Home Best Columns

สวิสการ์ด (Swiss Guard) กองกำลังทหารรักษาการแห่งนครรัฐวาติกัน ที่มีความซื่อสัตย์ที่สุดในโลก

90
นครรัฐวาติกัน (Vatican) คือประเทศที่เล็กทีสุดในโลกอย่างเป็นทางการ
เป็นประเทศแห่งคริสตจักร หรือศูนย์รวมของศาสนาคริสต์ นิกายโรมัน-คาทอลิก 
และยังเป็นที่ประทับของพระสันตะปาปา (Pope) ผู้นำของคริสตจักรอีกด้วย
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องมีองค์รักษ์ มาประจำการในประเทศเล็กๆ
แต่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ เพื่อปกป้องพระตันตะปาปา ประมุขของนครรัฐวาติกัน
และปกป้องคริสตจักรจากการรุกราน (อันนี้ฟังดูโบราณไปหน่อย)
ขอใช้คำว่ารักษาความปลอดภัยภายในคริสตจักรดีกว่าครับ…
ซึ่งตั้งแต่ปี 1506 เป็นต้นมา ทางวาติกันก็ใช้งานทหารรับจ้าง
ได้แก่ “สวิสการ์ด” (Swiss Guard) เป็นเวลามากกว่า 500 กว่าปีมาแล้ว!
 
 
เนื่องด้วยนครรัฐวาติกัน มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน เพราะศาสนาคริสต์
เข้าไปมีบทบาททั่วทั้งยุโรป และไม่ได้มีบทบาทแค่เรื่องของศาสนาเท่านั้น
เพราะในสมัยก่อน ‘ศาสนา’ และ ‘การเมือง’ เป็นเรื่องที่แยกออกจากกันไม่ได้
และบทบาทของศาสนา ก็คือบทบาททางการเมือง ด้วยเช่นกันครับ
ทำให้นครวาติกัน มีหน้าที่รักษาเก็บบันทึกประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยต่างๆ
ไว้ในหอจดหมายเหตุวาติกัน ซึ่งแต่ละเรื่องได้บันทึกประวัติศาสตร์ไว้มากมาย
และถือเป็นความลับสุดยอด (แม้ว่าปัจจุบันจะมีเปิดเผยออกมาบ้างแล้วก็ตาม)
แต่ในยุคนั้นจดหมายเหตุวาติกัน ถือว่าใช้เป็นหลักฐานแสดงการทำงาน
ของพระสันตะปาปา ที่เข้าไปมีบทบาทในศาสนา และ การเมืองยุคก่อนครับ
 
 
เมื่อเราทราบแล้วว่าพระสันตะปาปา และ คริสตจักร เข้าไปมีบทบาท
ทางศาสนา และ การเมืองในยุโรป จึงเป็นที่แน่นอนว่าต้องมี “ศัตรู” 
และนั่นจึงจำเป็นต้องมีองค์รักษ์ และทหารรักษาความปลอดภัย
แก่องค์สันตะปาปา และสำหรับคริสตจักรคาทอลิก เพื่อรักษาศาสนจักรไว้
ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญที่สุด ทางวาติกันจึงว่าจ้างทหารจากสวิสเซอร์แลนด์
หรือเรียกว่า “สวิสการ์ด” มาทำหน้าที่นี้ครับ
เพราะชาวสวิสเซอร์แลนด์ มีชื่อเสียงเรื่องความเก่งกาจ
และซื่อสัตย์พักดีต่อผู้ว่าจ้าง และสามารถเก็บความลับทุกอย่างไว้ได้อย่างดี
ทางวาติกันจึงว่าจ้างทหารสวิสฯ มาประจำการอยู่ในนครรัฐเพื่อทำหน้าที่
ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 มาถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นเวลามากว่า 500 กว่าปี!
แน่นอนครับมีทั้งยุคการเมือง และ ยุคสงครามต่างๆเกิดขึ้นมากมาย
แต่สวิสการ์ด ก็แสดงให้เห็นว่า พวกเขาทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดมา
 
 
ซึ่งในปัจจุบัน พระสันตะปาปา จะมีบอดี้การ์ดระดับโลกคอยอารักขา
ทำให้หน้าที่ของทหารสวิสการ์ด อาจจะถูกลดบทบาทลงไปบ้างครับ
โดยหน้าที่หลักของสวิสการ์ด คือ “อารักขาพระสันตะปาปา” และ “คริสตจักร”
และทั้งหมดทั้งมวล ตลอดเวลาของคริสตจักรนิกายโรมัน-คาทอลิก
มีพระสันตะปาปามาแล้วถึง 266 พระองค์
และถูกปลงพระชนม์ไปทั้งหมด 20 พระองค์ โดยเสียชีวิตเพราะยาพิษ
ถึง 14 พระองค์ (นับตั้งแต่กำเนิดศาสนาคริสต์นิกายโรมัน-คาทอลิก)
จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องจ้างสวิสการ์ด มาอารักขาครับอยู่ครับ
 
*สำหรับเหตุการณ์ลอบปลงประชนม์พระสันตะปาปา เกิดขึ้นล่าสุดเมื่อปี 1981
หลังชายตุรกีนามเมห์หเมด อาลี อาญา (Mehmet Ali Ağca)
แฝงเข้าไปรวมตัวกับฝูงชนของงานรับศีล ณ ใจกลางนครวาติกัน
และได้ยิงสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 (Pope John Paul II)
ขณะนั่งรถเสด็จผ่าน และทำให้ถูกยิงถึง 4 จุด ได้รับบาดเจ็บสาหัส
แต่จุดท้ายก็ฟื้นพระวรกายให้หายดี และได้อภัยแก่นายเมห์หเมดในภายหลัง
 
