Home Culture

Trading Places (1983) นี่ไม่ใช่แค่หนังตลกเท่านั้น แต่ยังเป็นหนังทดลองทางสังคมดีๆด้วย

198
 

Trading Places (1983) เป็นภาพยนตร์คอมเมดี้ เรท R ที่จะยกเป็นตำนาน อีกเรื่องหนึ่งเลยก็ได้
เพราะแม้ว่า Trading Places (1983) จะเป็นหนังแนวคอมเมดี้เต็มตัว แต่ก็แฝงไปด้วยแนวคิด
และนั่นรวมถึงบทของเรื่อง ที่พยายามเล่าถึงการทดลองทางสังคม (Social Experiment)
และเสียดสีระบบทุนนิยม (Capitalism) หรือระบบเศรษกิจแบบการแข่งขันของตลาด เพื่อทำผลกำไร
รวมถึงสอดแทรกประเด็น การเหยียดในสังคม (Racism) ที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม
นอกจากนี้ยังเป็นหนังที่ช่วยให้เพื่อนๆ ทำความเข้าใจ กับตลาดหุ้น (Stock exchange) ได้แบบง่ายๆ
เพราะหนังจะพูดถึงการตลาดหุ้น สำหรับระบบการซื้อขายล่วงหน้า (Futures exchange)
ที่น่าจะเป็นความรู้ ให้กับเพื่อนๆได้เยอะทีเดียวครับ
แม้ว่าจะเป็นแบบฮาๆ ตามประสาหนังคอมเมดี้ แต่ก็ถือเป็นบทที่เขียนได้ดี ไม่น้อยเลยครับ
ซึ่งนับจากวันที่หนังออกฉาย จนถึงปัจจุบัน ก็เป็นเวลากว่า 30 ปีเข้าไปแล้ว
ทำให้เราได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคมมากมายเช่นกัน

 
 

Trading Places (1983) เป็นภาพยนตร์ช่วงเทศกาลคริสมาสต์ ที่มักจะเล่าถึงบทแบบเดิมๆที่คุ้นเคย
คือการผจญภัยวุ่นๆ หรือมีเหตุการณ์ที่ต้องประสบพบเจอ ในช่วงของเทศกาลแห่งวันหยุดนี้
เรียกได้ว่าถอดแบบกันมาเลยก็ได้ จะว่าก็คือ เป็นหนังสำเร็จรูป ของฮอลลีวู้ดน่ะครับ
เหมือนหนังแนวเทศกาลคริสมาสต์ทั่วไป ที่ทุกคนต่างรู้ตอนจบกันดีอยู่แล้ว
แต่คงไม่มีใครปฏิเสธว่า หนังแนวนี้ มันชวนอิ่มหัวใจ และสร้างความประทับใจไปพร้อมๆกัน
ขึ้นอยู่กับบทของเรื่องมันน่าสนใจ และเล่าออกมาในรูปแบบไหนมากกว่า
ซึ่ง ‘Trading Places’ ก็ทำออกมาได้ดีทีเดียวครับ
โดยได้แดน อาร์กคอยซ์ (Dan Aykroyd) ที่โด่งดังจากหนังเรื่อง The Blues Brothers (1980)
มารับบทนำในตอนนั้น ร่วมกับ เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่ย์ (Eddie Murphy) ที่รับบทแจ้งเกิดในเรื่องนี้
พร้อมด้วยนักแสดงสมทบอย่างเจมี่ ลี่ เคอร์ติส (Jamie Lee Curtis) ที่ลงทุนเปลือยหน้าอกในเรื่อง
ทำเอาหนังได้เรท R ไปในทันทีทันใด (ถือว่าคุ้มสุดๆสำหรับแฟนหนัง อิอิ)

 
 

