Home Best Columns

ปารีส/พำนัก/คน/รัก/หนังสือ: เรื่องราวเกี่ยวกับที่ซุกหัวนอนในร้านหนังสือ ณ กรุงปารีส

99
“ปารีส/พำนัก/คน/รัก/หนังสือ at Shakespeare and Company”
คือชื่อเพราะๆจากหนังสือเรื่อง ”Books, Baguettes & Bedbugs”
โดยคำโปรยข้างต้น เป็นชื่อฉบับแปลไทยของสำนักพิมพ์กำมะหยี่ครับ
จากผู้เขียน ‘เจอเรมี่ เมอเซอร์’ (Jeremy Mercer)
ที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับร้านหนังสือแห่งนี้ ให้ผู้อ่านได้อ่านกัน
 

ร้านหนังสือ “Shakespeare and Company” โด่งดังมากอยู่แล้วครับ
โดยถือว่าเป็นไอค่อนของปารีสแห่งหนึ่ง ที่ต้องแวะมาเยี่ยมชมกันเลย
ซึ่งส่วนตัวผมได้มารู้จัก เพราะหนังเรื่อง ‘Before Sunset’ เมื่อปี 2004
ที่ได้ใช้ฉากในร้านเป็นตัวเปิดเรื่อง ซึ่งตัวพระเอกได้พูดถึงเตียงพักในร้าน
ก็เลยอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง นอนในร้านหนังสือเหรอ…นี่มันสวรรค์ชัดๆ
เเต่พอได้ไปค้นดูกลับพบว่า ที่พักเนี่ย…มันมีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่คิด!
 
 
ร้าน “Shakespeare and Company”
ก่อตั้งขึ้นโดยจอร์จ วิทแมน (George Whitman) ชาวอเมริกัน
น่าเสียดายที่เขาได้เสียชีวิตไปเมื่อปี 2011 ที่ผ่านมา
ซึ่งเขาเปิดร้านหนังสือแห่งนี้ตั้งแต่เมื่อปี 1951 โดยเขาหวังว่าจะให้เป็น
แหล่งรวมตัวของชาวปารีส ที่รักในการอ่านเหมือนกัน (ทำสำเร็จด้วย!)
โดยปัจจุบันร้านอยู่ในความดูแลของลูกสาวของเขา ที่ทำธุรกิจต่อจากพ่อ
ซึ่งร้านตั้งอยู่ที่แถบแม่น้ำแซน ใจกลางกรุงปารีส ใกล้กับวิหารน็อทร์-ดาม
แบบที่สามารถมองเห็นวิหารน็อทร์-ดามได้จากหน้าร้านเลยครับ
ถือว่าเป็นย่านสำคัญของการท่องเที่ยวเลย
และ “ซิลเวีย” ลูกสาวของเขาก็ยังสืบทอดเจตนารมณ์ของพ่อของตัวเอง
ด้วยการสร้างร้านหนังสือที่เป็นแหล่งรวมคนรักหนังสือมาพูดคุยกัน
ทั้งจัดงานมิตติ้งกับนักเขียนชื่อดังต่างๆทั่วโลก เป็นต้น
ด้วยความเป็นไอค่อนของร้าน “Shakespeare and Company”
ที่นี่เคยเป็นที่ใช้สถานที่ถ่ายภาพยนตร์ดังๆเช่น ‘Before Sunset (2004)’
และ ‘Midnight in Paris (2011)’ เป็นต้นครับ

ครับ กลับมาเข้าเรื่องกัน ที่ร้านแห่งนี้ มีที่นอนเล็กๆ ล้อมรอบไปด้วยกองหนังสือ
ที่มีอยู่รอบตัวเลยครับ ซึ่งจะมีประมาณ 5-6 เตียงด้วยกัน เป็นเตียงเล็กๆนะครับ
ประมาณไม่เกิน 3 ฟุต กระจายไปในจุดต่างๆของร้านหนังสือ กับชั้นบนของร้าน
โดยมีไว้สำหรับนักเขียนยากไร้ ที่ไร้ที่พักพิงครับ ซึ่งเป็นที่พักชั่วคราวเท่านั้น
และนอนได้หลังจากที่ร้านปิดแล้วเช่นกัน โดยช่วงเวลาระหว่างที่เปิดร้าน
เตียงเหล่านี้ก็จะทำหน้าที่เป็นโซฟา และที่นอนชั่วคราวให้บรรดาลูกค้านักอ่าน
ที่เข้ามาใช้บริการได้ใช้เป็นที่ลองอ่านหนังสือครับ
 
