บทความ Opinion: Virtue signalling คืออะไร?


'Virtue signalling' เป็นคำที่ถูกทำมาใช้บ่อยมากยิ่งขึ้น ในยุคที่มีโซเชียลมีเดียเป็นศูนย์กลาง
โดย 'Virtue signalling' คือคำที่แปลว่า ''การแสดงสัญญานด้านคุณธรรม'' 
ซึ่ง 'Virtue signalling' ยังสามารถใช้เป็นคำจำกัดความของ ''การใช้คำพูดที่มากกว่าการกระทำ''
แต่จริงๆแล้วมันคืออะไรกัน? และมันส่งผลต่อสังคมหรือสะท้อนสังคมอย่างไร? 

บทความนี้เป็นบทความแสดงความคิดเห็นส่วนตัว ผมเลยอยากจะอธิบายให้เพื่อนๆเข้าใจได้ง่ายๆ
โดย 'Virtue signalling' (อ่านว่า เวอร์ชู ซิกเนอร์ริ่ง) ที่เรากำลังพูดถึงกัน
คือ ''คำที่ใช้จำกัดความของการกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่แสดงสัญญานด้านคุณธรรม''

แล้วมันคืออะไรล่ะ? 
มันคือ ''พูดหรือกระทำบางอย่างให้ตัวเองดูดีในสายตาของสังคม'' เริ่มเข้าใจกันแล้วใช่ไหมครับ?
เพราะจริงๆแล้วเราพบเห็น 'Virtue signalling' กันบ่อยมาก แต่เราไม่รู้คำจำกัดความของมันเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น ''เพื่อนคุณคนหนึ่งโพสต์ข้อความเรียกร้องให้เปิดรับผู้อพยพ-เพื่อมนุษยธรรม''
หรือคุณพบเห็น ''ผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่งเรียกร้องให้ช่วยบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือการกุศล''
แต่คุณกลับพบว่าทั้งสองกรณีนี้ ''คุณไม่ได้เห็นบุคคลที่เรียกร้องได้ลงมือช่วยเหลือแบบจริงจัง''

เช่น J.K. Rowling นักเขียนชื่อดัง เจ้าของผลงาน Harry Potter แสดงความคิดเห็น
ว่าควรเปิดชายแดนและรับผู้อพยพและผู้ลี้ภัยจากตะวันออกกลางอย่างเสรี
ให้ผู้อพยพและผู้ลี้ภัยสามารถตั้งถิ่นฐานในสหราชอาณาจักรได้
นี่เป็น 'Virtue signalling' หรือ ''การแสดงสัญญานด้านคุณธรรม'' ครับ
คำพูดของ J.K. Rowling ดูดีในสายตาของสังคมใช่ไหมล่ะครับ?

แต่สังคมกลับมองว่า J.K. Rowling ที่มีมูลค่าทรัพย์สินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์อยู่แล้ว
และเป็นเจ้าของคฤหาสน์ใหญ่หลายแห่ง ทำไมไม่แสดงความช่วยเหลือไปเลยล่ะ?
เพราะคฤหาสน์แห่งหนึ่งของ J.K. Rowling มีห้องนอนว่างถึง 18 ห้องด้วยกัน


โดย Mike Cernovich นักเขียนอเมริการายหนึ่งเสนอที่จะซื้อตั๋วเครื่องบิน 100 ที่นั่ง
สำหรับผู้ลี้ภัย เพื่อให้ไปพักอาศัยในคฤหาสน์ของ J.K. Rowling 1 ปี (จริงจัง)
เรื่องนี้เลยกลายเป็นว่ามีคนไปตั้งแคมเปญรณรงค์ใน change.org เป็นเรื่องเป็นราวกันเลย
และมีผู้ร่วมสนับสนุนให้ J.K. Rowling รับผู้อพยพไปอยู่คฤหาสน์ของเธอเกือบ 64,000 รายชื่อ!