โดยเรื่องราวของหนังเรื่อง Trading Places เล่าถึงเรื่องราวของชีวิตที่เปลี่ยนผันของคนสองคน
ระหว่างหลุยซ์ วินทร็อป (Louis Winthorpe) รับบทโดย แดน อาร์กคอยซ์
นักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง จบการศึกษาระดับสูงจากมหาวิทยาลัย มีอนาคตที่สดใสอยู่ข้างหน้า
และได้ทำงานระดับสูง อยู่ในบริษัทนายหน้าซื้อขายหุ้น ดุ๊ก & ดุ๊ก (Duke & Duke)
ซึ่งเป็นของสองพี่น้องตระกูล ‘ดุ๊ก’ คือแรนดอล์ฟ (Randolph) และ มอติเมอร์ (Mortimer)
ที่แสนร่ำรวย แต่ขี้เหนียวเป็นที่สุด นอกจากนี้ยังใจแคบ และ เหยียดเชื้อชาติอีกด้วย
ซึ่งพี่น้องตระกูลดุ๊ก ก็ได้ช่วยเหลือปูพรมหน้าที่การงาน พร้อมกับยกระดับสังคมให้กับหลุยซ์อย่างดี

 
 
จนกระทั่งวันหนึ่ง หลุยซ์ วินทร็อป ได้เดินชนกับ บิลลี่ เรย์ วาเลนไทน์ (Billy Ray Valentine)
ที่รับบทโดย เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่ย์ (*เป็นบทแจ้งเกิดของเขาในวงการภาพยนตร์)
แล้วเกิดการเข้าใจผิดขึ้น เพราะว่าบิลลี่ปลอมเป็นขอทาน เพื่อต้มตุ๋นคนที่ผ่านไปมาอยู่ในขณะนั้น
ทำให้ตำรวจได้ตามจับตัวเขา ซึ่งเขาได้หนีเข้าไปในคลับเฮาท์เก่าแก่แห่งหนึ่ง
ซึ่งเป็นที่พบปะสังสรรค์ ของบรรดาคนผิวขาวชาติตระกูลดี และถูกจับกุมตัวไปในที่สุด
เป็นภาพที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง สำหรับชีวิตของหลุยซ์ วินทร็อป กับ บิลลี่ เรย์ วาเลนไทน์
เพราะคนหนึ่งมีอนาคตสดใส แต่อีกคนหนึ่งเป็นเพียงคนดำ ที่ถูกจับเข้าคุกอีกครั้ง…
 
แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้พี่น้องตระกูลดุ๊ก เกิดนึกอยากจะทำการทดลองทางสังคมขึ้นมา
โดยแรนดอล์ฟ คนพี่ คิดว่า ”ถ้าเอาคนเก่ง ฉลาด มีชาติตระกูล อย่างหลุยซ์ วินทร็อป
ไปอยู่ในสถานะภาพที่แย่ ก็อาจจะทำให้เค้ากลายเป็นคนที่ไร้ค่าได้ แบบบิลลี่ เรย์ วาเลนไทน์”
และ ”ถ้าเอาคนที่อยู่ในสภาพที่แย่ ไร้ระเบียบ ไร้ชาติตระกูลอย่าง บิลลี่ เรย์ วาเลนไทน์
มาจับเปลี่ยนแปลง ให้อยู่ในสังคมที่ดี เขาก็สามารถเป็นคนดี และเป็นคนเก่งได้เช่นกัน”
แต่มอติเมอร์ คนน้องไม่เชื่อเช่นนั้น เขาเชื่อว่าคนที่แย่ก็จะแย่ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
ทำให้พี่น้องตระกูลดุ๊ก ได้พนันกัน เพื่อทำการทดลองทางสังคมครั้งนี้ขึ้น
และทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนที่วางไว้…
 

