I'd like to buy the world a Coke (ฉันอยากจะซื้อโค้กให้โลก) โฆษณาโค้ก ที่เปลี่ยนโลกในยุค 70s


เชื่อว่าทุกคนคงเคยเห็นโฆษณาน้ำอัดลม ของเครื่องดื่มโคคา-โคล่า (Coca-Cola) มากันนับไม่ถ้วน
เพราะเครื่องดื่มโคคา-โคล่า คือบริษัทเครื่องดื่มน้ำอัดลม ที่มีมูลค่าส่วนแบ่งทางตลาดมากที่สุด
ตั้งแต่ถูกผลิตขึ้นมาเมื่อปี 1886 ก่อนที่จะกลายเป็นเครื่องดื่มน้ำอัดลม ที่ขายดีไปทั่วโลก
ทำให้มีโฆษณามากมายจากโคคา-โคล่า หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของโค้ก (Coke)
โดยเฉพาะในยุคของ โฆษณาทางโทรทัศน์ (Television Commercials)
ที่จะช่วยให้ผู้คนจดจำแบรนด์ ได้ง่ายที่สุด เช่นสโลแกน หรือ เพลง ที่นิยมใช้กันในยุค 1950-1990
เพราะคำพูดที่คุ้นหู หรือเพลงดีๆที่คุ้นหู มักจะทำให้คนจดจำแบรนด์ได้ง่ายที่สุด
ซึ่งในการตลาดระดับโลก (Global marketing) ความเป็น 'แบรนด์' ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากๆ
ดังนั้นโฆษณาจึงต้องขายความเป็นแบรนด์ มากกว่าการขายโปรดักส์โดยตรง...


ในช่วงยุค 1970 หรือยุค 70s เป็นยุคที่โลก กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization)
ไม่ว่าจะเป็นหนัง, เพลง หรือกระทั่งสินค้า เริ่มถูกนำเข้า และออกวางจำหน่ายไปทั่วโลกมากขึ้น
ทั้งในเรื่องของสังคมเอง โดยเฉพาะในประเทศอเมริกา ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งใหญ่
เพราะมีการพูดถึงเสรีภาพในวงกว้าง ทำให้บริษัทโฆษณาก็ต้องมองหาอะไรใหม่ๆเช่นกัน

และในปี 1971 เครื่องดื่มน้ำอัดลม 'โคคา-โคล่า' ก็ได้ออกฉายโฆษณาทางโทรทัศน์
ที่ถือเป็นหนึ่งในโฆษณาที่ดีที่สุดตลอดกาล และ เป็นโฆษณาที่ถูกจดจำได้มากที่สุดเช่นกัน
โฆษณาที่ว่าคือ 'Hilltop' หรือ 'I’d like to buy the world a Coke' (ฉันอยากจะซื้อโค้กให้โลก)
ซึ่งเป็นโฆษณาที่สร้างอิทธิพลอย่างมาก ทางสังคมในยุค 70s ครับ
แน่นอนว่าเป็นโฆษณาที่โด่งดังไปทั่วโลก ในประเทศที่ใช้อังกฤษเป็นภาษาหลัก
ไม่มีใครในยุคนั้น ไม่รู้จักโฆษณาชิ้นนี้อย่างแน่นอน




โฆษณา 'Hilltop' ชิ้นนี้ ถูกทำขึ้นมาโดยบิล เบ็คเกอร์ (Bill Backer) หัวหน้าทีมครีเอทีฟ
ของบริษัทเอเจนซี่โฆษณาชื่อดัง อย่างแมคเคน-อิริคสัน (McCann-Erickson) *ปัจจุบันเป็น McCann
และยังเป็นผู้คิดสโลแกน 'It's the Real Thing' ที่ใช้เป็นสโลแกนของโค้กในปี 1969-1975
ซึ่งสโลแกนนี้ถูกนำมาใช้ในโฆษณา 'Hilltop' หรือ 'I’d like to buy the world a Coke' ด้วยเช่นกันครับ


