน่วยงานกำกับดูแลอยู่แล้ว
ซึ่งของอเมริกาจะเป็นหน่วยงานที่ว่า ‘Motion Picture Association of America (MPAA)’
คอยกำกับดูแลหนัง-ภาพยนตร์ และ คอยจัดเรทอายุผู้ชม ก่อนออกฉายไปตามโรงหนัง
หรือสำหรับลงแผ่นไว้จัดจำหน่าย โดยที่ค่ายหนังใหญ่ๆ จะส่งหนังเรื่องนั้นๆมาให้พิจารณา
และหนัง ”NC-17” ก็คือเรทสูงสุดของวงการหนังอเมริกา และ มันมีชื่อเต็มๆของมันว่า
”No One 17 and Under Admitted. Clearly adult. Children are not admitted.”
หรือ ”ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี รับชมเด็ดขาด สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น”
ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหนังประมาณมีฉากเซ็กส์แบบแปลกๆ, ฉากฆ่าโหดๆ หรือ ใส่ประเด็นด้านมืดของสังคม
 
 
นั่นทำให้หนังเรื่องต่างๆ ที่ฉายความรุนแรง หรือ ฉากทางเพศ จะต้องเอาให้มั่นใจให้ได้ครับ
ว่าหนังของพวกเขานั้น จะเข้าฉายในโรงหนังได้
เนื่องจากถ้าโดนเรท ”เอ็นซี-17” ก็ต้องไปตัดกันใหม่ เพื่อที่จะสามารถเข้าฉายโรงหนังในเรทอาร์ได้
(เรทอาร์ ยังสามารถโปรโมทโฆษณาได้ เพราะเรทอาร์ ยังอยู่ในเรทที่ผู้ปกครองสามารถแนะนำได้ครับ)
นั่นทำให้ผู้กำกับ และ นักแสดง หัวเสียกันไม่น้อยเลยครับ เวลาหนังโดนตัดเอาฉากที่ทุ่มทุนสร้างออกไป
เพราะมีหนังหลายเรื่องมาก ที่อยากใส่ความรุนแรงลงไป เพื่อเล่าหรือแสดงเนื้อหาในแบบตรงไปตรงมา
แต่ถ้าโดนกำกับว่าหนังเรื่องนี้ต้อง ”เอ็นซี-17” ก็จบเลยครับ
เนื่องจากเรท ”เอ็นซี-17” จะไม่สามารถทำการโปรโมท หรือ ทำโฆษณาใดๆได้ทั้งสิ้นเลยครับ
(เพราะเด็กอายุต่ำกว่า 17 จะมีโอกาสเห็นผ่านโฆษณา และ เอ็นซี-17 คือห้ามเด็กดูเด็ดขาด)
 
ทำให้โรงหนังใหญ่ๆไม่ค่อยอยากฉาย เพราะโอกาสทำเงินน้อยมาก เพราะโปรโมทโฆษณาไม่ได้
ค่ายหนังเองก็อยากคือทุน จึงไปสั่งให้กอง Editor ตัดออกมาใหม่เอาฉากรุนแรงที่ไม่ผ่านออกไป
หรือทางแก้อื่นๆเช่นลงแผ่นหนัง หรือไปฉายโรงหนังเล็กๆ หรือ โรงฉายหนัง สำหรับผู้ใหญ่ไปเลยครับ
ส่วนวิธีในปัจจุบันที่ฮิตที่สุด ก็คือเข้าฉายในเทศกาลหนังต่างๆ พอให้ได้เสียงร่ำลือ-เสียงวิจารณ์
แล้วก็ไม่ต้องไปสนใจ ‘MPAA’ แล้วยิงลงแผ่นไปเลย ถ้าปัจจุบันก็เอาลงอินเตอร์เน็ตเพื่อจำหน่ายต่อไป
แน่นอนครับถ้ามีชื่อเสียงแล้ว ยังไงสมัยนี้คนก็หากันมาดูให้ได้
 
