Home Famous People

12 หนังเรื่องเยี่ยม จากบทบาทการแสดงของนิโคลัส เคจ (Nicolas Cage)

866
นิโคลัส เคจ (Nicolas Cage) หนึ่งในนักแสดงชื่อดังของฮอลลีวู้ด ที่ตอนนี้ไปได้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่…
เพราะว่าปัญหาส่วนตัวรุมเร้า (ก็อย่างที่เป็นข่าว…) ทั้งจากปัญหาหนี้สินจากอสังหาริมทรัพย์ของเขา
หลังถูกกรมสรรพกร เรียกเก็บภาษีย้อนหลังอย่างหนักในปี 2009 พ่วงด้วยปัญหาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย
ทำให้เขารับเล่นหนังมากขึ้น เพื่อรับค่าตัวก่อน โดยที่ไม่สนใจว่าบทหนังจะเป็นอย่างไร
 
 
และในระหว่างปี 2010-2018 เขารับบทบาทการแสดง และ พากย์เสียง รวมกันถึง 33 เรื่องด้วยกัน!
นอกจากนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นหนังเกรดบี ที่เข้าฉายแบบจำกัดโรงเท่านั้น (แถมยังขาดทุนอีกต่างหาก!)
ทำให้ค่ายหนังเริ่มมองข้ามเขาไป เพราะมีดาราหน้าใหม่ฝีมือดี เข้ามาแทนที่เยอะแยะมากมาย
จนปัจจุบันจากชื่อเสียงของ ”นิโคลัส เคจ” จากนักแสดงแอ็คชั่นระดับโลกในยุค 1980-90
มาเป็นเพียงดาราปลายแถวเพียงเท่านั้น…
 
แน่นอนครับเราก็ขอเอาใจช่วย หวังว่า ”นิโคลัส เคจ” จะสามารถกลับมารับบทหนังดีๆได้ในอนาคต
เพราะคนในวงการ และ นอกวงการ ต่างชื่นชมในตัวของเขาเสมอ ในด้านเป็นความเป็นนักแสดง
หลังจากเขายอมออกจากโรงเรียนม. ปลาย เพื่อเข้าสู่วงการภาพยนตร์อย่างเต็มตัวตั้งแต่เด็ก
และมุ่งมั่นหวังโด่งดังได้ด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องการให้ใครมามองว่าเขาใช้เส้นสายเพื่อเข้าวงการ
เพราะเขาเป็นหลายชายของผู้กำกับ และ โปรดิวเซอร์ ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการฮอลลีวู้ด
อย่างฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปล่า (Francis Ford Coppola) แถมยังใช้นามสกุลเดียวกันอีกต่างหาก
ทำให้เขาเปลี่ยนชื่อจากชื่อเดิมคือ ”นิโคลัส คอปโปล่า” มาเป็น ”นิโคลัส เคจ”
เพราะชื่นชอบตัวละครในการ์ตูนคอมมิคของมาร์เวล อย่าง ”ลุค เคจ” (Luke Cage)
และชื่อเสียงของเขาในวงการ ก็นับว่าเริ่มตั้งแต่ตอนนั้นมาครับ
 
 
สำหรับ ”นิโคลัส เคจ” ถือว่าเป็นนักแสดงที่เล่นบทโอเวอร์แอคติ้ง (Overacting) ได้ดีมากๆ
แน่นอนครับเล่นโอเวอร์แอคติ้ง หรือ เล่นใหญ่ มันก็เป็นวิชาชีพการแสดงในอีกรูปแบบหนึ่ง
(การันตีได้จากการที่เขา สามารถคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมออสการ์ปี 1996)
ทำให้นิโคลัส เคจ เป็นที่ชื่นชอบในหลายๆบทบาทการแสดง เพราะก่อนหน้าปี 2010 เป็นต้นมา
นิโคลัส เคจ ถือว่ามีหนังดีๆเพียบเลยครับ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ หรือ หนังทำเงิน
จึงเป็นการตอบคำถามว่า ทำไมชื่อเสียงของเขาถึงโด่งดังมากๆ
ซึ่งบทบาทการแสดงของเขาเองก็ท็อปฟอร์มเช่นกัน
และนี่ก็เป็น ”12 หนังเรื่องเยี่ยมจากบทบาทการแสดงของนิโคลัส เคจ (Nicolas Cage)”
ที่ทาง aboutFriday.com เรียบเรียงมานำเสนอ ซึ่งหวังว่าคงถูกใจเพื่อนๆครับ
 