แต่ทุกคนก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเรื่องนี้จบอย่างไร และนี่ก็คือหนึ่งในตัวอย่างของ 'Virtue signalling' ครับ

สำหรับจุดเริ่มต้นของการนำคำว่า 'Virtue signalling' มาใช้อย่างจริงจังเกิดขึ้นเมื่อปี 2014 
ซึ่งมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น เมื่ออดีตสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐอเมริกา Michelle Obama
ได้โพสต์ข้อความรูปภาพลงในทวิตเตอร์ พร้อมติดแฮชแท็ก '#BringBackOurGirls'
ที่เรียกร้องต่อกลุ่มติดอาวุธ Boko Haram ในไนจีเรีย ที่ได้ทำการลักพาตัวนักเรียนหญิง
จำนวน 276 คน ไปจากโรงเรียนในเมือง Chibok เพื่อเรียกร้องข้อเสนอต่างๆจากนานาชาติ
ซึ่งทำให้ผู้คนไม่น้อยลุกขึ้นมาติดป้ายแฮชแท็กเพื่อเรียกร้องต่อกลุ่มติดอาวุธ Boko Haram ด้วย
นั่นทำให้ 'Virtue signalling' ถูกนำมาใช้เพื่อจำกัดความถึง
''การแสดงสัญญานด้านคุณธรรม แต่ไม่ได้ลงมือกระทำจริงจัง''


เพราะการติดแฮชแท็กครั้งนี้อาจจะช่วยให้หลายคนมองเห็นปัญหา
กระนั้นกลับไม่ได้ส่งเสริม ในเรื่องของการช่วยเหลือนักเรียนหญิงที่ตกตัวประกันทั้ง 276 คนเลย
เพราะกลุ่มติดอาวุธ Boko Haram กลับชอบใจที่ตัวเองเป็นกระแสในสังคมไปทั่วโลก
และโพสต์คลิปล้อเลียน ''Bring Back Our Army'' เป็นข้อเสนอในการแลกเปลี่ยนตัวประกันแทน
เกร็ดเสริม: (ปัจจุบันในเดือนมีนาคม 2018 เด็กหญิงบางส่วนได้ทำการหลบหนีออกมา
และได้ปล่อยตัวในจำนวนหนึ่ง และเหลือเด็กหญิงกว่า 112 คนที่ยังคงหายตัวไป
และสันนิษฐานว่าเสียชีวิตแล้ว 13 คน) 

หรืออย่างการที่ Cooper Hefner ลูกชายของ Hugh Hefner ผู้ก่อตั้ง Playboy Enterprises
บริษัทสื่อพิมพ์และให้บริการด้านไลฟ์สไตล์ชื่อดัง
ได้ออกมาทวิตฯในปี 2017 เพื่อแสดงความคิดเห็นต่อปธน. ของสหรัฐอเมริกา Donald Trump 
ที่เคยขึ้นปกนิตยสาร Playboy Magazine เมื่อปี 1990 ว่า
''ทำไมผมถึงรู้สึกอับอายเกี่ยวกับปกเล่มนี้เหรอ? ก็เพราะว่าเราโปรโมทปรัชญา
ที่ส่งเสริมให้ทุกคนเลือกใช้ชีวิตที่ตัวเองอยากจะเป็น''



ครับ...ผมคิดว่าคงไม่ต้องอธิบายอะไรเลยกับการใช้  'Virtue signalling' ในเรื่องนี้
เมื่อลูกชายของบริษัทที่ส่งเสริมธุรกิจไลฟ์สไตล์เพื่อความบันเทิงสำหรับผู้ชาย
(โดยการหาผลประโยชน์จากผู้หญิง) ออกมาบอกว่าอับอายต่อการส่งเสริมปรัชญาที่พ่อของตัวเอง
ทำมาตลอดชีวิต...(ตอนนี้ไปสบายแล้ว) ดูจะเป็นอะไรที่ ''แสดงสัญญานด้านคุณธรรม'' สุดๆไปเลย!
สามารถอ่านบทความเก่า ต้นกำเนิดของ Playboy ได้ที่นี่:คลิก

ดังนั้นแล้ว 'Virtue signalling' สามารถนำมาใช้จำกัดความได้หลายแบบด้วยกัน
ทั้งนำมาใช้จำกัดความของ ''การแสดงสัญญานด้านคุณธรรมด้านบวกตามแต่กรณี''
หรือนำมาใช้จำกัดความเพื่อโจมตี ''การแสดงสัญญานด้านคุณธรรมที่ย้อนแย้ง'' เป็นต้น

