Home Famous People

ดรีมทีม (Dream Team) เรื่องราวของทีมบาสฯที่เก่งที่สุดตลอดกาล กับ ฤดูร้อนปี 1992 ณ บาร์เซโลน่า

54
 

คงไม่มีทีมกีฬา ทีมไหนในประวัติศาสตร์ ที่จะยอดเยี่ยมไปกว่านี้อีกแล้วครับ…
ถ้าพูดถึงทีมกีฬา ที่ลงแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ (Olympic Games) หรือ มหกรรมกีฬาระดับโลก
ที่จัดการแข่งขันขึ้นในทุกๆ 4 ปี และได้สร้างชื่อเสียงให้นักกีฬามากมาย จากทั่วทั้งโลก
แต่ไม่ใช่กับทีมกีฬาทีมนี้ครับ เพราะทีมกีฬาทีมนี้ กลับกลายเป็นทีมกีฬาที่สร้างชื่อเสียง
ให้กับโอลิมปิกเกมส์ซะเอง ซึ่งกลายเป็นอีกตำนานที่น่าจดจำครับ
ทีมกีฬาที่ว่านี่คือ ‘ทีมบาสเก็ตบอลชาย สหรัฐอเมริกา’ (The USA Basketball Men’s National Team)
หรือเรียกกันติดปากว่า ‘ดรีมทีม’ (Dream Team) ที่ได้ลงทำการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ฤดูร้อนปี 1992
ที่เมืองบาร์เซโลน่า แคว้นกาตาลุญญา ประเทศสเปน และได้เหรียญทอง จากการแข่งขันครั้งนี้
เพราะแม้จะไม่พลิกโผอะไร แต่ดรีมทีม ก็ได้สร้างอิมแพ็คมากมาย ต่อวงการบาสเก็ตบอลครับ

 
(ภาพแลร์รี่ เบิร์ด, สก็อตตี้ พิพเพ่น, ไมเคิล จอร์แดน (กับสัญลักษณ์วิคตอรี่ และ ไคลด์ เดร็กซ์เลอร์) 
 

จุดเริ่มของ ‘ดรีมทีม’ (Dream Team) หรือทีมบาสเก็ตบอลชาย สหรัฐอเมริกา
นั้นเกิดจาการที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จะเลือกใช้นักบาสเก็ตบอลสมัครเล่น (นักบาสฯมหาวิทยาลัย)
ไปแข่งขันในระดับนานาชาติ แทนบรรดานักบาสฯอาชีพคนเก่งๆ ที่ลงเล่นอยู่ในระดับเอ็นบีเอ (NBA)
เพราะมีกฏของสหพันธ์บาสเก็ตบอลนานาชาติ (FIBA) ที่ไม่ให้นักกีฬาบาสฯระดับอาชีพเข้าแข่งขัน
และเนื่องด้วยระบบการพัฒนานักกีฬา ของสหรัฐอเมริกาเอง
ที่มีโปรแกรมดราฟท์นักกีฬา (Draft) ในระดับมหาวิทยาลัย ที่ยังเป็นเพียงนักกีฬาสมัครเล่น
ให้เข้าสู่การแข่งขันระดับอาชีพทันที หลังจากนักกีฬาเหล่านี้จบการศึกษา
ทำให้เวทีระดับโอลิมปิกเกมส์ เป็นเวทีโชว์ผลงาน ของบรรดานักบาสฯมหาวิทยาลัยแทน
ซึ่งทีมบาสเก็ตบอลชาย สหรัฐอเมริกา ก็เป็นที่หนึ่งอยู่แล้วมาอย่างยาวนาน
แต่สุดท้ายอเมริกา ก็ได้เรียนรู้ในเวลาต่อมาว่า ที่นี่ไม่ใช่เวทีสมัครเล่นอีกต่อไป…

