Home History

วัลคีรี่ (Valkyrie) แผนลอบสังหารอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ที่ไม่สมบูรณ์แบบ

778
“อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” ผู้นำพรรคนาซี-เยอรมัน เจ้าพ่อเผด็จการฟาสซิสต์ ชื่อก้องโลก
เคยถูกบรรดาผู้ต่อต้านในพรรค และจากคู่อริทั่วโลก วางแผนลอบสังหาร
นับครั้งไม่ถ้วนก็ว่าได้ครับ แต่ฮิตเลอร์ก็รอดมาได้ทุกครั้ง โดยเฉพาะครั้งสุดท้าย
ที่เรียกได้ว่าวางแผนมาดีหมดแล้ว แต่กล้าทำไม่สุดแค่นั้นเอง!
หรือเรียกได้ว่าฮิตเลอร์หนังเหนียวโครตๆ ใครฆ่าก็ไม่ตาย
และสุดท้ายตายด้วยน้ำมือของตัวเอง โดยเท่าที่จับได้นะครับ
ฮิตเลอร์เคยถูกพยายามลอบสังหารถึง 42 ครั้ง!

ในยุคที่รัฐเผด็จการของฮิตเลอร์รุ่งเรือง ไม่ใช่ทุกคนในประเทศที่จะเห็นด้วย
ซึ่งการเมืองมันก็แบบนี้แหละครับ และยิ่งฮิตเลอร์มีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ
จนเริ่มจะเป็นภัยต่อบ้านเมือง ทั้งชักศึกรอบทิศเข้าบ้าน
ไปก่อสงครามยึดครองยุโรป การกระทำเหล่านี้ ย่อมมีแต่การสูญเสีย
จนหลายฝ่ายเชื่อกันว่าถ้าฆ่าฮิตเลอร์ และบรรดานายทหารชั้นจอมพลคนสนิทได้
ประเทศเยอรมันอาจได้จบสงครามไวขึ้น รวมทั้งได้วางแผนการปกครองใหม่
 
 
และแผนที่มีการวางแผนไว้อย่างดี ที่จะยกตัวอย่างครั้งนี้ ชื่อว่าแผน ‘วัลคีรี่’
โดยพันเอก “เค้าท์ ฟอน สตอฟเฟนเบิร์ก” (Claus Von Stauffenberg)
คือแกนนำในแผน ‘วัลคีรี่’ โดยแผนคือลอบสังหารฮิตเลอร์ และยึดกรุงเบอร์ลิน
เพราะถ้าได้เมืองหลวงที่อื่นๆก็จะง่ายตามไปด้วย ซึ่งปกติแล้ว
ถ้าฮิตเลอร์ม่องเท่ง พรรคนาซีเยอรมันจะรับอำนาจต่อจากนั้น
แต่มันมีแผนงานชื่อ ‘วัลคิรี่’ ที่จัดตั้งกองกำลังสำรองไว้ เพื่อสามารถรบได้ในทันทีโดยจะเป็นกองกำลัง ที่ทำหน้าที่ป้องกันในประเทศเท่านั้น ไม่ไปรบที่ไหนอื่น
 
กลุ่มกบฏนำโดยพันเอก “ฮันนิ่ง ฟอน เทรสคอว์” (Henning von Tresckow)
ก็เลยแก้แผนเพิ่มเติม เพื่อให้กองกำลังสามารถใช้อำนาจได้
หากเกิดดมีการคิดก่อรัฐประหารโดยหน่วย SS และพรรคนาซีคนอื่นๆ
และเอาไปให้ฮิตเลอร์ลงนาม ซึ่งแผนการไปได้สวยทีเดียวครับ
 
