Home Opinion

บทความ Opinion: Trump Derangement Syndrome = กูเกลียดทุกอย่างที่เป็นทรัมป์!

214
ถ้าพูดถึงบุคคลที่ถูกเกลียดชัง มากเป็นอันดับต้นๆของโลก ยังไงต้องมีชื่อของ

ประธานาธิบดีของอเมริกา อย่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ติดอยู่เป็นที่แน่นอน
ถึงแม้ว่าจะมีคนชื่นชอบ และ สนับสนุนเขามากกว่าครึ่งก็ตาม จนทำให้เขาชนะการเลือกตั้ง
และได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2016 เป็นต้นมา
และนับตั้งแต่นั้นมา ก็มีข่าวมากมายเกี่ยวกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งข่าวโจมตีทั้งร้ายทั้งเสีย
อย่างไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการนำเสนอข่าว
ของบรรดาสื่อมวลชนหลัก (Mainstream media) ที่เสนอข่าวเชิงลบ และ ต่อต้านนายโดนัลด์ ทรัมป์
อย่างออกนอกหน้า (มีการทำโพลออกมาเรียบร้อย)
จนเกิดเป็นสงครามระหว่างสื่อ กับประชาชน เพราะทรัมป์เอง ก็แสดงจุดยืนต่อสู้กับสื่อมวลชนหลัก
ที่นำเสนอข่าวของเขาอย่างเสียๆหายๆ จนเกิดเป็นวลี ‘Fake news’ หรือ ‘ข่าวปลอม’ อันโด่งดัง

 
และจากการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไม่หยุดยั้งตลอด 24 ชั่วโมง ต่อเนื่องเป็นปีๆนี่เอง
ที่ทำให้เกิดการจำกัดความ ของอาการชนิดหนึ่งของกลุ่มผู้ต่อต้าน และ เกลียดชังนายโดนัลด์ ทรัมป์
คืออาการของ ‘Trump Derangement Syndrome’ หรือ ‘อาการเกลียดทรัมป์อย่างไร้สติ’
ซึ่งแปลก็คือ ไม่ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์จะทำอะไรก็ผิดไปหมดในสายตาของคนกลุ่มนี้…
 
 

สาเหตุของอาการนี้ อาจจะเกิดจากความคิดเห็นที่ไม่ลงรอยทางการเมืองเป็นหลัก
ซึ่งอาจจะถูกกระตุ้นไป จนเป็นการตัดสินตัวบุคคลเป็นหลัก เช่นบุคลิกภาพภายนอกของทรัมป์
ทั้งวิธีการพูด, วิธีการแสดงออก, รวมไปถึงไลฟ์สไตล์ ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุหลักๆ
ที่หลายๆคนเชื่อว่านี่คือ  ‘Trump Derangement Syndrome’ หรือ ‘อาการเกลียดทรัมป์อย่างไร้สติ’
เพราะไม่ว่าทรัมป์จะทำอะไรก็ตาม คนที่มีอาการนี้จะแสดงอาการเกี้ยวกราด, แสดงความรังเกียจ
จนไปถึงขั้นด่าทอด้วยคำที่รุนแรง หรือสร้างคำพูดล้อเลียน รวมไปถึงสร้างคำพูดแสดงความเกลียดชัง
หนักไปถึงการตั้งแง่กับทุกสิ่งที่ทรัมป์กระทำ จนบิดเบือนสิ่งเหล่านั้นว่าเป็นสิ่งเลวร้าย หรือภัยกับตนเอง
โดยมักจะเกิดกับทุกๆเรื่องที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ทำหรือพูด หรือแม้แต่ปรากฏตัวในโทรทัศน์
หรือสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ค ไม่เว้นแม้แต่รูปภาพ ก็ทำให้คนที่มีอาการนี้เกิดกำเริบได้…

 
 

สำหรับอาการของ Trump Derangement Syndrome หลายๆคนอาจจะมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องขำขัน
หรือบางคนอาจจะพบว่ามันเป็นเรื่องจริง โดยสามารถสังเกตได้จากบริบทสังคมรอบข้างตัวเอง
ซึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกาเอง ฝ่ายสนับสนุนมองว่าอาการนี้เป็นอาการที่เริ่มแพร่ระบาดอย่างหนัก
และเป็นประเด็นสังคม ที่สังคมควรตระหนก เพราะอาจจะหนักเกินควบคุมได้…

 
ถ้าหากในมองว่า Trump Derangement Syndrome เป็นอาการที่เกิดขึ้นจริงๆนั้น
ก็พยายามหาทางออกกับเรื่องนี้ด้วยครับ แต่ถ้าไม่ได้เป็น “ทรัมป์” แต่เป็น “ตู่” อันนี้ก็ยากหน่อย
เอาเป็นว่าใช้การโต้วาที และ ข้อวิจารณ์ทางการเมืองจากข้อมูลที่แท้จริงที่ตรวจสอบได้
ดีกว่าใช้คำพูดแรงๆด่าทอกัน ยิ่งมีโซเชียลก็เหมือนมีที่ปลดปล่อย จนเราเสพติดโดยไม่รู้ตัว
 
ว่าแต่คงไม่มีใครมีอาการ Trump Derangement Syndrome ตอนอ่านคอลัมน์นี้นะครับ
นี่เป็นห่วงนะเนี่ย…พูดจริงๆนะ
 
บทความและเรียบเรียงโดย: https://www.aboutfriday.com
ขอบคุณภาพประกอบจาก: Getty Images