 
กีฬาบาสเก็ตบอลเองนั้น ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ประเทศที่อยากจะต่อกรกับสหรัฐอเมริกา
ก็พัฒนานักกีฬาของตัวเองเข้าแข่งขัน ซึ่งประเทศเหล่านั้น สามารถหลบเลี่ยงกฏของ FIBA
และส่งนักกีฬาที่ผ่านระดับอาชีพ และผ่านการแข่งขันระดับนานาชาติ ลงเข้าแข่งขันได้
(เช่นอดีตประเทศสหภาพโซเวียต หรือ ยูโกสลาเวีย)
ไม่เหมือนกับสหรัฐอเมริกา ที่เลี่ยงกฏไม่ได้ เพราะด้วยของโปรแกรมดราฟท์นักกีฬา ที่กล่าวไว้ข้างต้น
ทำให้ทีมบาสเก็ตบอลชาย สหรัฐอเมริกา ต้องคัดหานักกีฬาระดับมหาวิทยาลัยใหม่ ทุกๆ 4 ปี
(เนื่องจากคนเก่าๆ ถูกทีมในลีกเอ็นบีเอ ดราฟท์เข้าลีกระดับอาชีพกันหมดแล้ว)
 
และความสำเร็จของทีม ก็เริ่มถอยลงตั้งแต่จบโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1984 ที่สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพ
และครั้งนั้น ทีมบาสเก็ตบอลชาย สหรัฐอเมริกา ได้เหรียญทองไปครอง แบบชนะรวด 8-0 เกมส์
เพราะปีนั้นบรรดานักบาสฯมหาลัย ดันมีเด็กเทพระเบิดออกมาเยอะโคตรๆ
โดยแกนนำมีทั้ง ไมเคิล จอร์แดน (Michael Jordan), คริส มัลลิน (Chris Mullin),
แพทริค อีวิง (Patrick Ewing) เป็นต้น ที่ต่อมากลายเป็นผู้เล่นระดับหอเกียรติยศ (Hall of Fame)
ซึ่งทีมบาสฯชาย ฤดูร้อนปี 1984 นั้นเทพมากๆ ขนาดที่ว่าดาวรุ่งเทพๆในตอนนั้น
อย่างจอห์น สต็อกตัน (John Stockton) และ ชาร์ล บาร์คลี่ย์ (Charles Barkley) ยังหลุดออกจากทีม…
(*เทพขนาดที่ว่า ตอนออกทัวร์ ต้องแข่งกับทีมออลสตาร์เอ็นบีเอ ที่มีนักบาสฯเก่งๆมากมาย
แต่ทีมโอลิมปิกชุดนี้ สามารถชนะ 8-0 เกมส์ และไมเคิล จอร์แดน ก็ดังตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา)
 
ภาพไมเคิล จอร์แดนในการลงเล่นโอลิมปิกปี 1984 ที่ลอสแองเจอลิส


พอนักบาสฯมหาลัย ถูกดราฟท์เข้าลีกเอ็นบีเอ ซึ่งเป็นระดับอาชีพ ทีมบาสเก็ตบอลชาย
ก็ต้องมาเริ่มเซ็ตตัวผู้เล่น เซ็ตแผนกันใหม่ และหวังว่าจะมีเด็กเทพแบบปี 1984 ขึ้นมารับช่วงต่อ
ในขณะที่ทีมชาติอื่นๆ สามารถใช้นักบาสฯคนเดิม เซ็ตทีมกันไปเรื่อยๆจนแข็งแกร่ง
คิดถึงสภาพทีมที่รวมตัวกันมาอย่างยาวนาน ต้องมาเจอกับทีมที่ต้องคัดใหม่ทุกๆ 4 ปี

ใช่ครับ…ทีมบาสเก็ตบอลชาย สหรัฐอเมริกา เริ่มเจอของจริง และพ่ายแพ้มากขึ้นในหลายทัวร์นาเมนต์
เริ่มต้นตั้งแต่โอลิมปิกเกมส์ฤดูร้อนปี 1988 ที่เกาหลีใต้ โดยจบได้เพียงเหรียญทองแดง อันดับที่ 3
และต่อด้วยบาสเก็ตบอล เวิร์ลคัพปี 1990 ที่ไม่น่าชมพอกัน
ซึ่งเวิร์คคัพปี 1990 นี่เองที่น่าอดสูสุดๆ เพราะเฉือนชนะเจ้าภาพอย่างอาร์เจนติน่า หืดจับ 104-100
ตามด้วยชนะออสเตรเลีย ที่ไม่ได้เก่งบาสฯอะไรมากมายเพียง 1 แต้ม 79-78
แถมรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย ดันแพ้ให้กับเปอร์โตริโก้ 81-79 ซึ่งทำเอาคนอเมริกาหัวร้อนไปตามๆกัน
เพราะเปอร์โตริโก้ เป็นเครือรัฐ หรือ เขตปกครองของสหรัฐอเมริกาเพียงเท่านั้น
ซึ่งผลการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นั้น ทีมบาสเก็ตบอลชาย สหรัฐอเมริกา จบได้เพียงที่ 3 อีกครั้ง
ทำเอาหลายฝ่ายไม่พอใจอย่างมาก นั่นรวมไปถึงนักบาสเก็ตบอลระดับอาชีพหลายๆคน

