บทความ Opinion: Three: อารมณ์ อาถรรพ์ อาฆาต (2002) ปังบางเรื่อง...พังบางเรื่อง!


สำหรับวงการภายนตร์ในเอเชียนั้น ถือว่าเป็นที่ขึ้นชื่อในการสร้างภาพยนตร์แนวสยองขวัญอย่างมาก
และในช่วงปี 2000-2010 ถือเป็นช่วงที่ภาพยนตร์แนวสยองขวัญถูกสร้างและกอบโกยรายได้อย่างสูง
โดยเฉพาะตลาดในเอเชียและประเทศไทยเราเอง 

และด้วยกระแสของภาพยนตร์สยองขวัญ ทำให้เกิดความร่วมมือกันของค่ายทำหนัง 3 สัญชาติ 
ได้แก่ฮ่องกง, เกาหลี, และไทย ที่ร่วมกันกำกับภาพยนตร์เรื่องสั้นจำนวน 3 เรื่องด้วยกัน
มารวมฉายพร้อมกันภายในชื่อเรื่อง 'Three' โดยใช้ชื่อไทยว่า 'อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต' 
โดยออกฉายเมื่อปี 2002 และรับเสียงวิจารณ์และรายได้มากมายจากความสำเร็จ
ทำให้ภาคสอง ที่ได้ค่ายทำหนังสัญชาติฮ่องกง, เกาหลี และญี่ปุ่น ร่วมกันทำภาคต่อความสยอง 
ด้วยหนังสั้น 3 เรื่อง ในชื่อ 'Three... Extremes' โดยใช้ชื่อไทยว่า 'อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต 2' 
ซึ่งได้รับการตอบรับและได้รับเสียงวิจารณ์ดีกว่าภาคแรกหลายเท่าตัวนัก 
อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักมากกว่าในระดับโลก จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น

แต่กระนั้น 'อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต' ในภาคแรก ยังคงเหลือหลายๆอย่างในเราได้พูดถึงเช่นกัน
กับ 3 เรื่องสั้น Memories (เกาหลี), The Wheel (ไทย) และ Going Home (ฮ่องกง)

สำหรับ 'อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต' เปิดบทด้วยเรื่องสั้น 'Memories' จากเกาหลี 
ที่ได้ผู้กำกับและเขียนบทอย่าง คิม จี-วูน (Kim Jee-woon) มากำกับเรื่องสั้นเรื่องนี้
ซึ่งปรากฏว่าเขาไปประสบความสำเร็จอย่างสูงในฐานะผู้กำกับ โดยสามารถต่อยอดความสำเร็จ
ไปกำกับภาพยนตร์อย่างเรื่อง A Tale of Two Sisters (2003), A Bittersweet Life (2005)
และผลงานยอดเยี่ยมอย่าง I Saw the Devil (2010) เป็นต้น


โดย 'Memories' (อาฆาต) เป็นเรื่องราวของภาพทับซ้อนเวลาของสามี-ภรรยาคู่หนึ่ง
หลังครอบครัวของเขาได้ย้ายมาอยู่เมืองที่พึ่งสร้างใหม่ และยังไม่มีผู้คนในพื้นที่มากมายนัก
ก่อนที่ภรรยาของเขาจะหายตัวไป แต่เขาไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน
รวมไปถึงภรรยาของเขาที่ตื่นมาพบว่าตนเองนั้นได้รับบาดเจ็บอยู่ริมถนนแห่งหนึ่ง
และไม่สามารถจำเหตุการณ์ใดๆได้อย่างชัดเจนเช่นกัน 
ก่อนที่ภาพทับซ้อนของเรื่องราวทั้งคู่ จะค่อยๆเปิดเผยเรื่องราวอันสยองขวัญที่เกิดขึ้น



วิจารณ์: ส่วนตัวมองว่าเรื่องราวของ 'Memories' ถูกนำเสนอได้น่าสนใจและตรงไปตรงมา
แต่การคาดเดาเนื้อเรื่องอาจจะไม่ได้ยากเกินคาดเดานัก ซึ่งทำให้เสียอรรถรสไม่น้อยเลย
หากคุณเป็นแฟนหนังตัวยงและต้องการอะไรที่เข้มข้นและลึกมากกว่านั้น
(ที่ว่าลึกไม่ได้หมายถึงฉากควักสมอง...นะเออ) 


