Baby It's Cold Outside เพลงเล่นตัวน่ารักๆจากยุค 40 ที่ถูกคนบางกลุ่มสมัยนี้ตีความว่าเป็นเพลงข่มขืน!


ใครจะเชื่อว่าวันหนึ่ง บทเพลงช่วงคริสมาสต์ที่ใครๆต่างหลงรัก อย่าง 'Baby, It's Cold Outside'
ที่ถูกนำไปประกอบภาพยนตร์ Musical และถูกนำมาร้องใหม่ด้วยศิลปินมากมายนับไม่ถ้วน
จะถูกตราหน้าว่าเป็นเพลง 'Date rape' หรือเพลงหลอกข่มขืน (มอมเหล้า) เสียอย่างนั้น
จนมีรายการวิทยุบางรายการ และบางสถานีเลือกที่จะแบนเพลงนี้ โดยจะไม่เปิดให้ผู้ฟัง
หากมีการรีเควสร้องขอเข้ามาทางรายการ จนทำให้โลกอินเตอร์เน็ตเสียงแตกไปตามๆกัน...
(ที่เสียงแตกคือมีคนมาค้านจนเสียงแตกต่างหากล่ะครับ)

'Baby, It's Cold Outside' หนึ่งในเพลงขวัญใจช่วงคริสมาสต์ เป็นบทเพลงที่ถูกเขียนตั้งแต่เมื่อปี 1944
โดย Frank Loesser (แฟรงค์ โรทเซอร์) นักแต่งเพลงละครเวที และกลายเป็นเพลงโด่งดัง
เมื่อภาพยนตร์ Musical เรื่อง Neptune's Daughter (1949) ได้นำไปเป็นบทประกอบฉากในเรื่อง
จนได้รับรางวัลออสการ์ สาขาเพลงดั้งเดิมในปี 1950 และกลายเป็นเพลงฮิตเรื่อยมา
โดยมีนักร้องระดับโลกมากมายนำเพลงไปทำในเวอร์ชั่นของตัวเอง ทั้ง Dean Martin, Ray Charles,
Margaret Whiting with Johnny Mercer,  ช่วงยุคนี้ที่ดังๆก็ Zooey Deschanel กับ Leon Redbone,
Norah Jones และ Idina Menzel กับ Michael Bublé ที่โด่งดังมาก โดยมีการเปลี่ยนเนื้อหาบางท่อน

แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป วัฒนธรรมของโลกตะวันตกเปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น
ความคิดแปลกใหม่ของคนบางกลุ่มก็ได้ตั้งข้อกล่าวหา และตีความว่าเพลง 'Baby, It's Cold Outside'
คือเพลงที่สื่อถึง 'การหลอกล่อพยายามข่มขืน' จนสร้างข้อโต้เถียงอย่างมากในโลกออนไลน์

- แค่เพลงๆหนึ่งมันต้องดราม่ากันขนาดนี้เลยเหรอ?

เพลง 'Baby, It's Cold Outside' จากภาพยนตร์เรื่อง Neptune's Daughter (1949)


เวอร์ชั่นที่เข้ากันกับยุคสมัยของ  Idina Menzel กับ Michael Bublé


คลื่น 96.5 KOIT จากเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ลองของด้วยการยกเลิกการเปิดเพลง
'Baby, It's Cold Outside' หลังจากอ้างว่าได้รับการร้องเรียนจากผู้ฟังว่าไม่เหมาะสม
จนโดนถล่มแหลกในโซเชียล ทำให้เว็บไซต์ต้องทำโพลจากผู้ฟัง ว่าควรเปิดเพลงนี้ต่อไปหรือไม่
ซึ่ง 92% จากการโหวตกว่า 5,800 รายชื่อเห็นตรงกันว่า 'ควรเอากลับมาเปิด กูอยากฟัง'

https://koit.com/baby-its-cold-outside-yes-or-no/#/questions

ช่องข่าวเช้าของสหราชอาณาจักร 'Good Morning Britain' ที่นำโดยพิธีกรคนดัง Piers Morgan
ได้ดีเบตกับแขกรับเชิญผู้หญิง ที่อ้างว่าควรแบนเพลง 'Baby, It's Cold Outside'
เพราะอ้างว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่พูดถึงผู้หญิงพยายามจะตีตัวออกห่างจากผู้ชาย
ที่พยายามจะมอมเหล้าเธอ โดยที่ไม่ฟังคำคัดค้านจากเธอ



แน่นอนว่าความคิดเห็นส่วนตัวผมเอง ผมมองว่าเพลง  'Baby, It's Cold Outside'
เป็นเพลงเล่นตัว & ตามตื้อน่ารักๆเท่านั้น ที่แสดงถึงวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ของคนในยุค 40
เนื่องด้วยความที่ยุคของ Silent Generation เองที่ผู้หญิงค่อนข้างห่วงเรื่องของภาพลักษณ์
และกังวลเสียงวิจารณ์จากครอบครัว ที่ค่อนข้างเคร่งกฏทางจารีตประเพณีอยู่ในยุคนั้น
เพราะว่าผู้หญิงยุค 40 ที่ยังไม่แต่งงานไม่ควรที่จะอยู่ค้างคืนกับผู้ชาย

ซึ่งตรงนี้เอาเป็นว่าเราไปเริ่มจากเนื้อเพลงก่อนดีกว่าครับ แล้วค่อยมาถกถึงประเด็นเรื่องว่า
เพลง 'Baby, It's Cold Outside' เป็นเพลงเกี่ยวกับ 'Date rape' หรือไม่...