 
ภาพทีมบาสเก็ตบอลชาย สหรัฐอเมริกา หลังจบได้เพียงอันดับที่ 3 ในโอลิมปิกเกมส์ฤดูร้อนปี 1988
 

ในเมื่อมีความไม่พอใจ มันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามมา ซึ่งพอเหมาะพอเจาะเลยทีเดียวครับ
เพราะ FIBA ออกกฏใหม่ตั้งแต่ปี 1989 ให้สามารถใช้นักกีฬาบาสฯระดับอาชีพ ลงเข้าทำการแข่งขันได้
ทำให้ตัวท็อปสตาร์ของเอ็นบีเอ ตัดสินใจส่งตัวเองลงเข้าแข่งขัน! (ใครมันจะกล้าขัดล่ะ…)
จุดเริ่มต้นก็มาจากชาร์ล บาร์คลี่ย์ (Charles Barkley) ตัวแสบของเอ็นบีเอ ที่เรื่องวาทะเด็ดๆไม่มีใครเกิน
โดยพี่ชาร์ล แกไปให้สัมภาษณ์ กับรายการกีฬา ประมาณว่า
”ผมโคตรเซงเลย ที่ทีมบาสฯชายแพ้ในรอบ 2-3 ปีนี้ คือมันเป็นอะไรที่โคตรหัวร้อนเลยนะ
เวลาเห็นทีมชาติอื่นวิ่งกระโดดดีใจ อย่างกับแม่งได้ทำสิ่งวิเศษ นี่ยิ่งทำให้ผมหัวร้อนขึ้นไปอีก
พวกนั้นยังไม่เจอของจริงแบบพวกเรา ไม่งั้นจะได้รู้ว่าเป็นยังไง”

 
ภาพไมเคิล จอร์แดน ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว
 
ประจวบเหมาะกับช่วงนั้น ที่เมจิก จอห์นสัน (Magic Johnson) กำลังว่างๆอยู่
เพราะว่าพึ่งประการรีไทร์ไปไม่นาน เนื่องจากเมจิก ไปตรวจเจอเชื้อ HIV จนช็อกคนทั้งอเมริกา
แต่เป็นแค่การติดเชื้อระยะเริ่มต้น ที่สามารถรักษาได้ด้วยยาต้านไวรัส
ไม่ได้ส่งผลกระทบมากนัก ต่อการเล่นบาสเก็ตบอลของเขา
และด้วยแรงสนับสนุนจากหลายฝ่ายที่ต้องการให้เขากลับมาลงเล่น
เวทีโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1992 ที่บาร์เซโลน่า จึงเป็นอีกเรื่องที่ประจวบเหมาะอีกครั้ง
เพราะเมจิก สามารถชักชวนเพื่อนๆระดับออลสตาร์ในวงการ ให้ร่วมลงการแข่งขันครั้งนี้ด้วย
เรียกได้ว่าชาวอเมริกันทุกคนหูผึ่งไปตามๆกัน เพราะพวกเขามีโอกาสที่จะเห็นฮีโร่ของพวกเขา
ได้ลงเล่นพร้อมกันในฐานะทีมชาติสหรัฐอเมริกา ภายใต้ชื่อว่า ‘ดรีมทีม’
 
