Home Best Columns

การสร้างมันดาลา (Sand Mandala) ศิลปวัฒนธรรมขั้นสูงของพระทิเบต นิกายมหายาน

2006
“มันดาลา” หรือ “แมนดาลา” ความหมายคือ ‘ศูนย์กลางของทั้งปวง’ 
หรือที่ทางศาสนาพุทธเรียกว่า ‘มณฑลแห่งการตรัสรู้’
มีชื่อภาษาอังกฤษคือ ‘Sand Mandala’ ครับ
ถือเป็นความเชื่อ และเป็นศิลปวัฒนธรรมแต่โบราณดั้งเดิมหลายร้อยปี
ของพระทิเบต นิกายมหายาน หรือที่เราเรียกกันว่า “ลามะ” ครับ 
 
 
ซึ่งการสร้างมันดาลานั้น มีความเชื่อ และ ประเพณี ที่สืบทอดกันมานาน 
นอกจากนั้นยังเป็นการฝึกจิต-สมาธิ อย่างดีอีกด้วย เพราะมันดาลาแต่ละชิ้น
ต้องใช้เวลาสร้างสรรค์กว่า 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือนขึ้นไป!
 
 
การสร้างมันดาลานั้น มีหลายแบบ แต่แบบของพระทิเบตทำนั้น
จะสร้างด้วยการ ‘พ่นทราย’ เป็นศิลปขั้นสูง ต้องเป็นลามะที่ฝึกฝนมาอย่างดี
จึงจะสามารถสร้างมันดาลาได้ ซึ่งจะมีเครื่องมือในการพ่นทราย
หรือโรยทรายลงไป เสียงของมันจะดัง “แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก”
ซึ่งต้องมีสมาธิอย่างมากในการทำ ต้องมีจิตใจที่ปลอดโปร่งและสงบสุข
และจิตตั้งมั่นในการทำมันดาลา นอกจากนี้ยังต้องใช้ความศรัทธาเป็นอย่างสูง
เพราะเหล่าลามะ จะใช้เวลาในการทำแต่ละครั้งราวๆ 8-12 ชั่วโมง ต่อ 1วัน
และต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ ในการสร้างสรรค์มันขึ้นมาครับ
นอกจากนี้การสร้างสรรค์มันดาลาแต่ละชิ้นนั้น ยังไม่มีรูปแบบตายตัวอีกด้วย
ซึ่งจะออกแบบเป็นลวดลายต่างๆ แล้วแต่ใจนึกในช่วงเวลานั้นๆ
โดยเชื่อกันว่าการสร้างมันดาลา คือการบรรลุธรรมอย่างหนึ่งครับ
 
 
ซึ่งมันดาลาจะมีรูปแบบเป็นวงกลม และ มีรายละเอียดเกี่ยวกับ “พุทธศาสนา”
โดยจะมีประตู 4 ทิศ ตามความเชื่อ อ้างอิงว่าเป็นประตูสู่จิตใจของมนุษย์
ว่าด้วยพรหมวิหารทั้ง 4 นั่นก็คือ “เมตตา” “กรุณา” “มุทิตา” “อุเบกขา” 
และยังมีรายละเอียดของคำสอน รวมถึงลวดลายทางวัฒนธรรมรวมอยู่ด้วย
 
 
เมื่อสร้างมันดาลาเสร็จแล้ว เหล่าลามะ จะทำการตั้งจิตแผ่สมาธิ
และสวดมนต์บทใหญ่ๆ จำนวนหลายบทด้วยกันครับ
หลังจากนั้นก็จะทำลายมันดาลาทิ้ง โดยการโกยทรายบรรจุเข้าโถ
และนำไปทิ้งสู่แม่น้ำ หรือแจกจ่ายให้บรรดาเหล่าพุทธศาสนิกาชนที่มาร่วมพิธี
โดยมีความเชื่อกันว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่จีรังถาวร ไม่มีอะไรยั่งยืน”
ซึ่งล้วนเป็นกฏแห่งธรรมชาติ ไม่มีอะไรจะสามารถหลีกเลี่ยงได้
แม้กระทั่งความสวยงาม ทุกสิ่งที่สร้างต้องคืนกลับสู่ธรรมชาติ
และจุดเริ่มต้น ตามคำสอนหลักของ นิกายมหายานคือ “ทุกสิ่งเป็นอนัตตา” ครับ 
 
 
นอกจากนี้การสร้างมันดาลาในปัจจุบัน ยังถูกนำมาปรับใช้กับเรื่องของจิตวิทยา
สำหรับรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านจิตใจ และเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง 
ว่าการสร้างมันดาลา สามารถฝึกจิตใจ และเข้าถึงผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้นครับ 
 
 
จะเห็นได้ว่ามันดาลา ไม่ได้เป็นเพียงแค่ศิลปะที่สวยงาม
หรือเป็นวัฒนธรรมประเพณี ของศาสนาเท่านั้น
แต่ยังแฝงคำสอน ปรัชญา ของพุทธศาสนาเอาไว้ด้วย น่าเลื่อมใสยิ่งนักครับ
เรียบเรียงข้อมูลโดย : aboutfriday.com
ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก : thebatavian.comwsj.com
ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง : หนังสือพิมพ์ผูจัดการ manager.co.then.wikipedia.orgdailymail.co.uk