แม้กระทั่ง 'Virtue signalling' ก็สามารถนำมาใช้กับเหตุการณ์กระแสโลกล่าสุดได้เช่นกัน
ในเรื่องของการที่ผู้มีอิทธิพลในวงการ Hollywood ถูกกล่าวหาในเรื่องล่วงละเมิดทางเพศ
แต่พอถูกเปิดโปงขึ้นมาทันทีทันใด หลายคนก็รีบหาทางออกกันให้วุ่นไปหมด...
และดันกลายเป็นวงการ Hollywood เองที่เสนอรณรงค์ต่อต้านการล่วงละเมิดและคุกคามทางเพศ
ทั้งๆที่ธุรกิจของตัวเองพยายามหมกเรื่องเงียบ...ฝังไว้ในห้องใต้ดินมาเกือบหลายทศวรรษ...
เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนในวงการ Hollywood ถูกเปิดโปงว่าล่วงละเมิดทางเพศ!


หรือการที่ Woody Allen ผู้กำกับชื่อดังของวงการ ถูกกล่าวหาและตำหนิอย่างรุนแรง
หลังลูกสาว Dylan Farrow กล่าวหาว่า Woody Allen ล่วงละเมิดทางเพศเธอ
(ซึ่งเคยมีการฟ้องร้องและศาลตัดสินว่า Woody Allen ไม่ผิด)
ยังไม่นับต่อเรื่องที่ Woody Allen แต่งงานกับ Soon-Yi Previn ลูกสาวบุญธรรมที่ Mia Farrow
อดีตภรรยาเป็นผู้อุปถัมภ์ จนเป็นเรื่องอื้อฉาวติดตัว Woody Allen มาจนทุกวันนี้
(ทั้งคู่ยังคงแต่งงานกันอยู่มาเกือบ 21 ปีแล้ว)


ตัว Woody Allen ก็ผ่านกระแสสังคมมาได้อย่างทุกลักทุเล และยังได้ทำงานในวงการภาพยนตร์ต่อ
รวมถึงได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงและรับรางวัล ในเวทีประกาศผลรางวัลของวงการภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง
จนกระทั่งกระแสต่อต้านรุนแรงมากยิ่งขึ้นในปี 2017 หลังคนในวงการ Hollywood ออกมาต่อต้าน
(พ่วงจากกระแสแคมเปญต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศอย่าง #MeToo ถึง #Time's Up)
โดยคนที่เคยร่วมงานกับ Woody Allen ออกมาบอกว่าตัวเอง 'เสียใจที่เคยร่วมงานด้วย'
รวมถึงหลายๆคนที่เลือกที่จะบริจาคเงินที่ได้จากการทำงานกับ Woody Allen เพื่อการกุศล
และมีการเรียกร้องให้เลิกร่วมงานกับ Woody Allen อีกด้วย ซึ่งน่าจะตัดอนาคตของปู่แกเรียบร้อย...
โดยเหตุการณ์เหล่านี้เข้าข่าย 'Virtue signalling' ทั้งสิ้น!

ดังนั้นแล้ว 'Virtue signalling' คือคำจำกัดความของ ''การแสดงสัญญานด้านคุณธรรม''
ที่แสดงออกเพียงผิวเผินโดยใช้ได้กับทั้งกับ ''ด้านดีๆ'' หรือ ''ด้านที่ย้อนแย้ง'' ก็ได้
เพราะเรามักพบเห็นการที่ผู้คนพยายามพูดหรือกระทำบางอย่างที่ทำให้ตัวเองดูดี
ในสายตาของสังคมเสมอ อาจจะเพื่อตัวเอง, เพื่อส่วนรวม หรือแม้กระทั่งเพื่อเป็นกระแสในสังคม
และผมเชื่อว่า 'Virtue signalling' จะถูกนำมาใช้จำกัดความในอนาคตนี้อีกมากมายเลยทีเดียว
เพราะถ้าทุกคนอ่านบทความนี้ตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว ผมเชื่อว่าทุกคนคงเชื่อแบบนั้นเหมือนกัน...
''ทำไมจะไม่ล่ะครับ?''

บทความและเรียบเรียงโดย: http://www.aboutfriday.com
ขอบคุณภาพประกอบจาก: https://www.theguardian.com/,

Powered by Blogger.