ตอนที่ 2 เป็นเรื่องสั้น 'The Wheel' จากไทย ที่ได้นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับจากภาพยนตร์ดัง
ในบ้านเราที่มีผลงานอย่าง 2499 อันธพาลครองเมือง, นางนาก และจันดารา มาเป็นผู้กำกับ
พร้อมทั้งเขียนบทร่วมกับ เอก เอี่ยมชื่น


โดย 'The Wheel' (อาถรรพ์) เป็นเรื่องราวของ 'ครูเฒ่า' ครูใหญ่และเจ้าของคณะหุ่นเชิด ที่ล้มป่วยลง
และเชื่อว่าตัวเองถูกต้องคำสาปแช่ง และหลังจากสั่งให้ลูกน้องนำหุ่นเชิดไปทิ้งแม่น้ำ
กลับกลายเป็นว่าต้องเสียลูกน้องจากการจมน้ำ 
ทำให้ 'ก้าน' เด็กในคณะหุ่นเชิดเชื่อเรื่องคำสาปนี้ และได้เล่าถึงเรื่องนี้ให้ 'ครูทอง' 
ครูผู้ฝึกสอนคณะโขนในคณะให้ได้รับทราบในพิธีศพของลูกน้องที่เสียชีวิต 
ซึ่งในคืนพิธีศพนั้นเองดันเกิดเหตุไฟไหม้บ้านของครูเฒ่า และคร่าชีวิตเขาไปอีกราย
แต่ครูทองยังไม่เชื่อคำเตือนเรื่องคำสาป พร้อมทั้งยังทำหุ่นเชิดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
เพื่อออกแสดงหวังสร้างรายได้ให้กับตนเองและคณะ



วิจารณ์: เรื่องสั้น 'The Wheel' ดูจะเป็นเรื่องสั้นที่ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์น้อยที่สุด
เพราะไม่มีอะไรน่าสนใจแม้แต่น้อย เนื่องจากนักแสดงในเรื่องฝีมือยังไม่พอสำหรับจอฟิล์ม
แม้ว่าจะได้คุณสุวินิต ปัญจมะวัต ที่รับบทนำในจันดารา มารับบท 'ก้าน' ในเรื่องก็ตาม
ซึ่งการแสดงของคุณสุวินิตเอง ที่เหมือนฉุดหนังให้น่าเบื่อไปอีก เพราะไม่กลืนกับใครเลย 
และบทนักแสดงนำ และนักแสดงสมทบ นั้นดูเหมือนจะมากเกินจำเป็นสำหรับหนังสั้น 40 นาที
นอกจากนี้บทภาพยนตร์เองยังสะเปะสะปะ ไม่มีการเล่าที่มีที่ไปอย่างชัดเจน
ทั้งการจองล้างจองผลาญอีกทั้งคำสาปแช่งต่างๆ ดูเหมือนจะเน้นโจมตีเป้าหมายอย่างไม่มีเหตุผล
ทำให้ 'The Wheel' ดูจะเป็นหนังสั้นที่ไม่ได้ให้อะไรกับผู้ชมมากนัก...


สำหรับเรื่องที่ 3 เป็นเรื่องสั้น 'Going Home' จากฮ่องกง ที่ได้ผู้กำกับชาวฮ่องกงชื่อดัง
อย่างปีเตอร์ ชาน (Peter Chan) เป็นผู้กำกับ โดยปีเตอร์ ชาน มีผลงานอย่าง Tian mi mi (1996)
ที่เป็นที่รู้จักกันดีในบ้านเรา และได้ผู้กำกับภาพอย่างคริสโตเฟอร์ ดอยล์ (Christopher Doyle)
มาช่วยสร้างงานศิลป์ พร้อมทั้งนักแสดงแนวหน้าของฮ่องกงอย่าง หลี่ หมิง (Leon Lai),
และ อีริค ซาง (Eric Tsang) ที่เคยร่วมงานกับแบบไม่ได้เข้าฉากด้วยกันใน Tian mi mi มาแล้ว
ซึ่ง 'Going Home' ยังเป็นเรื่องที่ได้รับคำวิจารณ์ดีที่สุด แม้จะสยองขวัญน้อยที่สุดก็ตาม...