 
การเป็นทหารสวิสที่มาประจำการที่นครรัฐวาติกัน นั้นมีค่าแรงไม่สูงครับ
ถ้าเทียบกับเงินเดือนทั่วไป ก็ระดับพนักงานออฟฟิศของยุโรปเลยครับ
โดยค่าแรงจะอยู่ที่ 15,600 ยูโรต่อปี (560,000 บาท)
อาจจะมีค่าล่วงเวลาด้วยต่างหาก แต่ก็ถือว่าไม่เยอะนะครับ (สำหรับคนสวิสฯ)
แถมต้องผ่านบททดสอบ ก่อนจะได้มาประจำการที่นครรัฐวาติกันแห่งนี้ด้วย
ซึ่งกฏหลักๆ 7 ข้อ ที่เป็นที่รู้โดยทั่วกันมีดังต่อไปนี้ครับ
 
1. ต้องเป็นผู้ชาย และ ถือสัญชาติสวิสเซอร์แลนด์เท่านั้น
2. ต้องมีความสูงขั้นต่ำ 174 ซม.
3. ต้องเคยเป็นทหารในกองทัพของสวิสเซอร์แลนด์มาก่อน
4. ต้องนับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมัน-คาทอลิก
5. ต้องมีทักษะการพูดภาษาพื้นฐาน 3 ภาษา และ ผ่านข้อทดสอบต่างๆ
6. ต้องผ่านหลักสูตรพิเศษต่างๆ ที่ทางวาติกันตั้งเงื่อนไขไว้
7. ต้องอายุระหว่าง 19-30 ปีเท่านั้น
 
ซึ่งในปัจจุบันยังมีโอกาสที่จะเปิดรับคนต่างชาติ และ ผู้หญิงด้วยครับ
แต่ยังไม่มีความแน่นอนในเรื่องนี้ครับ เคยมีการพูดคุยในปี 2009 แค่นั้น
ส่วนกฏอื่นๆก็มียิบย่อย แต่ก็มีผ่อนปรนบ้าง เอาคำถามทั่วไปนะครับ
เช่นถ้าอยากแต่งงานต้องทำงานอารักขาอย่างน้อย 3 ปีก่อนเป็นต้น
และได้รับการเลื่อนยศ หรือ ได้รับการอนุญาตจากทางวาติกันครับ
ตอนนั้นสามารถพาครอบครัวมาอาศัยอยู่ในวาติกันได้
 
 
ถ้าหากถามว่าทำไมยังมีคนถึงอยากทำอาชีพนี้กันมากนัก?
คำตอบก็คือ “ใบรับรองอาชีพ” ครับ เพราะการมาทำงานที่นี่ถือว่าสุดยอด
สามารถออกไปทำงานบอดี้การ์ดอิสระ แบบเรียกค่าตัวแพงๆได้เลยครับ
เพราะเป็นที่รู้กันว่าถ้าคุณผ่านการอารักขา “องค์พระสันตะปาปา” มาแล้ว
หากปลดประจำการไป ก็มั่นใจได้ว่าหางานทำได้ไม่ยากแน่นอนครับ
ถือว่าเป็นใบเบิกทางประกอบอาชีพที่ล้ำค่าเลยก็ว่าได้
 
 
สำหรับประเด็นที่คนสงสัยมากที่สุด ก็คือ “ชุดที่ทหารสวิสการ์ดใส่”
เพราะมันดูเจิดจรัสหลากสีสัน และยังเป็นที่เตะตาอย่างมากก็ว่าได้
ทำให้มีคำถามว่า ทำไมถึงใส่ชุดแบบนั้น?
ซึ่งความจริงแล้ว มันเป็นชุดที่ถูกออกแบบในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาอิตาลี
ที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 และทางวาติกันเองก็อยากรักษาธรรมเนียมไว้
เพราะเป็นเหมือนมรดกทางวัฒนธรรม จึงไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่นั้นครับ
และในสมัยนั้นเองใส่แล้ว อาจจะไม่ดูเตะตาแบบทุกวันนี้ก็ได้ฮ่าๆ
แต่ก็เพราะการอนุรักษ์ธรรมเนียม-ประเพณี และ วัฒนธรรมนี่แหละครับ
จึงทำให้ชุดของทหารสวิสการ์ดเป็นที่พูดถึง และ สีสันแสบตาได้ขนาดนี้ อิอิ
 
 
500 กว่าปีมาแล้วครับ ที่กองกำลังสวิสการ์ด อารักขานครรัฐวาติกันไว้
นี่ไม่ใช่เวลาน้อยๆเลย ลองคิดดูสิครับ เกือบๆ 6 ชั่วอายุคน
แต่คริสตจักร และ มหาวิหาร ก็ยังถูกอารักขาไว้อย่างดีมาจนทุกวันนี้
และด้วยความซื่อสัตย์ และ ความเก่งกาจของทหารสวิสการ์ดที่ปรากฏ
จึงทำให้ทหารสวิสการ์ด เป็นที่ต้องการของมหาเศรษฐีทั่วโลก
อยากจะจ้างไปใช้บริการต่อครับ
 
เขียน และ เรียบเรียงโดย: aboutfriday.com
ขอบคุณข้อมูลจาก: เจไดหนุ่ม, https://www.youtube.com/
ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก: dailymail.co.ukitalymagazine.comncronline.org,