 
ในปัจจุบัน เรท ”เอ็นซี-17” ดูจะเป็นอะไรที่ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่แล้วเหมือนกันครับ
เว้นหนังในยุคก่อนๆที่โดนไป เพราะตอนนั้นการหาหนังสักเรื่องมารับชม ไม่ได้หาง่ายแบบสมัยนี้ครับ
โดยตอนนี้เราจะเห็นหนังที่มีเรท ”เอ็นอาร์” (NR) หรือ ”หนังที่ไม่ได้ถูกจัดเรทอันดับความรุนแรงไว้”
เพราะหนังพวกนี้ไม่ส่งให้ ‘MPAA’ เข้าตรวจสอบครับ เช่นพวกหนังโหดๆสับๆ ตับไตไส้พุงอะไรแนวนั้น
ส่วนใหญ่จะเป็นเรทเอ็นอาร์ ซึ่งยุคนี้ก็หาดูไม่ยากแล้ว
เนื่องจากต่อให้ไม่ส่งให้ ‘MPAA’ หนังพวกนี้ก็หากลุ่มลูกค้า หรือ คนดูได้ด้วยตัวของมันเองตามยุคสมัย
ในยุคที่อินเตอร์เน็ตเข้าถึงได้ทุกอย่างแบบนี้ ไม่ยากเลยครับ ที่จะเห็นหนังแบบเรทเอ็นอาร์ออกมาเพียบ!
 
 
อย่างที่แจ้งข้างต้นครับ ว่ามีหนังหลายเรื่องมากๆที่โดนเรทเอ็นซี-17 ไป แต่ก็ไปตัดต่อออกมาใหม่
เพื่อให้ได้เข้าฉายในโรงหนัง หรือ ทำการโปรโมทได้
แต่ก็มีหนังอีกเพียบเลยครับ ที่ผู้กำกับลงทุนลงแรงไปแล้ว และ ไม่อยากตัดเนื้อหาใดๆออกทั้งสิ้น
ก็ต้องยอมให้หนังของตัวเองโดนเรทเอ็นซี-17 ไป ก็อารมณ์แบบ ”ช่างหัวมันเถอะ”
แต่หนังเหล่านี้ก็กลายเป็นหนังเรท ”เอ็นซี-17” ที่มีชื่อเสียง และ ควรค่าแก่การรับชมในเวลาต่อมา
โดยทาง aboutFriday.com ขอแนะนำ ’10 หนังเรทเอ็นซี (NC-17) ที่ควรหามาดูมากที่สุด’ ดังต่อไปนี้
 
Shame (2011)
Shame (2011) หรือ ”ดับไม่ไหวไฟอารมณ์” เป็นหนังเรทเอ็นซี-17 ที่โด่งดังที่สุดในช่วงที่ผ่านมาครับ
เพราะได้นักแสดงอย่างไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ (Michael Fassbender) เป็นนักแสดงนำ
พร้อมด้วยนักแสดงฝีมืออย่างแครี่ มัลลิแกน (Carey Mulligan) เข้ามารับบทนำหญิงในฐานะน้องสาว
ว่าด้วยเรื่องของชายที่หมกหมุ่นทางเซ็กส์อย่างหนัก จนเป็นชีวิตประจำวันที่เขาขาดไม่ได้
แต่น้องสาวของเขา ก็เข้ามาขออาศัยอยู่ด้วยในช่วงสั้นๆ
กระนั้นกลายเป็นว่าการเข้ามาของเธอนั้น ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของเขาไปเรื่อยๆ
ทำให้เขาไม่สามารถปลดปล่อยอารมณ์ของเขาได้อย่างเคย
เรียกได้ว่าหนังดีขนาดนี้ยังโดนเรทเอ็นซี-17 แต่เป็นโชคดีครับ ที่เป็นหนังยุคหนังปี 2010 แล้ว
เพราะทำให้ค่ายหนังหาวิธีจัดจำหน่ายจนได้ จนกลายเป็นหนังดีคุณภาพที่ใครๆต่างยอมรับ
(ในประเทศไทยเข้าฉายด้วยเรท ”ฉ.20+”)
 