สำหรับประวัติ ของโฆษณาเปลี่ยนโลกชิ้นนี้ เกิดขึ้นได้เพราะ 'จิงเกิ้ลเพลง' ที่ใช้ทำโฆษณาก็ว่าได้
ซึ่งจิงเกิ้ล (Jingle) ก็คือเพลงช่วงสั้นๆ ที่ถูกตัดทำนองมาใช้ในโฆษณา (ส่วนใหญ่จะเป็นเพลงดัง)
โดยบริษัทโฆษณาจะซื้อลิขสิทธิ์ของเพลงนั้นๆ เพื่อไปแต่งคำร้องใหม่ ให้เข้ากับโฆษณาของผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้เพื่อโปรโมทแบรนด์ เพราะจิงเกิ้ลมักช่วยให้ผู้คนจดจำแบรนด์ได้ง่ายที่สุด
และเป็นกลยุทธ์โฆษณา ที่ได้ผลเป็นอย่างมากตั้งแต่ยุค 1950 เป็นต้นมา
แต่จิงเกิ้ลของเพลง ที่นำมาทำโฆษณา 'Hilltop' ชิ้นนี้ เป็นท่วงทำนองเมโลดี้ ที่ไม่ได้มาจากเพลงดังเลย
เพราะจิ้งเกิ้ลนั้นนำมาจาก ทำนองเมโลดี้ ของเพลง 'True Love and Apple Pie'
ซึ่งแต่งเนื้อร้อง-ทำนอง โดยนักแต่งเพลงชาวอังกฤษ ก่อนที่จะรวมทีมโปรดิวเซอร์ กับ บิล เบ็คเกอร์
เป็นเวอร์ชั่นของเพลงโฆษณาโค้กแทน ซึ่งได้ร่วมกันเขียนคำร้อง และ ทำนองใหม่

ซึ่งไอเดียนั้นเริ่มจากการที่บิล เบ็คเกอร์ มองว่าโค้กน่าจะเป็นอะไรได้มากกว่า เครื่องดื่มจากตู้เย็น
โดยน่าจะเป็นเครื่องดื่ม ที่ช่วยเชื่อมต่อการสื่อสาร-พูดคุย ภายในสังคมเล็กๆ
เช่นการซื้อโค้กให้กัน เพื่อจะได้ใช้เวลาไม่กี่นาทีนั้น เพื่อหยุดเพื่อพูดคุยเรื่องทั่วไปบ้าง
ส่วนโฆษณาที่ใช้สำหรับโทรทัศน์ ก็ถ่ายทำออกมา ในไอเดียที่ว่านำผู้คนทุกเชื้อชาติ
มารวมตัวกันบนยอดเขา เพื่อร้องเพลงแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยถือโค้กคนละขวด
เนื้อเพลงที่ใช้ร้อง ได้ขับร้องออกมาได้เป็นเวอร์ชั่นดังนี้...(แปลไทย)

'I'd like to buy the world a home
And furnish it with love
Grow apple trees and honey bees
And snow white turtle doves'

''ฉันอยากจะซื้อบ้านให้โลกใบนี้
และตกแต่งมันด้วยความรัก
ปลูกต้นแอปเปิ้ล และ รังผึ้ง
และด้วย นกพิราบเต่า สีขาวหิมะ''

'I'd like to teach the world to sing
In perfect harmony
I'd like to buy the world a Coke
And keep it company
That's the real thing'

''ฉันอยากจะสอนให้โลกร้องเพลง
ในท่วงทำนองที่คล้องจองประสานกัน
ฉันอยากจะซื้อ 'โค้ก' ให้โลก
และทำให้เป็นกลุ่มเดียวกัน
นั่นคือสิ่งที่แท้จริง''

What the world wants today
Is the real thing

''สิ่งที่โลกต้องการตอนนี้
นี่คือสื่งที่แท้จริง''

What the world wants today
Is the real thing

''สิ่งที่โลกต้องการตอนนี้
นี่คือสื่งที่แท้จริง''

และโฆษณา 'Hilltop' หรือ 'I’d like to buy the world a Coke' ก็กลายเป็นโฆษณายอดฮิตไปโดยปริยาย
แม้ว่าจะเป็นโฆษณาที่ใช้งบสูงสุดในปีนั้น มากกว่า 250,000 ดอลลาร์ ก็ตามครับ
ซึ่งผลการตอบรับของโฆษณา เป็นไปทางบวกทั้งสิ้น มีจดหมายส่งถึงบริษัทเครื่องดื่มโคคา-โคล่า
เพื่อขอบคุณสำหรับโฆษณาชิ้นนี้จำนวนมาก เพราะโฆษณาสามารถสื่อสารด้านบวกกับผู้ชมนั่นเอง
ทั้งท่วงทำนองเพลงที่ติดหู และคำร้องที่ไพเพราะ และยังสื่อถึงสังคมแห่งเสรีภาพ ได้อย่างลงตัว
เพราะโฆษณาชิ้นนี้ ออกมาในช่วงพอเหมาะพอเจาะ ก็ว่าได้ครับ
เนื่องจากที่อเมริกากำลังมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งใหญ่ เข้าสู่ยุคของสิทธิ-เสรีภาพ
และรวมไปการต่อต้านสงคราม (ช่วงสงครามเวียดนาม) การเปิดรับความเท่าเทียมในสังคม
จนถึงการก้าวข้ามกรอบความคิดดั้งเดิม ทั้งวัฒนธรรม ประเพณี ของสังคมยุคเก่า
ดังนั้นการนำผู้คนทุกเชื้อชาติมารวมตัวกัน โดยมีโค้กซึ่งเป็นน้ำอัดลมที่วางขายทั่วโลก
เป็นพยานของความเท่าเทียมทางสังคม ถือเป็นอะไรที่ลงตัวสุดๆก็ว่าได้