โดยหากย้อนไปเมื่อปี 1950 หรือช่วงยุคๆนั้น มีนักเขียนจำนวนมาก
เดินทางมาที่กรุงปารีส แบบไม่มีเงินกันเท่าไหร่ เพราะอยากมาเห็นปารีส
(อาจจะเพราะเคยได้อ่านหนังสือของเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์)
และการใช้ชีวิตที่ปารีสไม่ถูกครับ แน่นอนว่าหลายๆคน เงินหมดอย่างรวดเร็ว
ทำให้จอร์จ คิดไอเดียที่จะช่วยเหลือนักเขียนเหล่านี้ ให้มีที่พักพิงชั่วคราว
ซึ่งสามารถมาพำนักได้ เพื่อสร้างสรรค์ผลงาน แลกกับการช่วยงานในร้าน
แน่นอนว่าตลอดเวลาที่ผ่านมามีบรรดานักเขียนไส้แห้ง และ ผู้คนทั่วไป
มาขอนำพักมากมายนับไม่ถ้วน กฏเลยต้องง่ายๆใครมาก่อนได้ก่อนเท่านั้น
 
 
ซึ่งทั้งนี้ไม่ทราบว่า เเต่ละคนสามารถพักได้นานเท่าไหร่เหมือนกันนะครับ
แต่ที่แน่ๆมีหลายคนอยู่นานทีเดียวครับ เท่าที่หาแหล่งอ้างอิงมา
เช่นนายเจอเรอมี่ เมอเซอร์ เคยพักที่นี่ จนเขียนหนังสือออกมาได้
โดยเป็นเรื่อง เกี่ยวกับร้านหนังสือนี่เองครับ
ซึ่งที่พักมันก็แค่เตียงเล็กๆ ขนาดเท่าตัวคน อยู่ที่มุมต่างๆของร้านในชั้นบน
ที่สามารถนอนพักได้หลังจากร้านปิดแล้ว (ร้านเปิด 10โมงเช้า-4ทุ่ม)
กับห้องน้ำรวมเล็กๆจำนวน 1 ห้อง แน่นอนว่ามันไม่สบายเลยสักนิด…
ซึ่งคนที่พักที่นี่ ก็ไม่เหลืออะไรเเล้วจริงๆ

จะว่างั้นว่างี้ ในช่วงยุคก่อนหน้านี้ ที่นี่ก็เหมือนแหล่งซ่อมแซมจิตใจดีๆนี่เอง
เพราะเเต่ละคนนั้นคงหอบปัญหาของตัวเองมาด้วยแน่ๆ
เช่นตัวนาย เจอเรอมี่ เองนั้น หนีมาจากประเทศแคนาดา
เพราะเป็นนักข่าวอาชญากรรม เเละไปทำข่าวชิ้นหนึ่ง แต่เขาทำงานพลาด
เนื่องจากเผลอเอ่ยชื่อแหล่งข่าวขึ้นมา ทำให้แหล่งข่าวโดนขู่ฆ่า
ส่วนตัวเขาเองอาจจะติดคุกด้วย เลยหนีมาอยู่ฝรั่งเศส พร้อมปัญหาติดตัวมา
 
 
เเละยังมีคนอื่นๆอีกมากมาย ที่ผ่านเข้ามาพำนัก และผ่านออกไปครับ
นายจอร์จเจ้าของร้านเองก็เคยพูดเอาไว้ว่า
“ผมไม่สามารถตัดสินใครได้ แต่หวังว่าอาจจะช่วยเยียวยาพวกเขาได้บ้าง”
เพราะเขาไม่ได้ให้ที่พักในพระราชวังแวร์ซาย
เเต่เป็นกองหนังสือนับแสน จากผู้เขียนเหมือนๆกันที่รักในหนังสือ
 
และในปัจจุบันเอง “ซิลเวีย” เจ้าของร้านก็ยังให้ที่พักพิงแก่นักเขียนนะครับ
เพราะแม้ว่าปัจจุบันจะไม่ได้เป็นยุคไส้แห้งแบบเมื่อก่อนก็ตามที
แต่ที่นี่ก็ยังเป็นแหล่งรวมคนรักหนังสือ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งเช่นกัน
ซึ่งเธอบอกว่าคนที่มาพักส่วนใหญ่ เพราะเขาต้องการอยู่ปารีส แบบปารีสจริงๆ
โดยปัจจุบัน มีเปิดร้านคาเฟ่เสริมอยู่ติดๆกันด้วยครับ
หากใครไปท่องเที่ยวปารีส ก็อาจจะอยากใช้โอกาสนี้แวะลองไปดูครับ
 
 
ทั้งนี้ร้าน “Shakespeare and Company” ยังเป็นแหล่งถกปัญหา
ของบรรดาปัญญาชนฝรั่งเศส เเละเป็นหนึ่งในที่โปรโมทหนังสือชั้นยอด
ของนักเขียนทั่วโลกอีกด้วยครับ โดยมักจะเชิญนักเขียนชื่อดังมาประจำ
ถ้าได้ไปเที่ยวปารีส อาจจะโชคดีเจอนักเขียนในดวงใจก็ได้นะครับ
 
(จอร์จ วิทแมน ผู้ก่อตั้ง เเละเหล่าเพื่อนๆ ในปาร์ตี้เล็กๆในร้าน)
รวบรวมข้อมูลโดย : aboutfriday.com