เรื่อง 'Going Home' (อารมณ์) เริ่มต้นที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ (อีริค ซาง) 
และลูกชายที่ต้องย้ายไปอยู่แฟลตเก่าๆที่ผู้คนเริ่มย้ายออกเพราะจะถูกทุบในไม่ช้า 
และลูกชายกลับพบว่าที่แฟลตแห่งนี้มีอะไรที่น่าขนลุก มากกว่าความเก่าแก่ของมัน 
ซึ่งลูกชายพบว่ามีเด็กผู้หญิงชุดแดงวัยใกล้เคียงกันเดินไปมาบ่อยๆ และเล่าให้ผู้เป็นพ่อฟัง
แต่ผู้เป็นพ่อกลับไม่เชื่อเรื่องเหลวไหลเหล่านี้ จนกระทั่งลูกชายของเขาได้หายตัวไป
และผู้ต้องสงสัยก็คือชายหนุ่มข้างห้อง (หลี่ หมิง) ที่ใช้ชีวิตอย่างสันโดษ 
พร้อมกับผู้หญิงที่นั่งรถเข็นรายหนึ่ง ที่เขาสันษิฐานว่าคือภรรยาของชายหนุ่มสันโดษรายนี้
ก่อนที่เขาจะงัดเข้าห้องไปเพื่อหาเบาะแส แต่กลับพบว่าผู้หญิงรายนั้นคือศพที่ไร้ชีวิต
แต่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี ด้วยสมุนไพรและวิทยาศาสตร์การแพทย์แผนโบราณของจีน...



วิจารณ์: 'Going Home' เป็นเรื่องสั้นที่ช่วยสร้างเครดิตให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างแท้จริง
เพราะนอกจากบทที่ไม่ใช่บทหนังสยองขวัญแบบตุ้งแช่!ที่จับทางได้ง่ายๆเพียงเท่านั้น
บทภาพยนตร์ยังเป็นบทภาพยนตร์กึ่งจิตวิทยา ที่ไม่ได้ขายความน่ากลัวของวิญญานผีสิงอะไร
แต่ขายความสยองในตัวของมนุษย์เอง ซึ่ง 'Going Home' ได้พาไปรู้จักกับตัวละครในมุมต่างๆ
ซึ่งการแสดงของนักแสดงยังทำได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้บทของเรื่องเชื่อมกับผู้ชมได้อยู่หมัด
โดยใช้ความหลอนของมนุษย์ด้วยกันเอง

แน่นอนครับ 'Three' หรือ 'อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต' ภาคแรกอย่าง 3 เรื่องนี้แทบจะเทียบไม่ได้เลย
กับ 'Three... Extremes' หรือ 'อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต 2' ที่ทำออกมาได้อย่างหลอนสั่นประสาท
และสยองขวัญกว่าหลายเท่าตัวนัก...
แต่กระนั้น 'อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต' ก็ยังถือว่าทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเช่นกัน
ถึงแม้ส่วนตัวผมเองจะผิดหวังในตอนของ 'The Wheel' ที่เป็นตัวแทนจากประเทศไทย
เพราะบทค่อนข้างน่าสนใจ แต่ผิดหวังในด้านโปรดักชั่นและการกำกับ
ส่วน 'Memories' ตัวแทนจากเกาหลีทำได้ในระดับปานกลางไม่หวือหวาแต่ก็ไม่น่าตำหนิ
และ 'Going Home' ตัวแทนจากฮ่องกงที่สมควรได้รับคำวิจารณ์อย่างมหาศาลจากผลงาน

บทความและเรียบเรียงโดย: http://www.aboutfriday.com
ขอบคุณข้อมูลจาก: http://2g.pantip.com/
ขอบคุณภาพประกอบจาก: https://www.rottentomatoes.com/

Powered by Blogger.