ภาพไมเคิล จอร์แดน และ เมจิก จอห์นสัน
 
หลังจากที่นักบาสฯออลสตาร์ทั้งหลาย ต่างพูดคุยกันอย่างจริงจังแล้ว ก็พอมีประเด็นอยู่บ้างครับ
เพราะไอเซอาห์ โทมัส (Isiah Thomas) พอยต์การ์ดของทีม ดีทรอยต์ พิสตันส์ (Detroit Pistons)
ที่เป็นสุดยอดผู้เล่นพอยต์การ์ด ของลีกในเวลานั้น ไม่ได้ติดไปกับทีมด้วย
นั่นก็เพราะว่าไมเคิล จอร์แดน ยื่นคำขาดให้โค้ชอย่างชั๊คส์ เดลี่ (Chuck Daly)
(ที่เป็นโค้ชของทีมดีทรอยต์ พิสตันส์ พร้อมทั้งรับจ๊อบเสริมในการเป็นโค้ชทีมชาติชุดโอลิมปิก)
โดยเข้าใจกันเป็นอย่างดีว่า ”ถ้ามีไอเซอาห์ โทมัส ไปด้วย ผมไปไม่”
เพราะว่าไมเคิล จอร์แดน ที่สังกัดทีมชิคาโก้ บูลส์ (Chicago Bulls) มีปัญหาคาใจอย่างมาก
กับบรรดานักบาสทีม ดีทรอยต์ พิสตันส์ โดยเฉพาะปัญหาคาใจส่วนตัวกับ ไอเซอาห์ โทมัส
ซึ่งแน่นอนครับ ยังไงก็ต้องเลือกไมเคิล จอร์แดน อยู่แล้ว เพราะเขาคือสุดยอดซุปเปอร์สตาร์
ที่มากด้วยชื่อเสียง และเป็นไอค่อนของกีฬาบาสเก็ตบอล
ทำให้ไมเคิล จอร์แดน ต้องยอมอดเล่นกอล์ฟ กีฬาที่เขารักพอๆกับบาสเก็ตบอลทั้งช่วงซัมเมอร์
(ไมเคิล จอร์แดนชอบตีกอล์ฟมากๆ)
 
ภาพไมเคิล จอร์แดน และ ไอเซอาห์ โทมัส 
 

*สาเหตุหลักๆของความเป็นอริที่ว่า ก็เพราะว่าทั้งสองทีมเล่นกันเดือด และไม่ชอบกันอย่างหนัก
โดยเฉพาะยุคของ ‘พิสตันส์แบดบอย’ ที่ผู้เล่นทีมพิสตันส์ เล่นงานไมเคิล จอร์แดน และบูลส์อย่างหนัก
(จุดเริ่มต้นของการคิดค้นแผนการกำจัดไมเคิล จอร์แดน อย่าง ‘The Jordan Rules’)
จนชิคาโก้ บูลส์ แพ้พิสตันส์ ในรอบเพลย์ออฟถึง 3 ฤดูกาลติดกัน ระหว่าง 1988-1990
เอาเป็นว่าตรงนี้จะมาเขียนให้อ่านกันเพิ่มเติมครับ มันส์หยดติ๋งๆแน่นอน!

 
พอได้ตัวไมเคิล จอร์แดนแล้ว บรรดาตัวท็อปของลีกคนอื่นๆ ก็ถูกเรียกติดทีมตามมาสมทบครับ
โดยเป็นนักบาสฯระดับออลสตาร์กันทั้งสิ้น แต่ว่าทีมบาสฯอเมริกา กลัวจะเสียความเป็นตัวตนไป
เพราะก่อนหน้านี้ทีมชาติฯ มักจะใช้นักบาสฯจากมหาวิทยาลัยทั้งหมด เพราะเป็นนักบาสฯสมัครเล่น
ทำให้ทีมคัดเอาตัวท็อปลีกไปแค่ 11 คน เว้นไว้ 1 ที่ ให้ดาวรุ่งจากมหาวิทยาลัยเข้าไปนั่งดูใกล้ๆ
เพื่อที่จะเป็นเครื่องหมายว่า สหรัฐอเมริกา ยังคงสนับสนุนนักบาสฯระดับสมัครเล่น อยู่เช่นกัน
ซึ่งรายชื่อของ ‘ดรีมทีม’ โอลิมปิกฤดูร้อนปี 1992 ทั้ง 12 คน ก็ออกมาตามนี้ครับ
1. คริสเตียน เลรทเนอร์ (Christian Laettner) อายุ 22 ปี *นักบาสมหาวิทยาลัย
2. เดวิด โรบินสัน (David Robinson) อายุ 26 ปี จาก ซาน อันโตนิโอ สเปอร์ส
3. แพทริค อีวิง (Patrick Ewing) อายุ 29 ปี จาก นิวยอร์ก นิกส์
4. แลร์รี่ เบิร์ด (Larry Bird) อายุ 35 ปี จาก บอสตัน เซลติก
5. สก็อตตี พิพเพ่น (Scottie Pippen) อายุ 26 ปี จาก ชิคาโก้ บูลส์
6. ไมเคิล จอร์แดน (Michael Jordan) อายุ 29 ปี จาก ชิคาโก้ บูลส์
7. ไคลด์ เดร็กซ์เลอร์ (Clyde Drexler) อายุ 30 ปี จาก พอร์ตแลนด์ทีเบลเซอร์ส
8. คาร์ล มาโลน (Karl Malone) อายุ 29 ปี จาก ยูทาห์ แจ๊ส
9. จอห์น สต็อกตัน (John Stockton) อายุ 30 ปี จาก ยูทาห์ แจ๊ส
10. คริส มัลลิน (Chris Mullin) อายุ 28 ปี จาก โกลเด้น สเตท วอร์ริเออร์ส
11. ชาร์ล บาร์คลี่ย์ (Charles Barkley) อายุ 29 ปี จาก ฟีนิกซ์ ซัน
12. เมจิก จอห์นสัน (Magic Johnson) อายุ 32 ปี จาก *รีไทร์
 