สำหรับ Trading Places แม้ว่าบทหนังจะมีข้อที่ชวนสงสัยเยอะ และจุดที่ไม่น่าจะเป็นไปได้หลายจุด
ตามประสาหนังคอมเมดี้ แต่บทค่อนข้างจะลื่นไหล และทำให้เราสนุกสนานไปได้แบบง่ายๆ
เพราะหนังยัดตลกเข้ามาเต็มไปหมด  รับรองได้หัวเราะขำขัน สนุกสนานแน่ครับ
แม้ว่าหนังจะเล่นประเด็นหนักๆเกี่ยวกับการทดลองทางสังคม หรือกระทั่งเรื่องของธุรกิจ
และยิ่งถ้าพอมีความรู้ในเรื่องของธุรกิจ และตลาดหุ้น จะยิ่งเข้าใจง่ายขึ้นอีกเป็นกองเลยครับ
เพราะส่วนสำคัญของหนังคือการพูดถึงตลาดหุ้น และ ระบบการซื้อขายล่วงหน้า (Futures exchange)
(ถึงใครไม่เข้าใจโลกตลาดหุ้น แต่เชื่อว่าหนังทำอธิบายออกมา ไม่ยากเกินดูเช่นกัน)
โดยเฉพาะช่วงของการเทรด ของบรรดาคอมมอดิตี้ โบร์กเกอร์ (Commodity broker)
และฉากในตำนานการเทรดหุ้น ที่เรียกกันว่า ‘Open outcry’ ซึ่งเป็นสถานที่ซื้อขายตลาดหุ้น
ที่บรรดานายหน้าหุ้น จะมาซื้อขายกันที่นี่ ถือว่าเป็นฉากไฮไลต์เลยก็ว่าได้ (ฮาสุดๆ)
ยิ่งปัจจุบันไม่สามารถหาชมได้อีกแล้วด้วย ตั้งแต่ตลาดหุ้น ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในการเทรดหุ้น
ทำให้ใครที่อยากชมการเทรดหุ้นแบบยุค 80s ต้องชมเรื่อง Trading Places เลยครับ
 
 

นอกจากประเด็นการทดลองทางสังคม และ เรื่องหุ้น ที่เป็นบทหลักของเรื่องแล้ว
พวกประเด็นรองก็น่าสนใจไม่แพ้กันครับ
โดยเฉพาะประเด็นทางสังคมทั่วไป ที่เน้นไปในการเสียดสีระบบทุนนิยม
ที่นายทุนแสนจะร่ำรวย แต่ยังกดขี่ชนชั้นแรงงาน ที่คอยทำงานบริการให้
ทั้งการพูดถึงเรื่องของสังคมชั้นสูง พูดถึงสังคมของคนที่หนีจากบ้านนอก เพื่อหวังชีวิตที่ดีกว่า
รวมไปถึงความเปลี่ยนแปลงทางชีวิต ที่มนุษย์จะปรับตัวเข้าสู่สังคมนั้นๆ
เรียกได้ว่า Trading Places เป็นหนังที่เข้าใจปัญหาสังคมได้ค่อนข้างดีมากเลยครับ
และยังทำออกมาในรูปแบบของหนังคอมเมดี้อีกด้วย
เชื่อว่าเพื่อนๆที่ยังไม่เคยดู น่าจะอยากหา Trading Places หนังปี 1983 มารับชมกันดูแน่นอน
เพราะเป็นหนังคอมเมดี้ ตลกๆขำขัน ที่ให้ความรู้ ดูกันแบบสนุกๆ
ยิ่งได้ดาราหนังคอมเมดี้อย่าง แดน อาร์กคอยซ์ จับคู่กับ เอ็ดดี้ เมอร์ฟี่ย์ เป็นตัวประกันความฮา
และอย่างที่บอกครับ เจมี่ ลี่ เคอร์ติส โชว์นมในเรื่องนี้ด้วย คุ้ม! คุ้ม! คุ้ม!

เขียน และ เรียบเรียงโดย: https://www.aboutfriday.com
ขอบคุณข้อมูลจาก: https://www.imdb.com/
ขอบคุณภาพประกอบจาก: https://www.imdb.com/