Al Haymon: The Godfather of Boxing มารู้จักกับ 'The Ghost' โปรโมเตอร์มวยที่คนรู้จักเพียงแค่ชื่อเสียง


ในวงการมวยโลกนั้น ถือเป็นอีกวงการที่สร้างชื่อเสียง อำนาจ และเงินตรา มากมายมหาศาล
ซึ่งนอกจากนักมวยจะทำเงินและสร้างชื่อเสียงเป็นกอบเป็นกำแล้ว
ก็ยังมีบรรดาโปรโมเตอร์-ผู้จัดการนักมวย ที่ได้หน้า ได้เงิน และได้ชื่อเสียงไปพร้อมๆกัน
ซึ่งหากใครสังเกตจากวงการมวยบ้านเราอย่างประเทศไทย เรามักจะเห็นโปรโมเตอร์มากหน้าหลายตา
ทั้งมาในคราบผู้สนับสนุน ขึ้นเวทีเอาหน้าเอาตาเอาชื่อเสียงกันเป็นเรื่องปกติของวงการนี้
แน่นอนว่าที่ต่างประเทศก็เหมือนกัน โดยเฉพาะในวงการมวยโลก
ได้สร้างโปรโมเตอร์ดังๆที่คอยจัดงานมวยระดับโลก ที่มีชื่อเสียงอย่างเช่น Don King, Bob Arum,
Eddie Hearn, Dana White (MMA) และรุ่นใหม่อย่าง Oscar De La Hoya อดีตนักมวยชื่อดัง
ที่หันมาเอาดีทางด้านการเป็นโปรโมเตอร์ ซึ่งพึ่งเซ็นดีลประวัติศาสตร์ให้กับนักมวยในสังกัดไปหมาดๆ
เรียกได้ว่า 'มึงได้หน้า กูก็ได้ด้วย' โดยเราจะพบเห็นโปรโมเตอร์กันได้ง่ายๆ
เพราะโปรโมเตอร์มักจะไปยืนระหว่างนักมวยจ้องหน้ากัน หรือขึ้นเวทีไปตอนประกาศก่อน-หลังชก

แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ในวงการมวยโลกดันมีโปรโมเตอร์คนหนึ่ง ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน
เพราะเขาคนนี้ปฏิเสธที่จะออกสื่อใดๆทั้งสิ้น โดยแทบจะไม่เคยไปงานแถลงข่าวการชก
หรือแทบจะไม่เคยเหยียบไปเวทีมวยด้วยซ้ำ การเป็นโปรโมเตอร์ของเขาทั้งหมดล้วนทำงานหลังฉาก
แต่ชายผู้นี้สามารถทำเงินอย่างมากมายมหาศาลให้กับนักมวยในสังกัด
โดยเฉพาะลูกค้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเขาอย่าง Floyd Mayweather Jr. ยอดนักชกไร้พ่าย
ที่ทำสถิติเป็นนักกีฬาที่ทำเงินสูงสุดในวงการ
กระนั้นก็ตามแทบจะไม่มีใครรู้จัก 'Al Haymon' (อัล เฮย์โมน) โปรโมเตอร์ผู้อยู่เบื้องหลังรายนี้เลย
ซึ่งเหมือนกับการยกการทำธุรกิจในภาพยนตร์ในตำนานอย่าง Goodfellas มาไว้ในวงการมวยทีเดียว!


Al Haymon คือใคร? สำหรับโปรโมเตอร์รายนี้ เหลือเชื่อว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาน้อยมากเหลือเกิน
ทั้งๆที่เขาแทบจะเป็นบุคคลสาธารณะ เพราะวงการมวยเองเป็นอีกวงการที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้ว
แต่ Al Haymon กลับเป็นโปรโมเตอร์ลึกลับที่ทำงานเบื้องหลัง โดยมีน้อยคนที่ได้คุยกับเขาโดยตรง
แม้แต่นักมวยในสังกัดเองก็ตาม กระนั้นความสามารถด้านธุรกิจของเขาเรียกได้ว่า 'โครตเจ้าพ่อ'
เพราะขนาดโปรโมเตอร์ด้วยกันเองยังบอกกันขำๆว่า Al Haymon คือคนในนิยายเท่านั้น!
เนื่องจากตลอดเวลาหลายสิบปีมานี้ เขาแทบจะไม่ปรากฏตัวให้เห็นเลย
มีเพียงภาพเก่าๆเกือบ 10 ปี ที่บ่งบอกได้ว่าชายคนนี้คือ Al Haymon เพียงไม่กี่ภาพถ่าย
เรียกว่าได้ว่าการทำงานของ Al Haymon เปรียบได้กับ 'Old School Mafia' หรือมาเฟียยุคเก่า