แปลเพลง: 'Baby, It's Cold Outside' โดย Aboutfriday.com
เนื้อเพลงเวอร์ชั่นของ: Margaret Whiting กับ Johnny Mercer ปี 1949
*ในวงเล็บเป็นท่อนร้องชาย



I really can't stay 
(But baby its cold outside)
Ive got to go away 
(But baby its cold outside)
This evening has been 
(Been hoping that you'd drop in)
So very nice
(I'll hold your hands, they're just like ice)

ฉันอยู่ต่อไม่ได้จริงๆค่ะ
(แต่คุณครับ ข้างนอกมันหนาวนะ)
ฉันต้องไปจริงๆค่ะ
(แต่คุณครับ ข้างนอกมันหนาวนะ)
ช่วงเย็นนี้ เป็นเย็นที่...
(ผมแค่หวังว่าคุณจะอยู่ต่อ)
ที่ดีจริงๆนะคะ
(ดูสิ! ผมจับมือคุณ มันเย็นเหมือนเป็นน้ำแข็งเชียว)

My mother will start to worry 
(Beautiful, whats your hurry?)
And father will be pacing the floor
(Listen to the fireplace roar)
So really I'd better scurry 
(Beautiful, please don't hurry)
Well maybe just a half a drink more
(Put some records on while I pour)

แม่ของฉันคงเริ่มเป็นห่วงแล้ว
(แต่คนสวยครับ ทำไมถึงต้องรีบไปไหนล่ะ?)
ส่วนคุณพ่อคงเดินย่ำพื้นแล้วค่ะ
(ฟังเสียงไฟจากเตาผิงสิครับ)
ฉันว่าฉันควรรีบร้อนหน่อยดีกว่า
(คนสวยครับ ได้โปรดอย่ารีบไปเลย)
อ่ะ...งั้นอีกสักครึ่งแก้วก็ได้ค่ะ
(งั้นเดี๋ยวเปิดเพลงระหว่างที่ผมรินให้นะครับ)

The neighbors might think 
(Baby, its bad out there)
Say, whats in this drink? 
(No cabs to be had out there)
I wish I knew how
(Your eyes are like starlight now)
To break this spell
(I'll take your hat, your hair looks swell)
I ought to say no, no, no, sir
(Mind if I move in closer)
At least I'm gonna say that I tried
(What's the sense of hurting my pride?)
I really can't stay
(Baby don't hold out)
Ahh, but its cold outside

เพื่อนบ้านเค้าอาจจะคิดนะคะว่า...
(แต่คุณครับ ข้างนอกสภาพอากาศแย่มากนะ)
เดี๋ยวนะคะ นี่เหล้าอะไรเนี่ย (*อารมณ์ว่าชงหนักมือ)
(ข้างนอกไม่มีแท็กซี่หรอกครับตอนนี้)
ถ้าแค่ฉันรู้ว่าต้องทำอย่างไร
(ดวงตาของคุณตอนนี้เหมือนแสงดาว)
เพื่อทำให้อาการมึนๆมันหายไป
(ผมถอดหมวกให้นะครับ ผมของคุณดูอูมๆ)
ฉันควรที่จะบอกว่า 'ไม่ ไม่ ไม่' ค่ะคุณ
(จะว่าอะไรไหมถ้าผมเขยิบเข้าไปใกล้อีกหน่อย)
อย่างน้อยฉันก็จะบอกตัวเองว่า อ่ะเนี่ย...พยายามแล้ว
(นั่นคือความรู้สึกที่ทำร้ายความยโสของผมสินะ?)
ฉันอยู่ไม่ได้ค่ะ
(คุณครับอย่าไปเลย)
อ่า...ก็ข้างนอกมันหนาวนี่เนอะ

I simply must go 
(But baby, its cold outside)
The answer is no 
(But baby, its cold outside)
This welcome has been 
(How lucky that you dropped in)
So nice and warm
(Look out the window at that storm)

ฉันต้องไปแล้วจริงๆค่ะ
(แต่คุณครับ ข้างนอกมันหนาวนะ)
ฉันบอกว่าไม่ไงคะ
(แต่คุณครับ ข้างนอกมันหนาวนะ)
สำหรับการต้อนรับครั้งนี้ดูเหมือน...
(โชคดีแค่ไหนที่คุณอุตส่าห์แวะมา)
จะรู้สึกดีและอบอุ่นทีเดียว
(ดูข้างนอกหน้าต่างสิครับ นั่นพายุหิมะชัดๆ)

