10 อันดับประเทศที่อันตรายที่สุดในโลกปี 2018

ปัญหาสงคราม และความล้มเหลวในการบริหารประเทศ รวมถึงปัญหาความยากจน
และปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศต่างๆล้มเหลว
จนนำมาซึ่งปัญหาที่ประชาชนไม่สามารถรับมือได้เอง จนทำให้ไม่มีความปลอดภัยในชีวิต...

คุณภาพชีวิตอาจจะวัดได้จากทรัพย์สินและเงินทอง แต่ส่วนประกอบสำคัญที่สุดคือ 'ส่วนรวม'
โดยวัดได้จากความขัดแย้งภายในสังคม, อาชญากรรม, ปัญหาภายในประเทศที่กระทบประชาชน
ถ้าประเทศไหนข้างต้น ต้องประสบกับเรื่องกังวลทางสังคมเหล่านี้
ย่อมเต็มไปด้วยความรุนแรง และอันตรายต่อการใช้ชีวิต

Global Peace Index (GPI) หน่วยงานดัชนีสันติภาพโลก ซึ่งอยู่ภายใต้หน่วยงาน
Institute for Economics and Peace (IEP) หรือสถาบันเศรษฐศาสตร์และสันติภาพ
ได้ทำการจัดอันดับ 10 รั้งท้ายประเทศที่มีความสงบสุขและปลอดภัยน้อยที่สุด
และอันตรายสำหรับชีวิตและทรัพย์สิน ไว้ดังต่อไปนี้ครับ...

บทความเดิม: 10 อันดับประเทศที่อันตรายที่สุดในโลกปี 2017

1. Syria
ซีเรีย ยังคงเป็นประเทศที่มืดมนไร้ทางออก หลังปัญหาสงครามกลางเมืองตั้งแต่ต้นปี 2011
ทำให้ประชากรพลัดถิ่นฐานอพยพจำนวนมาก แม้ว่าปัจจุบันสงครามจากฝ่ายต่างๆเริ่มจางลง
แต่ซีเรียเองยังคงต้องประสบกับปัญหาความอดอยาก ปัญหาอาชญากรรมภายในประเทศ
และรวมไปถึงปัญหาสำคัญในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตประชาชน รวมไปถึงเศรษฐกิจที่พังพินาศ...


2. Afghanistan
อัฟกานิสถาน ยังติดปัญหาเรื้อรังทางด้านการเมืองจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ
โดยเฉพาะการปะทะกันของสงครามขนาดเล็กที่ปะทุอยู่เนื่องๆ
จากการต่อสู้ระหว่างกลุ่มตาลีบัน และกลุ่มอัลกออิดะห์ กับทางรัฐบาลอัฟกันฯ และสหรัฐอเมริกา
ทำให้อัฟกานิสถาน ยังถือเป็นประเทศที่ค่อนข้างอันตรายต่อชีวิต


3. South Sudan
เซาท์ ซูดาน เป็นประเทศที่แยกออกจากซูดานเมื่อปี 2011 แต่ไม่สามารถสร้างเศรษฐกิจได้
เนื่องจากมีปัญหาทางการเมือง และสงครามก็เกิดขึ้นอยู่เนื่องๆ จากหลายๆกลุ่มที่ต้องการยึดอำนาจ
จนต้องรับการช่วยเหลือจากสหประชาชาติ และเซาท์ ซูดาน ก็กลายเป็นประเทศล้มเหลวเรื่อยมา


4. Iraq
อิรัก ยังคงเจอปัญหาสงครามแบ่งแยกดินแดนจากหลายๆกลุ่ม ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้
แม้ว่าเหตุการณ์จะไม่รุนแรงเหมือนเมื่อก่อน แต่นั่นก็เป็นการทำลายเศรษฐกิจของประเทศเช่นกัน
เพราะรัฐบาลต้องประสบกับปัญหานี้อยู่เนื่องๆ


5. Somalia
โซมาเลีย ปัจจุบันเป็นรัฐล้มเหลว ที่รอรับการช่วยเหลือจากสหประชาติอย่างเต็มรูปแบบ
เพราะโซมาเลียไม่มีฐานเศรษฐกิจใดๆ และประชาชนก็ประสบกับปัญหาความอดอยาก
จนเกิดปัญหาทางด้านอาชญากรรมตามมามากมาย