 
Bad Lieutenant (1992)
Bad Lieutenant (1992) ถือเป็นหนังอื้อฉาวของยุค 90s เลยครับ เพราะเป็นหนังค่อนข้างรุนแรงมาก
โดยฮาร์วีย์ คีเทล (Harvey Keitel) ฝากผลงานการแสดงที่ยอดเยี่ยม (แบบระยำสุดขั้วไว้ในเรื่องนี้)
ว่าด้วยเรื่องของ ”แอลที” นายตำรวจสายสืบที่มีปัญหาการพนัน และ ติดยา-ติดเหล้าอย่างหนัก
กำลังมองหาการไถ่โทษ และ การให้อภัย หลังเขาต้องตามสืบคดีแม่ชีสาวที่ถูกข่มขืน
และหนังใส่ประเด็นแรงๆไว้เพียบ รวมถึงฉากนู้ด, ฉากความรุนแรงแบบจัดหนัดจัดเต็มมากๆ
กระนั้นนี่คือหนังที่เล่าเรื่องอย่างตรงไปตรงมาที่สุดครับ เหมาะแก่การหามารับชมอย่างยิ่งเลย
 
 
Bad Education (2004)
การให้เรทเอ็นซี-17 กับหนังอย่าง Bad Education (2004) ถือเป็นอะไรที่สมควรถูกประนามจริงๆครับ
เนื่องจากเหมือนว่าหนังอะไรที่มีประเด็นเกี่ยวกับศาสนา ‘MPAA’ จัดการแบนเรียบหมดเลย!
เพราะนี่คือหนึ่งในผลงานยอดเยี่ยมอย่างที่สุดของเปโดร อัลโมโดวาร์ (Pedro Almodovar) ก็ว่าได้
โดยหนังว่าด้วยเรื่องของโรงเรียนศาสนาคาทอลิก ในยุคสเปนภายใต้การนำของฟรังโก (ยุค 60s)
และประเด็นเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ หลังเพื่อนเก่าทั้งสองคนได้กลับมาพบกันอีกครั้ง
เพื่อพูดคุยถึงการสร้างหนัง ที่ย้อนถึงวัยเด็กของพวกเขา
 
 
Lust, Caution (2007)
Lust Caution (2007) หรือ ”เล่ห์ราคะ” เป็นหนังทุ่มทุนสร้าง ของวงการภาพยนตร์เอเชียก็ว่าได้ครับ
แต่โดนเรทเอ็นซี-17 ไปตามระเบียบ (ไม่ได้สร้างผลกระทบอะไรมากมาย เพราะหนังค่อนข้างโด่งดัง)
ซึ่งที่โด่งดัง ก็เพราะความอื้อฉาวนี่แหละครับ เรียกได้ว่าสนั่นเอเชียไปเลยในช่วงนั้น…
เพราะคู่พระนางในเรื่องอย่างนักแสดงค้างฟ้าของฮ่องกง เหลียง เฉาเหว่ย (Tony Leung Chiu-wai)
กับนักแสดงจีนดาวรุ่งอย่าง ถัง เหว่ย (Tang Wei) มีประเด็นว่าเล่นฉาก…อย่างว่ากันแบบจริงๆเลย
โดยงานนี้ว่ากันว่า อัง ลี (Ang Lee) ผู้กำกับคนดัง ถึงกับปิดห้องสตูดิโอถ่ายกันแค่ 3 คน กับนักแสดง
ถ้าใครไม่ได้ชมก็ต้องไปชมกันเอาเองครับ
โดยเรื่องราวว่าด้วยเรื่องราวระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 สายลับสาว (รับบทโดยถัง เหว่ย)
ต้องปลอมตัวเพื่อเข้าใกล้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูง ที่ทำงานให้รัฐบาลญี่ปุ่น (รับบทโดยเหลียง เฉาเหว่ย)
เพื่อทำการสังหารเขาให้ได้ แต่เธอกลับพบว่า ตัวเธอตกหลุมรักเป้าหมายที่ได้รับมอบหมายของเธอ…
 