อีกทั้งเอฟเฟคของโฆษณาโค้กชิ้นนี้ยังไม่หมดครับ เพราะเพลงจิงเกิ้ลยอดฮิตนี้
ยังเป็นเพลงที่สถานีวิทยุ ถูกรีเควสขอเข้ามา เป็นจำนวนมาก แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ทำให้เจ้าของทำนองชาวอังกฤษ นำจิงเกิ้ลเพลงนี้ ไปเขียนใหม่เป็นเพลงเต็ม
โดยได้วงป็อป-โฟล์ค อเมริกัน อย่าง 'The Hillside Singers' ที่ไม่ได้โด่งดังอะไรมาอัดซิงเกิ้ลก่อน
เพราะวง  'The New Seekers' ที่เป็นวงที่วางตัวไว้ ดันไม่ว่างมาอัดเพลง
แต่สุดท้ายทั้งสองเวอร์ชั่น จากทั้งสองวง ก็ถูกปล่อยออกมาพร้อมกันเมื่อปลายปี 1971
ออกเป็นซิงเกิ้ลเพลงในชื่อ 'I'd Like to Teach the World to Sing (In Perfect Harmony)'
โดยเวอร์ชั่นของวง 'The Hillside Singers' ถูกปล่อยออกมาในอเมริกา
ส่วนเวอร์ชั่นของวง  'The New Seekers' ถูกปล่อยออกมาในอังกฤษ และยุโรป เป็นส่วนใหญ่
ซึ่งเวอร์ชั่นของวง  'The New Seekers' นั้นได้รับความนิยมกว่า จนมาติดชาร์ตในอเมริกาด้วย
และยังสามารถติดชาร์จอันดับ 1 ได้ในหลายประเทศ ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อยครับ
จากการต่อยอดของจิงเกิ้ล จากเพลงที่ใช้สำหรับโฆษณาโค้ก

The Hillside Singers - I'd Like to Teach the World to Sing (In Perfect Harmony)


The New Seekers - I'd Like to Teach the World to Sing (In Perfect Harmony)


ต่อมาโฆษณาชิ้นนี้ได้กลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้ง จากการที่ถูกใช้เป็นฉากจบของซีรี่ย์ชิ่อดัง 'Mad Men'
ของค่าย AMC ที่ออกฉายตั้งแต่ปี 2007-2015 ว่าด้วยเรื่องของ โลกธุรกิจโฆษณา
ในอเมริกายุค 60s เป็นต้นมา รวมถึงการเปลี่ยนถ่ายสังคมของอเมริกา
ซึ่งถ้าถามว่าโฆษณาโค้กชิ้นนี้ ไปเกี่ยวข้องกับฉากจบซีรี่ย์ 'Mad Men' ได้อย่างไร
คำตอบเดียวก็คือ ลองหาซีรี่ย์ 'Mad Men' มารับชมกันดูครับ ถือเป็นสุดยอดซีรี่ย์ที่ไม่เหมือนใครเลย
สามารถช่วยให้เพื่อนๆ เข้าใจบริบทสังคมของอเมริกันชนในยุคนั้น ได้อย่างง่ายๆเลยครับ


และนี่ก็เป็นประวัติ 'โฆษณาโค้ก ที่เปลี่ยนโลกในยุค 70s' ครับ
เชื่อว่าน่าจะมีโอกาสได้เขียนบทความแบบนี้ให้เพื่อนๆได้อ่านกันอีกแน่นอนครับ ถ้าชื่นชอบกัน

เขียน และ เรียบเรียงโดย: www.aboutfriday.com
ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก: https://www.washingtonpost.com/https://genius.com/,
https://www.dailymail.co.uk/https://en.wikipedia.org/https://www.coca-cola.ie/
ขอบคุณภาพประกอบจาก: https://www.coca-colacompany.com/

Powered by Blogger.