Raising Arizona (1987)
Raising Arizona (1987) เป็นหนังแจ้งเกิดของนิโคลัส เคจ ในฐานะนักแสดงอย่างเต็มตัวครับ
หนังจากผลงานที่ผ่านมา เขาเล่นแต่หนังของลุงตัวเองอย่าง ‘ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปล่า’
จำนวนถึง 3 เรื่องด้วยกัน ทั้ง Rumble Fish (1983), The Cotton Club (1984),
Peggy Sue Got Married (1986) ที่ถือว่าใช้เป็นหนังเก็บประสบการณ์ในการแสดงก็ว่าได้
จนได้มาเล่นเรื่อง ‘Raising Arizona’
ที่เป็นหนังเรื่องที่ 2 ของพี่น้องโคเอน (Coen brothers) ผู้กำกับดาวรุ่ง
โดยเป็นเรื่องราวของอดีตโจร (รับบทโดย เคจ) กับ อดีตตำรวจ ที่ตกหลุมรักกันอย่างบังเอิญ
ในสมัยที่เขายังเป็นโจรกระจอก ส่วนภรรยาของเขาเป็นตำรวจ ซึ่งหวังจะสร้างครอบครัวด้วยกัน
แต่ข่าวร้ายก็มาถึง เมื่อภรรยาเขาทราบว่าเธอจะไม่มีทางท้อง เพราะปัญหาเกี่ยวกับมดลูก
ซึ่งเธออยากได้ลูกมาก ทำให้สามีอดีตโจรของเธอตัดสินใจกลับไปทำเรื่องเดิมๆอีกครั้ง
คือขโมยลูกคนอื่น! เพราะมีบ้านหลังหนึ่งที่ให้กำเนิดแฝดถึง 5 คนด้วยกัน จนเป็นข่าวโด่งดัง
และทั้งคู่คิดว่า ”ในเมื่อมีตั้ง 5 ก็ขอสัก 1 คนละกัน”
 
 
Moonstruck (1987)
Moonstruck (1987) หรือ ‘พระจันทร์เป็นใจ’ เป็นหนังที่ทำให้นิโคลัส เคจ กลายเป็นนักแสดงแถวหน้า

เพราะเขาช่วยส่ง ”แชร์” (Cher) นักแสดง และ นักร้อง ชื่อดัง คว้ารางวัลดารานำหญิงยอดเยี่ยมออสการ์
โดยเป็นเรื่องราว ‘โรเร็ตต้า’ หญิงสาววัยกลางคนของครอบครัวอิตาลี-อเมริกัน ในนครนิวยอร์ก
กำลังตกลงที่จะแต่งงานกับชายสูงวัยอิตาลีที่เธอไม่ได้รัก
แต่ติดปัญหาตรงที่เธอต้องไปขอร้องให้น้องชาย ของชายที่เธอกำลังจะแต่งงาน (รับบทโดย เคจ)
ให้มางานแต่งของเธอกับพี่ชายของเขา แต่กลายเป็นว่าเธอไปตกหลุมรักน้องชายของเขาซะอย่างนั้น
จนเป็นเรื่องราวคอมเมดี้-ดราม่า ปนโรแมนติก ที่น่าติดตาม

 
 