 
Blue Is the Warmest Color (2013)
Blue Is the Warmest Color (2013) เป็นหนังที่พิสูจน์ว่าเรทเอ็นซี-17 แทบจะไม่มีความหมายใดๆแล้ว
เพราะหนังสามารถชนะรางวัลปาล์มทองคำ (Palme d’Or) ปี 2013 ในเทศกาลหนังเมืองคานส์
นอกจากนี้ยังเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ (Golden Globe) เวทีรางวัลในประเทศสหรัฐอเมริกาเอง
และเข้าชิงรางวัลบาฟต้า (BAFTA) เวทีของประเทศอังกฤษ และเวทีอื่นๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน
เพราะหนังส่งเข้าฉายในเทศกาลต่างๆไปทั่วโลก และสามารถทำเงินใน ณ จุดนี้เรียบร้อยไปแล้ว
โดย ‘Blue Is the Warmest Color’ ว่าด้วยเรื่องราวของ ”อเดล” เด็กสาวที่กำลังเรียนอยู่ในชั้นมัธยม
ได้ไปพบกับ ”เอมม่า” สาวผมสีฟ้าอมน้ำเงิน ก่อนทั้งคู่จะตกหลุกรักกันและกัน ในช่วงเวลาสั้นๆ
ซึ่ง ”อเดล” เองก็ยังไม่เข้าใจรสนิยมทางเพศของตัวเองมากนัก เพราะเธอก็เคยมีแฟนผู้ชายมาก่อน
แต่เธอคิดในแง่ที่ว่าเธอมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ ก่อนที่จะค่อยๆเรียนรู้ชีวิตไปพร้อมๆกับความสัมพันธ์
 
 
The Dreamers (2003)
The Dreamers (2003) น่าจะเป็นหนังที่เพื่อนๆเคยดู หรือ อาจจะผ่านตากันมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย
โดยใช้ชื่อภาษาไทยว่า ”รักตามฝันไม่มีวันสลาย”
เป็นหนังผลงานของเบอร์นาโด แบร์โตลุคชี่ (Bernardo Bertolucci) ผู้กำกับหนังชาวอิตาลีคนดัง
ที่มีผลงานหนังอีโรติคมาก่อนในปี 1972 กับเรื่อง ‘Last Tango in Paris’ ที่โดนเรทเอ็นซี-17 เหมือนกัน
โดย ‘The Dreamers’ ถือเป็นผลงานยุคใหม่ของเขาที่ถูกพูดถึงค่อนข้างมากทีเดียวครับ
ว่าด้วยเรื่องของเด็กหนุ่มอเมริกัน ”แมทธิว” ที่ไปเรียนภาพยนตร์ในกรุงปารีส, ฝรั่งเศส เมื่อปี 1968
ซึ่งเป็นช่วงเดียวกัน กับช่วงที่นักศึกษาทำการประท้วงรัฐบาลอย่างหนัก จากประเด็นเรื่องต่างๆ
นั่นทำให้เขาพบกับ ฝาแฝดชาย-หญิง ”ธีโอ” และ ”อิซาเบลลา” ที่ตัวติดกันอยู่ตลอดเวลา
และแมทธิว ตกหลุมรัก อิซาเบลลา มากๆ พวกเขาทั้ง 3 เป็นคนรักหนังเหมือนกัน ทำให้เข้ากันได้ไม่ยาก
ก่อนที่แมทธิวจะถูกชวนให้มาอยู่ด้วยกันที่แฟลตของพวกเขา
ทำให้เกิดเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่ๆ ที่ทำให้ฤดูร้อนของเขายากที่จะลืมเลือน…
แน่นอนครับไฮไลต์เรื่องนี้อยู่ที่อีวา กรีน (Eva Green) นักแสดงสาวชื่อดัง ที่รับบท ”อิซาเบลลา”
(ต่อมาแสดงเป็นสาวบอนด์ใน Casino Royale) ที่ลงทุนเปลือยทั้งตัวแบบไม่เขอะเขินใดๆ
 
