Home Foreign

ขึ้นสวรรค์ตอนนี้…ฆาตกรสังหารหมู่ นอร์เวย์ 77 ศพ กับโทษในคุกเพียง 21 ปี

302
ต้องขออภัยหากพาดหัวข้อบทความไปแบบนั้น แต่ถ้าหากพูดตามความเป็นจริง
ก็คงจะไม่ผิดนักเพราะหากนักโทษที่ก่อคดีสะเทือนขวัญ สังหารเด็กอายุไม่เกิน 17 ปี
เสียชีวิตไปว่า 34 คนและประชาชนทั่วไปรวมแล้วกว่า 77 คน บาดเจ็บอีก 241 คน
เมื่อปี 2011 ที่ผ่านมา จะได้รับการลงโทษที่ถือว่าค่อนข้างเบาตามกฏหมายนอร์เวย์
หลังถูกจำคุกเพียง 21 ปี จากการฆ่าคนไป 77 ศพ เพราะนอร์เวย์ไม่มีโทษประหารชีวิต
และจำคุกตลอดชีวิตโดยกฏหมายสูงสุดคือ 21 ปีเท่านั้น
 
Anders Behring Breivik (แอนเดอส์ เบห์ริง เบร์วิก) ชายชาวนอร์เวย์ คือผู้ก่อเหตุในครั้งนี้
โดยเกิดจากความเกลียดชังที่เขามีต่อคนต่างชาติ และต่างศาสนา และต่างวัฒนธรรม
ที่เข้ามาอยู่ในนอร์เวย์มากขึ้น จนเริ่มกลืนความเป็นวัฒนธรรมแม่ออกไป
 
นายเบร์วิกเนี่ย…ได้ไประเบิดอาคารของรัฐ ที่กรุงออสโลว ในย่านใจกลางกรุง
ฆ่าประชาชนไป 8 ศพ บาดเจ็บอีกเยอะมาก ก่อนนายเบรวิกจะเดินทางไปที่เกาะอูโทย่าทันที
เพราะที่นั่นมีเยาวชนมาเข้าค่ายศึกษาอยู่โดยนายเบรวิกปลอมตัวเป็นตำรวจ
และบอกว่าจะมาคุ้มครองเด็กๆ ก่อนไล่กราดยิงเหล่าเยาวชน และผู้คนในเกาะ
เป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง เสียชีวิตไป 69 คนจากผู้คนบนเกาะประมาณ 600 คน
(เยาวชนที่มาเข้าค่ายส่วนใหญ่เป็นเยาวชนจากศาสนาอิสลาม)
 
 
กว่าหน่วยคอมมานโด จะมาถึงก็กินเวลาไปอีก แล้วแทนที่จะเป่าสมองให้รู้แล้วรู้รอด
ดันคุณธรรมสูงส่ง เลยทำการจับกุมแทนซะอย่างนั้น และเป็นการจับเป็นแบบไม่มีการต่อสู้
(อาจเพราะนายเบรวิกยอมมอบตัวแต่โดยดี)
ซึ่งด้วยสิทธิมนุษยชนของประเทศนอร์เวย์ หลังจากการขึ้นศาล นายเบรวิกโดนโทษจำคุก
ไป 21 ปีและมีโอกาสต่ออายุออกไปอีก หากมองแล้วว่านายเบร์วิกยังไม่สามารถ
เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อกลับเข้าสู่สังคมได้ หรือ หากยังดูว่าเป็นอันตรายต่อสังคมอยู่
 
พอตัดสินโทษแล้วนายเบรวิกถูกส่งมาอยู่ที่คุก ‘Ila Prison’ คุกสุดหรูอีกอัน ของนอร์เวย์ นั่นเองซึ่งที่นี่มีทั้งแล็ปท็อป, ห้องนอนส่วนตัว, ลานออกกำลังกาย, สนามหญ้า,
ห้องสมุด, ทีวีส่วนตัว และ เครื่องเล่น DVD รวมถึงการใช้งานอินเตอร์เน็ต
(ที่ถูกจำกัดการค้นหา) และมีเงินให้ใช้วันละ 10ยูโร กับมีซุปเปอร์มาร์เก็ตให้ใช้จ่ายอีกด้วย
เพราะทางการนอร์เวย์เชื่อเรื่องการประณีประนอม จะช่วยให้นักโทษสามารถกลับตัวได้
และพยายามให้นักโทษ ปรับตัวเข้ากับโลกภายนอกให้ดีที่สุด
เพื่อที่จะมีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตต่อ ในสังคมได้อย่างราบรื่นอีกครั้ง
 
 
แต่ระหว่างที่คุมขัง นายเบร์วิก ก็ยังหาเรื่องให้คนนอร์เวย์หัวร้อนอีกไม่เลิกรา
เพราะพี่แกฟ้องเอาเครื่องเพลย์สเตชั่น 2 และ ชั่วโมงเดินเล่นข้างนอกให้มากกว่าเดิม
รวมถึงทั้งฟ้องร้อง จากการที่เจ้าตัวได้รับกาแฟที่เย็นชืด รวมถึงอาหารจากไมโครเวฟ
ที่พี่แกบอกว่า ”แย่ยิ่งกว่าโดนจับกรอกน้ำใส่หน้าซะอีก”
ซึ่ง…เบร์วิกสามารถชนะคดีด้านสิทธิมนุษยชนครับ! เหยดดดดดดดดดดด!
 
 
แล้วจะไม่ให้เรียกนอร์เวย์ว่า วิมานแดนสวรรค์ได้อย่างไร…
เรียบเรียงโดย: https://www.aboutfriday.com