หลังจากนั้นเหล่ากบฏ ก็พยายามเข้าถึงตัวฮิตเลอร์ให้ได้
และเป็นพันเอก “สตอฟเฟนเบิร์ก” ทำหน้าที่หัวหน้าเศนาธิการ กองกำลังสำรองอาสานำระเบิดเข้าไปในรังหมาป่า ศูนย์บัญชาการรบภาคสนาม
หลังจากมีโอกาสเข้าถึงตัวฮิตเลอร์ได้ และยังมีนายพลหน่วย SS ชั้นสูงหลายคน
และในวันที่ 20 ก.ค ปี 1944 (ก่อนหน้านี้พยายามหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ)
คราวนี้ไม่พลาดครับ ระเบิดดังตู้ม! พันเอกสตอฟเฟนเบิร์กรีบหนีออกไปอย่างไว
เพื่อกลับไปเบอร์ลิน และทำการรัฐประหารก่อตั้งรัฐบาลใหม่
ต่อด้วยแผนที่วางไว้คือการโทรสั่งการครับ โดยส่งโทรเลขแจ้งไปทั่วประเทศ
ว่าฮิตเลอร์ตายแล้ว ให้รีบระดมพลกำลังสำรองเข้าจับกุมหน่วย SS
และบรรดาคนสำคัญในพรรคนาซี เพื่อเตรียมตั้งรัฐบาลใหม่
 
 
แต่อนิจจัง…ระเบิดไม่ได้ฆ่าฮิตเลอร์ แถมท่านผู้นำแทบไม่เป็นอะไรเลย
(ระเบิดเอาไป2 ลูกแต่ได้ใช้จริงลูกเดียว อีกลูกไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดที่ไม่ใช้)
เพราะถ้าใช้ระเบิดสองลูก น่าจะม่องกันทั้งหมด แต่ฟ้าลิขิตไว้แล้ว
ฮิตเลอร์รอด…เหล่าแก๊งค์กบฏก็แตกกระจายไป พวกแกนนำก็โดนจับได้
ก็ถูกสั่งประหารทันที เท่านั้นยังไม่พอหน่วย SS และเกสตาโปน
ทำการสืบพยานไปทั่วและจับกุมกว่า 7,000 คน ที่คาดว่ามีส่วนรู้เห็น
และประหารไปถึงราว 4,890 คน
หนึ่งในนั้นคือจอมพล “เออร์วิน รอมเมล” ที่คาดว่าเค้ามีส่วนรู้เห็น
แม้ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง โดยถูกสั่งให้ฆ่าตัวตาย โดยการกินไซยาไนด์…
 
และหลังจากนั้นราวๆ 10 เดือน สงครามโลกครั้งที่สองภาคยุโรปก็จบลง
พร้อมกับชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตร และการปิดชีพตัวเองของฮิตเลอร์
และกรุงเบอร์ลินถูกยึดครองโดยสองฝ่าย ทั้งสัมพันธมิตร และ โซเวียต
ภาพกรุงเบอร์ลินหลังสิ้นสุดสงคราม: aboutfriday.com/berlin-after-ww2

แผนการนี้ถูกสร้างเป็นหนังดังชื่อเรื่อง ‘Valkyrie’ นำแสดงโดย ทอม คลูซ
ที่รับบทพันเอกเค้าท์ ฟอน สตอฟเฟนเบิร์ก เมื่อปี 2008
และยังมีหนังอีกกว่า 15 เรื่อง ที่ถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ และ สารคดี
เพื่อเผยแผนการณ์ และ เหตุการณ์ในครั้งนั้นครับ

สถานที่ของผู้ก่อกบฏที่ถูกประหารชีวิต ถูกสร้างไว้เป็นอนุสรณ์ แสดงความเคารพโดยมีป้ายจารึกชื่อของผู้ร่วมขบวนการ และยกย่องว่า “เสียสละชีพเพื่อเยอรมัน”
เรียบเรียงโดย: https://www.aboutfriday.com
ขอบคุณข้อมูลจาก : wikipedia.org
ขอบคุณภาพประกอบจาก : wikipedia.org