 
Last Tango in Paris (1972)
Last Tango in Paris (1972) เป็นผลงานของเบอร์นาโด แบร์โตลุคชี่ ที่อื้อฉาวตอนถ่ายทำไม่พอ
ยังมาอื้อฉาวหลังถ่ายทำอีกในปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นหนังอื้อฉาวซ้ำซ้อนเลยก็ว่าได้ครับ
โดยมาร์ลอน แบรนโด (Marlon Brando) สุดยอดนักแสดงในยุคนั้น มารับบทเป็น ”พอล”
นักธุรกิจชาวอเมริกัน ที่มาพบกับ ”เจนนีน” สาววัยรุ่นชาวฝรั่งเศส ที่กำลังมองหาที่พักอยู่
ทำให้ทั้งคู่มีความสัมพันธ์กัน แต่ตกลงกันไว้ว่า ความสัมพันธ์ของพวกเขา ไม่มีอะไรอย่างอื่น
มาเกี่ยวข้องเด็ดขาด นอกจากเซ็กส์เท่านั้น
และหนังก็โดนเอ็นซี-17 ไปเพราะฉากทางเพศครับ แต่ก็เป็นหนังที่ค่อนข้างดีมากๆเลยเหมือนกัน
แต่มีดราม่าตอนหลัง เพราะมาเรีย ชไนยเดอร์ (Maria Schneider) นักแสดงนำหญิงของเรื่อง
กล่าวว่าถูกมาร์ลอน แบรนโด นักแสดงนำชายล่วงละเมิดทางเพศ และ เล่นนอกบทบาทการแสดง
หลังมีเทปหลุดออกมาว่าผู้กำกับอย่างเบอร์นาโด แบร์โตลุคชี่ กับ มาร์ลอน แบรนโด รวมหัวกัน
ว่ากันว่าให้จับมาเรีย ชไนยเดอร์ เล่นนอกบท เพื่อความสมจริง
 
 
Arabian Nights (1974)
Arabian Nights (1974) เป็นหนังของ ปิแอร์ เปาโล ปาโซลินี (Pier Paolo Pasolini) ผู้กำกับจอมฉาว
ที่มักเอาประเด็นศีลธรรมในสังคม มาตีความแบบซาดิสม์ และเรื่องนี้ก็จะพาย้อนยุคไปในอดีต
ว่าด้วยยุคของอารยธรรมอาหรับ ด้วยเรื่องราวของชายหนุ่มบริสุทธิ์คนหนึ่ง ที่มั่งมีในเงินตรา
ถูกเลือกโดยทาสสาวรูปงาม เพื่อให้เขาเป็นเจ้าของเธอ และเรื่องราวอีโรติค-แฟนตาซีก็เริ่มต้นขึ้น…
 