Red Rock West (1993)
Red Rock West (1993) เป็นหนังที่อาจจะไม่โด่งดังอะไร แต่นิโคลัส เคจ ได้ปล่อยการแสดงเต็มที่ครับ
เพราะเขาสามารถเล่นบทบาทที่ไม่ต้องเล่นโอเวอร์แอคติ้ง ได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันทีเดียวครับ
โดยเป็นเรื่องราวของ ‘ไมเคิล’ (รับบทโดย เคจ) ชายหนุ่มที่ขับรถตะเวนตามหางานทำไปเรื่อย
จนไปถามหาลู่ทางที่บาร์แห่งหนึ่ง ซึ่งบาร์แห่งนั้นมีเจ้าของบาร์ที่วางแผนฆ่าเมียตัวเองอยู่
โดยเขาคิดว่าไมเคิล คือนักฆ่าที่มารับงานตามที่ได้ตกลงไว้ ซึ่งความจริงเขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย
แต่ไมเคิลก็เล่นตามน้ำเพื่อหวังเงินก้อนโต แต่เมื่อเขาไปพบกับเมียของผู้จ้างวานคนนั้น
เขากลับตกหลุมรักเธอ และ ตัดสินใจพาเธอหนี ก่อนที่นักฆ่าตัวจริงจะตามมาเก็บงานของเขาให้เสร็จ
ซึ่ง ‘Red Rock West’ เป็นหนังแนวนีโอ-นัวร์ (Neo-noir) ที่ดีทีเดียวครับ
 
 
Leaving Las Vegas (1995)

Leaving Las Vegas (1995) เป็นหนังที่ส่งให้นิโคลัส เคจ ได้ปล่อยฝีมือการแสดงอย่างเต็มที่เลย
จนทำให้เขาได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากเวทีออสการ์ไปครองได้สำเร็จ
โดยเป็นเรื่องราวของ ‘เบน’ (รับบทโดย เคจ) ชายหนุ่มที่สูญเสียทุกอย่าง เพราะอาการติดเหล้าอย่างหนัก
ทำให้เขาตัดสินใจไปที่เมืองลาส เวกัส เพื่อหวังที่จะไปดื่มจนตายที่นั่น เพื่อหนีปัญหาทั้งหมด
แต่ก็ทำให้เขาไปพบกับ ‘เซร่า’ หญิงสาวด้านบริการสาว ที่ถูกชะตาเขา และ เข้าใจเหตุผลของเขาทุกอย่าง
ซึ่งสิ่งที่เธอขอจากเขา คืออยู่กับเธอเท่านั้น เพราะเธอก็เป็นคนเหงาในสังคมเสื่อมโทรมของที่นี่
โดย ‘Leaving Las Vegas’ ถือเป็นหนังเรทอาร์ ที่มีเนื้อหารุนแรงครับ

 
 
The Rock (1996)

The Rock (1996) หรือ ”ยึดนรกป้อมมหากาฬ” ถือเป็นหนังแอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ เต็มตัวเรื่องแรก
ของนิโคลัส เคจ ก็ว่าได้ครับ แม้ว่าจะไม่ได้แสดงความสามารถทางด้านการแสดงอย่างเต็มที่
(เพราะมีนักแสดงระดับเทพร่วมฉากด้วยมากมาย) แต่เขาก็ทำหน้าที่ของบทตัวเองได้ยอดเยี่ยม
โดยเป็นเรื่องราวของนายทหารยศสูง กับ ลูกน้อง ก่อกบฏต่อประเทศบ้านเกิดของตัวเอง
จากการขโมยอาวุธเคมี ที่สามารถฆ่าผู้คนได้ด้วยการกระจายไปกับอากาศ
เนื่องจากต้องการเรียกร้องสิทธิให้กับนายทหาร ที่มักจะเสียชีวิต และ บาดเจ็บ แต่ไม่ได้รับการดูแล
พวกเขาจึงก่อกบฏโดยเรียกร้องเงิน ไม่เช่นนั้นจะขู่โจมตีเมืองซานฟรานซิสโก ด้วยอาวุธเคมี
โดยพวกเขาได้ยึดเกาะอัลคาทราซ (Alcatraz Island) เกาะเล็กๆที่เคยเป็นคุกของทหารไว้
ทำให้ทางหน่วยทหารต้องไปเรียกตัวนักเคมี (รับบทโดย เคจ) เพื่อติดตามไปกับกลุมหน่วยซีล
พร้อมกับนักอดีตโทษที่รู้จักทางเข้าออกของที่นี่เป็นอย่างดี ที่ต้องช่วยกันไปแย่งอาวุธเคมีคืนมา
ซึ่งห้ามทำมันเสียหายอย่างเด็ดขาด
โดย ‘The Rock’ ถือเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ทำเงิน ที่ยังเป็นตำนานที่ถูกพูดถึงในทุกวันนี้ครับ