6. Yemen
เยเมน สถานการณ์ของประเทศยังไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น หลังเกิดสงครามกลางเมืองเมื่อปี 2015
และยังประสบปัญหาโรคระบาดอีก โดยเฉพาะโรถอหิวาต์ ที่เป็นกันกว่า 1 ล้านคน
โดยสาเหตุเกิดจากการกินที่ไม่ได้สุขอนามัย เพราะปัญหาอดอยากและขาดแคลนอาหาร
แม้ว่าปัจจุบันสหประชาชาติสามารถยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ แต่ก็ยังประสบปัญหาอยู่เนื่องๆ
จนเยเมนตอนนี้ มีโอกาสที่จะกลายเป็นรัฐล้มเหลวสูง


7. Libya
ลิเบียกำลังประสบปัญหาสงครามกลางเมืองครั้งใหม่ จากการล้มเหลวของการตั้งรัฐบาล
ทำให้มีหลายกลุ่มต้องการอำนาจ รวมไปถึงปัญหาการแทรกแซงจากภายนอก
จนลิเบียยังไม่สามารถสร้างเศรษฐกิจได้ ตั้งแต่จบสงครามกัดดาฟี่เมื่อปี 2011


8. Democratic Republic of the Congo
สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของทวีปแอฟริกา
และมีประชากรเกือบ 80 ล้านคน ประสบปัญหาสงครามระหว่างกบฏและรัฐบาลชิงอำนาจ
จนเกือบจะเป็นรัฐล้มเหลว แถมยังเจอปัญหาโรคระบาดซ้ำอีกครั้ง
จากการกลับมาระบาดของโรคอิโบล่า ทำให้ชีวิตของประชาชนอยู่บนเส้นด้ายอีกครั้ง


9. Central African Republic
แอฟริกากลาง เจอปัญหาสงครามศาสนาและสงครามกลางเมืองไปเมื่อปี 2012 จนถึงปัจจุบัน
แม้ว่าเหตุการณ์จะไม่รุนแรงเหมือนเก่า และมีสหประชาชาติเข้ามาให้ความช่วยเหลือ
แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังกลายเป็นผู้อพยพพลัดถิ่นฐาน และยังเป็นปัญหาที่ไร้ทางแก้
เพราะกลุ่มกบฏเริ่มยึดพื้นที่และแบ่งประเทศเป็นสองฝั่ง


10. Russia
รัสเซีย ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปติดอันดับเข้ามาแบบงงๆ เพราะรัสเซียไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ที่รุนแรงจนเป็นประเทศที่อันตรายแก่การใช้ชีวิต แม้ว่าจะโดนคว่ำบาตรจากนานาประเทศ
แต่รัสเซียเองก็ยังสามารถสร้างเศรษฐกิจได้ แถมยังพึ่งผ่านการจัดฟุตบอลโลก 2018 มาหมาดๆ
แถมยังจัดการได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย จนได้รับการยอมรับจากนานาชาติ
โดยปัจจุบันเศรษฐกิจรัสเซียเริ่มดีขึ้น จากการจับมือกับจีนที่เข้ามาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ
เพราะรัสเซียเป็นประเทศอุตสาหกรรมน้ำมัน และก๊าซขนาดใหญ่
ที่เข้ามาติดอันดับครั้งนี้อาจจะถูกมองเป็นปัญหาทางการเมืองมากกว่า
เพราะรัฐบาลของรัสเซียนั้นถูกกล่าวอยู่เนื่องๆ ในเรื่องของการกำจัดคู่อริทางการเมือง
และจากการกล่าวหาเรื่องจำกัดเสรีภาพของประชาชน
ทำให้ดัชนีความสุขของชาวรัสเซียอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ จนอาจจะเข้ามาติดอันดับแบบให้สงสัย

เรียบเรียงโดย : aboutfriday.com
ขอบคุณข้อมูลจาก : Institute for Economics and Peace (IEP)Global Peace Index (GPI)
ขอบคุณภาพประกอบจาก: http://hamodia.com/weeklystandard.com

Powered by Blogger.