 
Salò, or the 120 Days of Sodom (1975)
หลังจากปิแอร์ เปาโล ปาโซลินี ผู้กำกับอิตาลีจอมฉาว ประสบความสำเร็จใน ‘Arabian Nights (1974)’
เขาก็เพิ่มความซาดิสม์ไปอีกขั้น กับหนังเรื่องต่อมาอย่าง ‘Salò, or the 120 Days of Sodom (1975)’
ว่าด้วยเรื่องของกลุ่มนักการเมืองจอมอำนาจในเมืองซาโล ได้ไปจับกุมหนุ่ม-สาวในเมืองมา 18 คน
และใช้อำนาจบังคับ-กดขี่ รวมถึง ทรมานพวกเขาด้วยวิธีต่างๆ (เอาเท่าที่จะจินตนาการได้)
ทั้งจับแก้ผ้า และ ทดลองความซาดิสม์ต่างๆกับพวกเขาแบบวิปลาส-วิตถาร เกินมนุษย์จะคิดได้
แน่นอนครับหนังถูกแบนในอิตาลี และ ลามออกไปต่อทั่วโลก ที่พร้อมใจกันแบนไม่ให้ฉายที่ไหน
แถมผู้กำกับอย่างปิแอร์ เปาโล ปาโซลินี ก็มาถูกฆ่าตายอีก หลังจากจำหน่ายหนังไปในตลาดมืดไม่นาน
โดยเขาถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม โดยการขับรถทับไปมาจนเละ ซึ่งตามสืบคดีกันไม่คืบหน้าด้วยครับ
ซึ่งก็มีทฤษฏีสมคบคิดเยอะครับ ว่าอาจจะถูกฆ่าโดยกลุ่มฟาสซิสต์ ที่ไม่พอใจกับหนังเรื่องนี้
เพราะเป็นหนังที่ใช้เป็นประเด็นต่างๆ ในการโจมตีกลุ่มฟาสซิสต์ และ การเมืองของอิตาลีในสมัยนั้น
และพอเขาเสียชีวิต หนังเรื่อง ‘Salò’ ก็กลายเป็นหนังที่ใครๆก็อยากหามารับชมกันทั้งสิ้น
จนหนังได้เข้ามาจำหน่ายในอเมริกา ปี 1977
 
 
Pink Flamingos (1972)
Pink Flamingos (1972) เป็นผลงานหนังคัลท์ทุนต่ำที่โด่งดังมากที่สุด ในวงการหนังคัลท์ ก็ว่าได้ครับ
โดยจอห์น วอเตอร์ส (John Waters) ผู้กำกับหนังที่ชอบทำแต่หนังประหลาดๆโหดๆแหวะๆ
พอทำเรื่อง ‘Pink Flamingos’ จอห์น วอเตอร์ส ก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ เพราะเล่นประเด็นโคตรจนอ้วก
ว่าด้วยการแข่งขันชิงตำแหน่ง ‘บุคคลที่โสโครกที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่’ ระหว่างตัวเต็งสองคน…
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไมหนังได้เรทเอ็นซี-17
แต่เหลือเชื่อที่สุดคือ หนังสามารถทำเงินได้หลายล้านเหรียญในช่วงเวลาต่อมา
เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคนเรานี่ชอบสรรหาอะไรแปลกๆ มารับชมกันอยู่เสมอ ต่อให้ซ่อนยังไงก็ตามที
 
และนี่ก็เป็น ”10 หนังเรทเอ็นซี (NC-17) ที่ควรหามาดูมากที่สุด” ครับ หวังว่าคงถูกใจเพื่อนๆไม่น้อย
โดยเป็นการคัดเลือกโดยทีมงาน aboutFriday.com ทำการเรียบเรียงมานำเสนอให้เพื่อนๆครับ
ซึ่งก็มีหนังเรทเอ็นซี-17 จำนวนมากที่ไม่ได้ติดอันดับเข้ามา
แต่ที่แน่ๆเพื่อนๆคงได้ความรู้กับการจัดเรทหนังของเอ็นซี-17 ไปไม่มากก็น้อยทีเดียวครับ
หากชื่นชอบบทความแบบนี้ อย่าลืมติดตามเพื่อที่จะได้อ่านบทความคล้ายๆกันในอนาคตครับ
เขียน และ เรียบเรียงโดย: https://www.aboutfriday.com
ขอบคุณข้อมูอ้างอิงประกอบจาก: https://en.wikipedia.org/https://en.wikipedia.org/
ขอบคุณภาพประกอบจาก: https://www.imdb.com/