 
 
Con Air (1997)
Con Air (1997) หรือ ”ปฏิบัติการแหกนรกยึดฟ้า” เป็นหนังแอ็คชั่นที่มาตามคำเรียกร้องของแฟนๆ
แบบด่วนทันใจจี๋เลยครับ เพราะนิโคลัส เคจ กลับมารับบทนำอีกแล้ว กับหนังแอ็คชั่นชื่อภาษาไทยเท่ๆ
โดยเป็นเรื่องราวของ ‘คาเมรอน โพ’ (รับบทโดย เคจ) นายทหารที่พลาดท่าไปฆ่าพลเรือนเสียชีวิต
เพราะพวกเขามาเกาะแกะแฟนของเขา แม้ว่าจะอ้างว่าเป็นการป้องกันตัวเอง แต่เขากลับได้รับโทษหนัก
ซึ่งในขณะนั้นแฟนของเขากำลังตั้งท้องอยู่ ทำให้เขาไม่มีโอกาสที่จะเจอหน้าลูกสาวของตัวเองเลย
และในวันพ้นโทษ ขณะขึ้นเครื่องบินกลับ ความซวยก็บังเกิด เพราะเขาดันไปนั่งเครื่องบินลำเดียวกัน
กับบรรดานักโทษเลวๆ ที่วางแผนไฮแจ็คเครื่องบินเพื่อหลบหนี
ด้วยความที่เป็นนายทหารเก่า เขาทนกับตัวเองไม่ได้ถ้าจะปล่อยให้คนพวกนี้ หนีเข้าไปในสังคม
ทำให้เขาต้องคอยคัดขวาง ‘ปฏิบัติการแหกนรกยึดฟ้า’ ไม่ให้สำเร็จ
 
 
Face/Off (1997)
Face/Off (1997) หรือ ”สลับหน้าล่าล้างนรก” เป็นหนังแอ็คชั่นเรื่องที่ 3 ติดต่อกันของนิโคลัส เคจ
คราวนี้เขาต้องประกบกับจอห์น ทราโวลต้า ให้แฟนๆซีดๆซ๊าดๆกันเลยทีเดียว เพราะรู้ว่ามันส์แน่
เนื่องจากมีจอห์น วู ผู้กำกับชาวฮ่องกงคนดัง มาการันตีฉากแอ็คชั่นเท่ๆ พร้อมความระห่ำให้แฟนๆ
แน่นอนครับ ‘Face/Off’ เป็นหนังที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมายมหาศาล เลยก็ว่าได้
โดยเป็นเรื่องราวของ ‘คาสตอร์ ทรอย’ (รับบทโดย เคจ) จอมโจรมหากาฬ ผู้ยิ่งใหญ่ของอเมริกา
ที่เป็นคู่ปรับส่วนตัว กับ ฌอน อาร์เชอร์ (รับบทโดย ทราโวลต้า) เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ที่สูญเสียลูกชาย
เพราะการลอบสังหารที่พลาดของเขา ทำให้ความแค้นที่รอชำระ ยังไงก็ต้องได้รับการสะสาง
ซึ่งคราวนี้ฌอน สามารถจับทรอยได้ แต่ทรอยอยู่ในสภาพผัก เพราะการกระทบกระเทือนจากการต่อสู้
แต่เรื่องยังไม่จบ เพราะว่าทรอย ได้ทำการซุกระเบิด ที่หวังฆ่าคนบริสุทธิ์จำนวนมากอยู่
โดยคนที่รู้เรื่องความลับมีแค่น้องชายของทรอยเท่านั้น ทำให้ณอนต้องทำการผ่าตัดเอาหน้าของทรอย
มาใส่ที่ร่างกายของตัวเอง โดยที่ไม่ให้ใครรู้ความลับโดยเด็ดขาด!
แต่สุดท้ายแผนที่วางไว้ ก็ไม่มีอะไรเป็นไปตามแผนแม้แต่อย่างเดียว เพราะว่าทรอยดันฟื้นขึ้นมา!