My sister will be suspicious 
(Gosh your lips look delicious)
My brother will be there at the door 
(Waves upon a tropical shore)
My maiden aunt's mind is vicious
(Ooh your lips are delicious)
Well maybe just a cigarette more 
(Never such a blizzard before)

น้องสาวของฉันคงสงสัยแล้ว
(โอ้...ริมฝีปากของคุณช่างน่าจูบเสียจริง)
พี่ชายฉันคงเฝ้าอยู่หน้าประตู
(เหมือนกับคลื่นบนชายฝั่งเขตร้อน)
คุณป้าที่ขึ้นคานของฉันเธอต้องคิดเรื่องไม่ดีแน่
(โอ้...ริมฝีปากของคุณช่างหอมหวาน)
ก็ได้...งั้นอยู่จนบุหรี่หมดมวนนะคะ)
(มันไม่เคยมีหิมะตกหนักแบบนี้มาก่อนจริงๆนะครับ)

Ive got to get home 
(But baby, you'll freeze out there)
Say, lend me a coat 
(Its up to your knees out there)
You've really been grand
(I thrilled when you touched my hand)
But don't you see 
(How can you do this thing to me?)

ฉันต้องกลับบ้านค่ะ
(แต่คุณครับ คุณจะแข็งอยู่ข้างนอกนั่น)
งั้นให้ฉันยืมเสื้อกันหนาวสิ
(หิมะตกสูงถึงหัวเข่าของคุณข้างนอกนั่น)
คุณนี่ช่างดีจริงๆ
(ผมตื่นเต้นเป็นบ้า ตอนที่คุณจับมือผม)
คุณไม่เห็นจริงๆเหรอ
(ดูดู๊ดู ดูเธอทำ...ทำไมถึงทำกับฉันได้)

There's bound to be talk tomorrow
(Think of my life long sorrow)
At least there will be plenty implied 
(If you caught pneumonia and died)
I really can't stay 
(Get over that old out)

Ahhh, but its cold outside

เรื่องที่จะคุยพรุ่งนี้ต้องมีขอบเขตนะคะ
(คิดถึงชีวิตผมต่อไปที่คงเศร้าๆ)
อย่างน้อยก็มีเรื่องที่พูดเป็นนัยๆ
(ถ้าคุณติดโรคปอดบวม แล้วก็จากไป)
ฉันอยู่ไม่ได้จริงๆค่ะ
(ไปที่ตรงนั้น แล้วเอาของออกก่อนครับ)

อ่า...ก็ข้างนอกมันหนาวนี่เนอะ

ถ้าใครคิดเหมือนกันคงจะเห็นได้ว่าเพลง 'Baby, It's Cold Outside' เป็นเพลงโรแมนติกน่ารักๆ
ผู้หญิงพยายามเล่นตัว (Playing hard to get) โดยที่เธอเองก็มีข้ออ้างที่จะอยู่ต่อเช่นกัน
เพราะเธอได้พูดขึ้นเองว่า 'Ahh, but its cold outside' ซึ่งเป็นข้ออ้างในการที่จะอยู่ต่อของเธอ
แน่นอนว่าฝ่ายชายเองเป็นฝ่ายที่แสดงออกนอกหน้า โดยพยายามทำทุกทางให้เธออยู่ต่อ
ทั้งพูดจาอ้อนวอน หว่านเสน่ห์คำหวานๆ โดยใช้ข้ออ้างเดียวกันคืออากาศหนาวข้างนอก
โดยรวมแล้วเหมือนเป็นเพลงภาษากายที่น่ารัก เกี้ยวพาราสี และแต่งออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม
ซึ่งเพลงเองยังสอดแทรกความเป็นยุคของ Silent Generation เข้ามาด้วย
จากการที่ฝ่ายหญิงพยายามพูดถึงว่าคนในครอบครัว และคนรอบข้างจะมองเรื่องนี้อย่างไร
แน่นอนว่าถ้าเป็นเพลงที่แต่งในยุคสมัยนี้ อาจจะเห็นข้อแตกต่างตรงเรื่องของค่านิยมได้
เพราะสมัยนี้มองว่าการเดทกัน จีบกัน ไม่จำเป็นต้องกังวลในเรื่องของสังคมรอบข้างด้วยซ้ำ

แต่นั่นแหละครับ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นควรไปในด้านเดียวกัน จนมีดราม่ากันออกมา
ซึ่งเพื่อนๆมีมุมมองต่อเพลง 'Baby It's Cold Outside' อย่างไรก็แสดงความคิดเห็นกันได้ครับ
หรือสามารถหาภาพยนตร์เรื่อง Neptune's Daughter (1949) มาดูกันให้หายข้องใจกันไปเลยครับ

เขียนและเรียบเรียงโดย: www.aboutfriday.com
ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก: https://en.wikipedia.org/https://koit.com/https://www.imdb.com/,
https://www.dailymail.co.uk/, Good Morning Britain
ขอบคุณภาพประกอบจาก: https://www.imdb.com/


Powered by Blogger.