ภาพ จอห์น สต็อกตัน, ไคลด์ เดร็กซ์เลอร์, เดวิด โรบินสัน, ชาร์ล บาร์คลี่ย์,  คริสเตียน เลรทเนอร์,
คาร์ล มาโลน,  เมจิก จอห์นสัน, สก็อตตี พิพเพ่น
 

และทีมบาสเก็ตบอล (ที่อาจจะดีที่สุดตลอดกาล) ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น และโลกก็จับตาดูอยู่
โดยที่ ‘ดรีมทีม’ มีเมจิก จอห์นสัน และ แลร์รี่ เบิร์ด เป็นทีมกัปตันร่วมกัน
ซึ่ง ‘ดรีมทีม’ ยังได้โอกาสเล่นต่อหน้าแฟนๆบาสเก็ตบอลอเมริกันด้วย
เพราะว่าถึงจะเป็นทีมอย่างสหรัฐอเมริกา ก็ต้องแข่งขันเพื่อควอลิฟาย เพื่อไปโอลิมปิกเกมส์
และได้ลงทำการแข่งขันคัดเลือก ในรายการ ‘FIBA AmeriCup 1992’ ที่จัดขึ้นที่เมืองพอร์ตแลนด์
โดยจะคัดเอา 4 ทีมที่ดีที่สุด จาก 10 ทีมในอเมริกาเหนือ-ใต้ เพื่อไปบาร์เซโลน่าในฤดูร้อนที่จะถึง
แน่นอนครับ ‘ดรีมทีม’ เอาชนะคู่แข่งแบบขาดลอยแบบไม่ต้องลุ้น ตลอดช่วงของทัวร์นาเมนต์
ชนะเลิศอันดับ 1 ด้วยสถิติ 6-0 เกมส์ และทุกเกมส์นั้นทำแต้มเกิน 100 แต้มทุกเกมส์เช่นกัน
เอาเป็นว่าไม่มีใครเซอร์ไพรส์อะไรครับ เพราะนักบาสฯทีมชาติอื่นๆก็มาเล่นไปยิ้มไป
เพราะได้มีโอกาสใกล้ชิด กับซุปเปอร์สตาร์ ที่เป็นไอดอลของพวกเขาก็ว่าได้

 
ภาพไมเคิล จอร์แดน, ชาร์ล บาร์คลี่ย์, เมจิก จอห์นสัน, แลร์รี่ เบิร์ด และ นักบาสทีมชาติบราซิล
 

