Home Movies

สไปเดอร์แมน (Spider-Man) ยังไงก็ไม่สามารถลบภาพคนนี้ได้หรอก…

128
อาจจะอ่านแล้วดูเหมือนเป็นคำพูดที่เห็นแก่ตัว แต่หลายๆคนอาจจะคิดจริงๆ
ว่ายังไงก็ตาม “สไปเดอร์แมน” ก็ต้องเป็นภาคที่ใช้ชื่อว่า “Spider-Man” อยู่ดี
ซึ่งมี 3 ภาคด้วยกันครับ นำแสดงโดยโทบี้ แม็คไกวร์ (Tobey Maguire)
และกำกับโดยแซม ไรมี่ (Sam Raimi) ทั้ง 3 ภาคครับ

เรื่องเทคโนโลยีอาจทำให้หนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องใหม่ๆ ดูสนุกขึ้น ตื่นตามากขึ้น
แต่ความคลาสสิคกับความลงตัวของบทแล้วล่ะก็ หนังเรื่อง “Spider-Man”
คือหนึ่งในนั้นสำหรับผมครับ โดย “Spider-Man” ทั้ง 3 ภาค
ออกฉายเมื่อปี 2002, 2004, 2007 โดยค่ายโคลัมเบีย พิคเจอร์ส (โซนี่)
และมาร์เวลที่ยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่ส่วนหนึ่งด้วยเช่นกัน
 
 
หลังจากหนังออกฉาย ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้ง 3 ภาคครับ
ทั้งรายได้ที่โกยได้มหาศาลในยุคนั้น รวมไปถึงเสียงวิจารณ์ด้วย (เว้นภาค 3)
แต่ไม่มีอะไรคงทนครับ เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน สไปเดอร์แมนก็จบลงเท่านั้น
เพราะไม่ได้ไปต่อในภาคที่ 4 เนื่องจากพระเอกอย่างโทบี้ แม็คไกวร์
ไม่สนใจที่จะแสดงต่อ ส่วนผู้กำกับแซม ไรมี่ ก็มีปัญหาเรื่องบท
ทำให้ทางโซนี่ตัดสินใจหยุดไว้เพียงเท่านั้น ก่อนที่ต่อมาจะรีบูทใหม่ขึ้น
เปลี่ยนบทบาทใหม่ทั้งหมด ทั้งนักแสดง แนวทางการเขียนบทและกำกับด้วย
เป็นชื่อ “The Amazing Spider-Man” ออกมาได้ 2 ภาคครับ
นำแสดงโดยแอนดรูว์ การ์ฟิลด์ (Andrew Garfield)
ซึ่งออกมาในปี 2012 และ 2014 ห่างจากภาคเก่าเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้น…
 
 
ครับอย่างที่ทราบว่า “The Amazing Spider-Man” ไม่ได้เปรี้ยงมากนัก
เพราะออกมาในช่วงที่มีหนังซุปเปอรืฮีโร่จำนวนมาก เข้าฉายต่อๆกันระยะหนึ่ง
ทำให้โซนี่ไม่ทำต่อ และส่งคืนลิขสิทธิ์ส่วนใหญ่ ให้กลับไปอยู่ในความดูแล
ของเจ้าของลิขสิทธ์เดิมอย่างมาร์เวล ซึ่งหวังจะเอาสไปเดอร์แมน
ไปผสมกับฮีโร่ต่างๆ ที่วางแผนกันทำโครงการแบบรวมตัวฮีโร่อะไรแบบนั้นไว้
และนั่นก็คือการเปลี่ยนแปลงของสไปเดอร์แมนล่าสุดครับ

แต่ยังไงซะภาพของสไปเดอร์แมน เวอร์ชั่นพระเอกอย่าง “โทบี้ แม็คไกวร์”
ยังคงอยู่ในใจแฟนๆเสมอ และคงจะอยู่ตลอดไปอีกนานด้วย
ไม่ว่าจะทำออกมาอีกกี่ภาคก็ รีบูทอีกกี่รอบก็ตามครับ 
ส่วนเหตุผลก็เพราะสไปเดอร์แมนภาคนี้ ถูกสร้างมาเพื่อขาย “คนดูหนัง” ครับ
ไม่ใช่ “คนอ่านหนังสือคอมมิคบุ๊ค” ที่มักจะตำหนิเรื่องของความแตกต่าง
เพราะแฟนๆหนังสืออยากได้อะไรที่เป็นต้นฉบับมากกว่านั่นเอง
 
 
แต่เพราะความเป็นหนังนี่แหละครับ การตีความสไปเดอร์แมนถึงถูกสร้างใหม่
เป็นภาพสไปเดอร์แมนน่ารักๆถ่อมตน อาจจะกวนๆบางครั้ง ดูน่าสงสาร
ชีวิตรันทด เงินไม่มีจะแดก เจ้านายตลกๆ แฟนนิสัยแย่ๆ ทำอาชีพฟรีแลนซ์  
ตกงานส่งพิซซ่า เพื่อนแย่งแฟน ไม่มีตังค์จ่ายค่าเช่า ตัวร้ายเก่ง (ไม่กระจอกละกัน)
ไม่อยากเชื่อใช่ไหมว่าทั้งหมดนี้ ทำให้ “Spider-Man” เวอร์ชั่นนี้กลมกล่อมสุดๆ
เพราะแตกต่างจากฉบับหนังสือการ์ตูนแบบพลิกกันเลยทีเดียว…
 
ไม่ได้จะบอกว่า “Spider-Man” เวอร์ชั่นโทบี้ แม็คไกวร์ ดีที่สุดนะครับ
แต่จะบอกว่าไม่มีสไปเดอร์แมนคนไหน ลบภาพสไปเดอร์แมน
ที่เป็นเวอร์ชั่นโทบี้ แม็คไกวร์ ได้แน่ๆครับ เพราะความคลาสสิคดั้งเดิม
ที่เป็นสไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นหนัง-ภาพยนตร์
ซึ่งเป็นความรู้สึกแรกของคนดูหนัง ที่มองว่าความรู้สึกแรกหลังรับชม
 
 
สไปเดอร์แมน แต่ละภาคสนุกแตกต่างกันไปแล้วแต่คนชอบครับ
และไม่ควรตัดสินว่า ภาคไหนดีที่สุดด้วยเช่นกัน
แต่ “Spider-Man” เวอร์ชั่นของผู้กำกับแซม ไรมี่ จะอยู่ในใจไปอีกนาน
และ “โทบี้ แม็คไกวร์” จะเป็นสไปเดอร์แมน ที่เรารู้จักกันต่อไปอีกสักระยะเลย
บทความโดย: https://www.aboutfriday.com
ขอบคุณภาพประกอบจาก : moviezine.sethats-normal.com