 
 
Bringing Out the Dead (1999)
Bringing Out the Dead (1999) เป็นหนังที่พานิโคลัส เคจ กลับมารับบทดราม่าหนักๆเหมือนเดิมครับ
โดยเป็นเรื่องราวของนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ (Paramedic) หรือ แพทย์ฉุกเฉิน (รถฉุกเฉิน)
ประจำอยู่ที่นครนิวยอร์ก โดยทำงานในช่วงกลางคืน และพบว่าเขาเริ่มเห็นอะไรแปลกๆเหนือธรรมชาติ
จากการที่เขาพักผ่อนไม่เพียงพอ เพราะไม่มีเวลาพัก ไม่มีวันหยุด วนอยู่กับวังวนเดิมๆทุกๆวัน
ถือว่าเป็นหนังแนวนีโอ-นัวร์ (Neo-noir) 
อีกเรื่องของผู้กำกับอย่างมาร์ติน สกอร์เซซี (Martin Scorsese)
ที่เล่าเรื่องราวในมุมอับของสังคมกลางคืนนิวยอร์ก แนวถนัดของเขา
 
 
Adaptation. (2002)
Adaptation. (2002) ถือเป็นหนังที่นิโคลัส เคจ ทุ่มเทการแสดงลงไปแทบทั้งหมดเลยก็ว่าได้ครับ
ด้วยบทภาพยนตร์แปลกใหม่สุดๆของชาร์ลี คอฟแมน (Charlie Kaufman)
ว่าด้วยเรื่องของ ‘ชาร์ลี คอฟแมน’ นักเขียนบทหนัง-ภาพยนตร์เรื่อง Being John Malkovich (1999)
ที่กำลังหาไอเดียเขียนเรื่องใหม่อยู่ (รับบทโดย เคจ)
*ซึ่งตรงนี้ต้องขออธิบายให้ฟังหน่อยครับ คือนิโคลัส เคจ มารับบท ‘ชาร์ลี คอฟแมน’
ที่เป็นตัวละครนักเขียนในเรื่อง ซึ่งนักเขียนคนที่เขียนบทเรื่องนี้ก็ชื่อ ‘ชาร์ลี คอฟแมน’
ซึ่งเคจ มาแสดงเป็น ‘ชาร์ลี คอฟแมน’ แทน ‘ชาร์ลี คอฟแมน’ น่ะครับ (ไม่งงนะ…)
และ ‘ชาร์ลี คอฟแมน’ ก็มีฝาแฝดอีกคน ชื่อ ‘โดนัลด์ คอฟแมน’ ซึ่งรับบทโดยเคจเช่นกัน…(ไม่งงนะ…)
โดยเป็นเรื่องราวของช่วงที่ ‘ชาร์ลี คอฟแมน’ กำลังหาไอเดียเขียนบทใหม่ๆของเขาอยู่
ซึ่งเขาอยากจะนำหนังสือเรื่อง ‘The Orchid Thief’ ของนักเขียนอีกคน มาดัดแปลงเป็นหนัง-ภาพยนตร์
แต่เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอ และ อยากรู้จักเธอให้มากขึ้น ทำให้เขาเริ่มสะกดรอยตามเธอ
จนเป็นเรื่องราวแปลกๆงงๆเหมือนชวนฝัน
ซึ่ง ‘Adaptation.’ ส่งนิโคลัส เคจ เข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ของออสการือีกครั้ง (แต่แห้ว)
แต่ตัวหนัง ‘Adaptation.’ ก็ยังเป็นหนังที่ถูกพูดถึงในวงกว้างของความแปลกใหม่มากครับ
แน่นอนครับหนังแบบนี้ ไม่มีใครเหมาะกว่าเคจอีกแล้ว
 
 