สำหรับ Al Haymon นั้นจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างฮาร์วาร์ด ในสาขาเศรษฐศาสตร์
แถมยังพ่วงด้วยปริญญาเกียรตินิยมอีกต่างหาก คงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมนักมวยของ Al Haymon
สามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ 

แน่นอนครับว่าการทำงานโปรโมเตอร์ของ Al Haymon นั้นดูแตกต่างจากโปรโมเตอร์รายอื่นๆ
แต่คงปฏิเสธไม่ได้ถึงความสำเร็จของเขาเลย สำหรับการอยู่หลังม่านของเวทีคอยดูแลนักมวย
ซึ่งสร้างอำนาจ ชื่อเสียง เงินตราให้เขาอย่างมากมาย 
ที่สำคัญที่สุดคือทำให้เขามีอำนาจต่อรอง และสามารถเดินหมากให้บรรดานักมวยในสังกัด
เพื่อช่วยยืดหยุ่นให้กับนักมวยเอง เนื่องจากนักมวยเป็นอาชีพที่ถูกจดจำด้วยชัยชนะเท่านั้น
ไม่มีพื้นที่สำหรับผู้แพ้ และเป็นอาชีพที่มีเดิมพันทางอาชีพสูงมากที่สุดในวงการกีฬาทั้งหมด
นั่นหมายความว่ายิ่งได้เปรียบ (ทั้งในและนอกสังเวียน) มากเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มโอกาสชนะมากขึ้นเท่านั้น
เท่านั้นยังไม่พอในอิทธิพลด้านมืดของ Al Haymon ยังช่วยให้นักมวยเกเรหลายๆคนในสังกัด
รอดจากคดี หรือได้รับโทษในคดีที่เบามาก เช่น Floyd Mayweather Jr. ที่ถูกจำคุกไม่ถึง 2 ปี
จากคดีทำร้ายร่างกายของแฟนสาว และยังกลับมาขึ้นสังเวียนทำเงินได้อีกครั้ง



สำหรับความสำเร็จสูงสุดของ Al Haymon คือการดูแลลูกค้าในสังกัดอย่าง Floyd Mayweather Jr.
ยอดนักชกไร้พ่าย (ชนะ 50 แพ้ 0) ให้กลายเป็นนักมวยที่ทำเงินมากที่สุดในโลก,
ทำเงินต่อไฟต์สูงที่สุดในโลก และเป็นนักกีฬาที่ทำรายได้สูงที่สุดในโลก
นอกจากนี้เขายังมีนักมวยในสังกัดที่มีชื่อเสียงมากมายเช่น Deontay Wilder, Errol Spence,
Keith Thurman, Shawn Porter เป็นต้น


Al Haymon สามารถประสบความสำเร็จในโลกของกีฬาอย่างมวยสากลได้
โดยที่ไม่จำเป็นต้องออกสื่อ ไม่จำเป็นต้องไปดูมวยที่ข้างเวที และไม่จำเป็นต้องโปรโมทตนเองผ่านสื่อ
ดูๆแล้วแนวคิดของ Al Haymon ดูเหมือนมาเฟียรุ่นเก่าดีนะครับ ทำงานเบื้องหลังอย่างเดียว
ไม่ปรากฏตัวในที่สาธารณะ ไม่มีใครรู้อะไรจริงๆเกี่ยวกับเขา ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่?
แต่อีกแง่หนึ่งแกก็เหมือนพวก Illuminati เหมือนกันนะเนี่ย
ก็เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ที่มีแนวทางการทำงานที่น่าสนใจครับ

เรียบเรียงโดย: www.aboutfriday.com
ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก: http://boxingscene.com/, wikipedia
ขอบคุณภาพประกอบจาก: The New York Timeslatimes.com,

Powered by Blogger.