Home History

A Room with a View (1985) หนังพีเรียดผลงานมาสเตอร์พีซ

239
วรรณกรรมจากยุคสมัยเอ็ดเวิร์ด ด้วยบทประพันธ์ของนักเขียนอังกฤษ
อย่างอี เอ็ม ฟอสเตอร์ (E. M. Forster) สู่ภาพยนตร์พีเรียดยุค 80’s
ที่ตราตรึงใจสาวๆที่รักอิสระทั่วโลก

เรื่องราวของสาวอังกฤษชนชั้นสังคม ที่ได้ไปเที่ยวเมือง Florence (ฟลอเรนซ์)
เมืองสวยโครตพ่อโครตแม่ในอิตาลี และพบกับหนุ่มนักเดินทางรูปหล่อ
แต่พ่อไม่รวย และ ได้มีโอกาสได้แบ่งปันช่วงเวลาสั้นๆให้แก่กัน
 
 
‘Lucy Honeychurch’ สาววัยรุ่นที่ได้มีโอกาสมาเที่ยวเปิดโลก
ณ เมืองฟลอเรนซ์ ซึ่งเธอเดินทางมากับญาติสนิทวัยกลางคน
และทั้งสองได้เข้าพักโรงแรมแห่งนึง แต่ได้วิวสุดห่วย เลยมาเจาะแจ๊ะ
ในช่วงดินเนอร์กับทางแขกคนอื่นในโรงแรม
และสองพ่อ-ลูกที่ร่วมโต๊ะด้วย โชว์ความเป็นสุภาพบุรุษแลกห้องให้กับเธอ
แน่นอนว่าคนลูกอย่าง ‘George Emerson’ ที่ดูเหมือนจะมีอะไร
บางอย่างในตัวเอง ทั้งความลึกลับ และหน้าตาหล่อๆ
มันก็เลยไปเตะตา Lucy อย่างจัง…
 
 
‘Lucy Honeychurch’ รับบทโดย ‘Helena Bonham Carter’ ในสมัยเอ๊าะๆ
ซึ่งน่ารักมากๆ โดยเป็นช่วงก่อนจะมาควงกับลุง ‘Tim Burton’ 
โดยก่อนหน้าจะมาอยู่กินกับลุง ‘Tim Burton’ เจ๊แกเล่นหนังแนวพีเรียดเยอะมาก
ส่วน ‘George Emerson’ รับบทโดย ‘Julian Sands’
ดาราหนุ่มอังกฤษที่โครตหล่อชิบหายวายวอดในตอนนั้น
พ่วงด้วย ‘Daniel Day-Lewis’ ที่เด่นมากๆในบท ‘Cecil Vyse’
(เป็นตัวละครสำคัญเข้ามามีส่วนใน Part 2 ของหนัง) 
พร้อมทั้ง ‘Rupert Graves’ ที่เอาหน้าหวานๆมาแย่งซีนในหนัง
กับบทน้องชายของ ‘Lucy’
(โดยเฉพาะฉากเล่นน้ำ และวิ่งไล่จับแบบเปลือยกายกับพระเอก)
และป้า ‘Maggie Smith’ ที่เข้ามารับบทญาติตัวดี
 
บางคนอาจจะเคยอ่านนิยายมาแล้ว ซึ่งเขียนเมื่อปี 1908 หรือเกือบ 100 ปีก่อนและเนื้อเรื่องจะต่างจากบทภาพยนตร์เล็กน้อย
แต่ไม่มีส่วนสำคัญที่ขาดไปเลยนั่นเพราะ ‘Ruth Prawer Jhabvala’
คนที่มาเขียนบทดัดแปลงทำได้ออกมาไร้ที่ติ
ซึ่งทำให้เขาคว้ารางวัลออสการ์ สาขาบทดัดแปลงยอดเยี่ยมด้วย
ส่วนผลงานกำกับของ James Ivory ก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน
รวมทั้งทีมงานกำกับภาพ ที่ถ่ายทอดเมืองฟลอเรนซ์จากมุมมองของภาพและอังกฤษยุคเอ็ดเวิร์ดออกมาได้โครตสวยจริงๆ
แม้ว่าจะถ่ายทำกันในปี 1985 ก็ตาม ซึ่งถือว่าฟลอเรนซ์เริ่มเป็นที่รู้จักแล้ว
แถมยังใช้เพลง ‘O Mio Babbino Caro’
เป็นเพลงประกอบอีก เข้ากันสุดๆไปเลย
 
 

ในช่วงยุควิคตอเรียน-ยุคเอ็ดเวิร์ดช่วงสมัย 1890-1920 สังคมในยุโรปส่วนใหญ่ยังยึดติดกับขนบธรรมเนียมดั้งเดิมเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นตัวละครอย่าง ‘Lucy’
ที่ออกเดินทางท่องเที่ยวยังแต่ยังวัยรุ่น จึงเหมือนเป็นตัวแทนของผู้คนยุคใหม่
ที่เริ่มคิดเดินทางออกผจญภัยตั้งแต่ยังมีโอกาสดีๆ และมีความฝันเต็มเปี่ยม
เพราะหลายๆคนอาจเริ่มที่จะคิดเรื่องสร้างเนื้อสร้างตัวก่อน เรื่องเที่ยวทีหลัง
แต่นั่นก็หมายถึงเวลาที่เสียดีๆที่เสียไปก็ไม่ได้กลับคืนมาเช่นกัน

แต่หนังจริงๆแล้วนอกจากความโดดเด่นของตัวละคร ยังมีประเด็นร่วมสมัย
ในหลายๆเรื่อง ทั้งเรื่องของความรัก, การชอบพอกัน และการกีดกันของผู้ใหญ่
ที่คิดว่าความรักในวัยเยาว์เป็นเรื่องไม่เหมาะสม

บทความ-เรียบเรียงโดย : aboutfriday.com
ขอบคุณภาพประกอบจาก : digitaldingus.comfuckyeaharoomwithaview.tumblr.com