Matchstick Men (2003)
Matchstick Men (2003) เป็นหนังที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ ว่าด้วยเรื่องของนักต้มตุ๋น ‘รอย วอเลอร์’
(รับบทโดย เคจ) ที่มีปัญหาเป็นโรคสะอึก และ โรคย้ำคิดย้ำทำ ทำให้เขาไม่สามารถทำงานปกติได้
โดยเขากับคู่หูทำงานเป็นทีม และคอยต้มตุ๋นเหยื่อด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งหลอกชิงโชคทางโทรศัพท์
และ ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาล คอยยัดข้อหาให้คนที่ไม่รู้กฏหมาย ซึ่งเขาค่อนข้างเก่งมากทีเดียว
แต่แล้ววันหนึ่งลูกสาววัย 14 ปี ก็หนีออกจากบ้านเพื่อมาตามหาเขา และ ร่วมขบวนการไปกับเขาด้วย
จนเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจของแก๊งต้มตุ๋นครับ
 
 

Lord of War (2005)
Lord of War (2005) หรือ ”นักฆ่าหน้านักบุญ” เป็นหนึ่งในหนังในดวงใจของใครหลายๆคนแน่นอน
เพราะว่าด้วยเรื่องราวของ ‘ยูริ ออร์ลอฟ’ (รับบทโดย เคจ) นักค้าอาวุธเถื่อน-อาวุธสงครามขนาดใหญ่
ที่จัดหาอาวุธให้ประเทศที่มีสงคราม ด้วยวิธีแนวทางการทำธุรกิจง่ายๆประจำตัวของเขา
”บนโลกใบนี้ทุกๆ 12 คน จะมีปืน 1 กระบอก คำถามก็คือ แล้วเราจะหาปืนให้กับอีก 11 คนยังไง”
โดยเรื่องนี้เคจ ลงทุนโปรดิวเซอร์เองด้วยครับ
 
 
Joe (2013)
Joe (2013) ใช่ครับ หลังจากปี 2010 เป็นต้นมา นิโคลัส เคจ ก็รับบทหนังบทดีๆแทบนับเรื่องได้
แต่หนึ่งในนั้นดันมีเรื่อง ‘Joe’ ว่าด้วยเรื่องของ ‘โจ’  (รับบทโดย เคจ) ชายวัยกลางคนทั่วไป
ที่มีอดีตอันเลวร้ายตามหลอกหลอน จากอดีตที่เขาเคยเป็นอาชญากรที่กลับตัวกลับใจได้
เขามีงานทำเป็นคนคุมงานตัดต้นไม้ ซึ่งจู่ๆวันหนึ่งก็มีเด็กวัย 15 ปีมาขอทำงานกับเขา
เด็กคนนี้เป็นเด็กจิตใจดี ซึ่งครอบครัวของเขาเป็นพวกเร่ร่อน พ่อของเขาเอาแต่ดื่มเหล้าไม่ทำงาน
และมาแอบอาศัยอยู่ในบ้านร้างที่ไม่มีคนอยู่ โดยเด็กคนนี้หวังจะหาเงินให้ได้ มากกว่าไปเรียนหนังสือ
เพื่อที่จะทำให้น้องสาว และ แม่ของเขามีอันจะกินไปวันๆ ทำให้โจเอ็นดุเด็กคนนี้มากๆ
แต่ด้วยความโมโหร้ายของพ่อของเด็ก ที่มักทำร้ายร่างกายของเขาอยู่ตลอดเวลา
ทำให้เขาไม่อาจจะนิ่งเฉยได้อีกต่อไป
 
และนี่ก็เป็น ’12 หนังเรื่องเยี่ยมจากบทบาทการแสดงของนิโคลัส เคจ (Nicolas Cage)’
ซึ่งก็หวังว่าเขาจะสามารถกลับมารับบทบาทการแสดงดีๆ ได้อีกครั้งนะครับในอนาคตนี้
แม้ว่าอายุคนเราจะมากขึ้นทุกวัน แต่ในวงการภาพยนตร์มีบทสำหรับคนทุกวัยแหละครับ
ทุกสิ่งอยู่ที่โอกาส ก็มารอดูกันว่า ”นิโคลัส เคจ” จะได้โอกาสดีๆ หรือ งานดีๆ อีกครั้งหรือไม่
เขียน และ เรียบเรียงโดย: https://www.aboutfriday.com
ขอบคุณภาพประกอบจาก: https://www.filmnod.com/, Initial Productions