หลังจากนั้นดรีมทีม ก็เตรียมตัวไปแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 1992 ที่บาร์เซโลน่าครับ
อันที่จริงเรียกว่าไปเที่ยวจะดีกว่า…เพราะทีมไปพักซ้อมกันที่มอนติคาร์โล (Monte-Carlo)
ย่านไฮโซชื่อดัง ในประเทศโมนาโก ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับไฮคลาส
ขนาดที่ชาร์ล บาร์คลี่ย์ บอกว่า ”ผมตรงไปที่สระว่ายน้ำทันทีหลังซ้อมเสร็จครับ”
”เพราะผู้หญิงแถวนี้โชว์หน้าอกกันแทบทุกคน”
”ผมไปที่สระว่ายน้ำบ่อยมาก อีก 2 วันผมคงลงแข่งในชื่อของทีมว่ายน้ำแทน”
ส่วนไมเคิล จอร์แดน กับ โค้ชอย่างชั๊คส์ เดลี ก็เข้าสนามกอล์ฟกันทุกวัน
แถมพอตกดึก ทุกคนก็เข้าบ่อนคาสิโน ไปเล่นไพ่ ดื่มกันยันสว่าง…
แต่พอเช้ามาต้องแข่งอุ่นเครื่องกับฝรั่งเศส อเมริกาก็ตบฝรั่งเศสสบาย แม้ว่าจะเล่นไม่เต็มที่
เพราะความแตกต่างของคุณภาพตอนนั้น ต่อให้ฝรั่งเศสเต็มที่แค่ไหนก็ยากครับ

 
ภาพไมเคิล จอร์แดน และ เมจิก จอห์นสัน
 

พอถึงบาร์เซโลน่า ทีมบาสเก็ตบอลชาย สหรัฐอเมริกา ก็ไม่เหมือนนักกีฬาคนอื่นที่มาแข่งแล้วครับ
เพราะทีมพักที่โรงแรมระดับ 5 ดาว แตกต่างจากนักกีฬาคนอื่นที่พักในแคมป์นักกีฬา
เนื่องจากพอ ‘ดรีมทีม’ จะไปที่ไหน ตำรวจจำนวนมากต้องคอยอำนวยความสะดวกให้
เพราะมีแฟนบาสฯเยอะมาก มารอถ่ายรูป มารอเห็นฮีโร่ในดวงใจเขาให้เต็มๆตา
โดยในเกมส์แรก ‘ดรีมทีม’ ต้องพบกับทีมชาติแองโกล่า ในการแข่งขัน
แน่นอนครับชาร์ล บาร์คลี่ย์ ก็ไม่รอช้าที่จะปล่อยวาทะเด็ดทันที
เมื่อนักข่าวถามว่าเขารู้อะไรเกี่ยวกับแองโกล่าบ้าง? ซึ่งชาร์ล บาร์คลี่ย์ ก็ตอบไปทันทีว่า
”ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแองโกล่าซักอย่าง แต่ผมรู้ว่าแองโกล่าเจอปัญหาใหญ่แล้ว”
ครับ จบเกมส์สหรัฐอเมริกาเอาชนะแองโกล่าไป 116-48 แต้ม

 
ภาพชาร์ล บาร์คลี่ย์ และ คาร์ล มาโลน
 
ภาพชาร์ล บาร์คลี่ย์ และ แลร์รี่ เบิร์ด
 

แต่เกมส์ที่ทุกคนเฝ้ารอคอยจริงๆคือเกมส์ที่ 2 ของทัวร์นาเมนต์ครับ
เพราะสหรัฐอเมริกา จะพบกับ โครเอเชีย ซึ่งโครเอเชีย ถือว่าเป็นทีมบาสที่เก่งใช้ได้ทีเดียว
แม้ว่าจะไม่มีอะไรที่จะสู้กับดรีมทีมได้ก็ตาม แต่มันมีประเด็นของการพิสูจน์ตัวเองอยู่ในนั้น
เพราะว่าทีมชาติโครเอเชีย มีนักบาสฯที่ทีมชิคาโก้ บูลส์ ดราฟท์เข้าทีม แต่ยังไม่ได้ลงเล่น
ชายคนนั้นคือโทนี่ คูโคส (Toni Kukoc) ดาวรุ่งของยุโรป ที่เล่นได้ทุกตำแหน่งในทีม
และเป็นตัวความหวังของโครเอเชีย ซึ่งเกมส์นี้ทุกคนก็คงอยากเห็นว่าฝีมือของเขาอยู่ในระดับไหน
เพราะหลังจบทัวร์นาเมนต์ เขาต้องไปอยู่กับบูลส์ ทำให้เกมส์นี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ

 
แต่อนิจจังครับพี่น้อง!! จอร์แดน กับ พิพเพ่น วางแผนกันว่าจะรับน้องใหม่ให้ซะเลย
ซึ่งทั้งไมเคิล จอร์แดน และ สก็อตตี้ พิพเพ่น ต่างถือว่าเป็นสุดยอดผู้เล่นเกมส์รับทั้งคู่
ดันมานั่งเถียงกันว่าใครจะเป็นคนการ์ดไอ้หนูรายนี้ ซึ่งบทสรุปคือ…รุมกันการ์ดมันเลยละกัน!
แน่นอนครับฝันร้ายที่สุดของโทนี่ คูโคส ในการเล่นบาสเก็ตบอลก็เกิดขึ้นวันนั้นนี่แหละ
เพราะไอ้หนุ่มหน้าหล่อโดนอัดยับ ทำได้แค่ 4 แต้ม 5 แอสซิสต์ และเสียเทิร์นโอเวอร์ไป 7 ครั้ง!
ขนาดที่พิพเพ่นบอกว่า ”ตอนนั้นถ้าตามไปการ์ดที่ม้านั่งข้างสนามได้ ก็จะตามไปการ์ดด้วย!)
ซึ่งนอกจากการรับน้องแล้ว สหรัฐอเมริกา ก็เอาชนะโครเอเชียไปถึง 103-70 แต้มด้วยกัน
จากนั้นก็เลยตามเลยครับ เมื่อต้องเล่นนัดต่อๆไป ดรีมทีมไล่ตบคู่แข่งยับ
จนขนาดนักบาสฯทีมตรงข้ามต้องถ่ายรูปเก็บไว้!
และรอบชิงชนะเลิศ ‘ดรีมทีม’ ก็นำสหรัฐอเมริกา เอาชนะโครเอเชียอีกครั้ง 117-85
คว้าเหรียญทองกลับบ้านไปแบบไม่ได้ยากเย็นอะไร
โดยทุกนัดของการแข่งขัน ‘ดรีมทีม’ สามารถทำแต้มได้เกิน 100 ทุกนัด และเป็นสถิติใหม่ไป
 
ภาพโทนี่ คูโคส และ สก็อตตี้ พิพเพ่น 
 

สุดท้ายแล้วฤดูร้อนอันวุ่นวายปี 1992 ที่บาร์เซโลน่าก็จบลงไปครับ
ทีมบาสเก็ตบอลชาย สหรัฐอเมริกา สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิก ให้แฟนๆได้ภูมิใจอีกครั้ง
แต่ยิ่งกว่านั้นคืออิมแพ็ค ที่เหล่านักบาสเก็ตบอลชาย สหรัฐอเมริกา ในคราบของ ‘ดรีมทีม’ ได้สร้างไว้
เพราะโอลิมปิกปี 1992 ได้เปลี่ยนโฉมบาสเก็ตบอล ไปในอีกระดับหนึ่งเลย
เนื่องจากโอลิมปิกเกมส์ฤดูร้อน เป็นมหกรรมกีฬาที่ฉายไปทั่วโลก ทำให้คนรู้จักบาสเก็ตบอลมากขึ้น
เช่นนักบาสฯจากยุโรป มีจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม และเล่นได้มีคุณภาพยิ่งขึ้น
เพราะมาตรฐานที่ดรีมทีมไปสร้างไว้ ทำให้บาสเก็ตบอลถูกปลุกกระแส ให้ตื่นตัวขึ้นมากกว่าเดิม
จนปัจจุบันแล้ว ยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อย ที่รู้จัก และ รักบาสเก็ตบอลครั้งแรก
เพราะได้มีโอกาสได้ดู ‘ดรีมทีม’ ผ่านการถ่ายทอดสด หรือ ผ่านสายตาของตัวเอง
และตำนาน ‘ดรีมทีม’ หรือ ทีมบาสเก็ตบอลชาย สหรัฐอเมริกา ปี 1992 คงอยู่ในใจของทุกคนไปอีกนาน

 
เขียน และ เรียบเรียงโดย: www.aboutfriday.com
ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก: https://www.basketball-reference.com/https://en.wikipedia.org/
ขอบคุณภาพประกอบจาก: http://www.sportingnews.com/