Ricky Nelson ตำนานศิลปินเพลง Rock and Roll หน้าหล่อจากยุค 50s


เรื่องหน้าตาดีอาจจะถูกยกมาเป็นประเด็นหลักเมื่อพูดถึง Ricky Nelson (ริกกี้ เนลสัน)
นักร้อง-นักแสดงชาวอเมริกัน หลังเจ้าตัวเคยผ่านผลงานในจอทีวีมาแล้วหลายเรื่อง
และปรากฏตัวในภาพยนตร์อเมริกัน-เวสเทิร์นชื่อดังอย่าง Rio Bravo (1959)
ซึ่งแย่งซีนได้ไม่น้อยเลยทีเดียวในฐานะนักแสดงสมทบ ด้วยใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา
แต่เจ้าตัวกับค้นพบว่าตนเองนั้นชื่นชอบในด้านดนตรีมากกว่าการแสดง
จึงเปลี่ยนไปเป็นนักดนตรีแนว Rock and Roll, Country, Folk ซึ่งก็ประสบความสำเร็จมากมายทีเดียว...

Ricky Nelson เป็นที่รู้จักตั้งแต่ยังเด็ก เพราะเล่นหนังครอบครัวเรื่อง Here Come the Nelsons (1952)
และมีผลงานทีวีอย่างซีรี่ย์ The Adventures of Ozzie and Harriet (1952-1966)
ซึ่งก็เป็นซี่รีย์ที่เกี่ยวกับครอบครัว 'Nelsons' (ทั้งครอบครัวรับบทเป็นตัวเอง) และฉากไปกว่า 453 ตอน
ก่อนจะวนเวียนอยู่ในวงการบันเทิงพักใหญ่ และแยกตัวมาทำงานด้านดนตรีแทน
ซึ่งเจ้าตัวได้ใช้โอกาสในภาพยนตร์เรื่อง Rio Bravo (1959) เป็นที่ปล่อยของมันซะเลย
และฉากนั้นยังกลายเป็นฉากในตำนานในโลกภาพยนตร์ซะด้วย 
หลัง Dean Martin และ Ricky Nelson ที่รับบทใน Rio Bravo ร้องเพลง'My Rifle, My Pony, and Me'
ซึ่งกลายเป็นเพลงในตำนานโลกภาพยนตร์ และยังเปิดโอกาสให้ Ricky Nelson ได้โชว์ผลงาน
จะเรียกว่า Dean Martin เป็นคนปั้นก็ได้ เพราะเพลงนี้คงไม่โด่งดังถึงขนาดนี้
หากไม่ได้เสียงร้องที่พระเจ้าลำเอียงอย่างเขา แต่ Ricky Nelson ก็สมทบได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน



Life Magazine, © Time Inc.

จริงๆแล้ว Ricky Nelson มีผลงานเพลงดีๆจนติดชาร์ตตั้งแต่ก่อนจะมาเล่น Rio Bravo แล้ว
เพราะเพลง 'Poor Little Fool' ของเขาไต่ชาร์ต Billboard อันดับ 1 ในปี 1958 (ขายไปกว่า 2 ล้านแผ่น)
และแย่งชาร์ตกันกับราชา Rock and Roll คนหนึ่งที่เชื่อว่าหลายคนรู้จักดี...
แน่นอนครับชื่อของ Ricky Nelson ถูกเปรียบเทียบกับ Elvis Presley ในช่วงระยะหนึ่งอยู่เลยเหมือนกัน
เพราะทั้งคู่มีสไตล์ที่คล้ายกันรวมถึงหน้าตาที่หล่อเหลาเหมือนกัน
แต่ระยะทางพิสูจน์ว่า Elvis Presley คือราชา Rock and Roll ตัวจริง เพราะระยะยืนของผลงาน
ที่ทาง Elvis Presley มีชื่อเสียงโด่งดังผ่านผลงานมากกว่าเยอะ
โดยในปี 1957-1962 ช่วงท็อปของ Ricky Nelson มีผลงานฮิตติดชาร์ต Billboard กว่า 30 เพลง
ซึ่งมากกว่าศิลปินคนอื่นในยุคนั้น แต่น้อยกว่าทางด้านของ Elvis Presley ที่กดไป 53 เพลงในชาร์ต
และทางด้านของ Pat Boone ที่ติดไป 38 เพลง

 Life Magazine, © Time Inc.
Life Magazine, © Time Inc.



ส่วนผลงานดังๆของ Ricky Nelson ก็มี Travelin' Man, A Teenager's Romance, Lonesome Town,
Hello Mary Lou, Young World, Sweeter Than You, Never Be Anyone Else But You
ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นเพลงที่วนๆอยู่กับเรื่องรักๆใคร่ๆ


จนในช่วงยุคปลาย 60s Ricky Nelson ได้เปลี่ยนการทำเพลงไปทำแนว Country, Folk
ซึ่งไม่ได้รับการตอบรับที่ดีเลย เพราไม่มีเพลงไหนไต่ชาร์ตเพลงได้อีก
เพราะด้วยวงการเพลงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเพลงแนว Country, Folk
ก็ไม่ใช่เพลงยืนหลักที่จะกอบโกยชื่อเสียงได้มากมายอยู่แล้ว ด้วยฐานจำนวนผู้ฟังที่มีไม่มาก
ทำให้ชื่อเสียงของ Ricky Nelson ค่อยๆเลือนหายไป

ช่วงต้นยุค 70s Ricky Nelson ในวัยเพียง 31 ปี กลับมามีชื่อในผลงานเพลงติดชาร์ตอีกครั้ง...
โดยเป็นเพลงที่ชื่อว่า 'Garden Party' ซึ่งเขาเขียนขึ้นหลังจากไปเล่นคอนเสิร์ตที่ New York
แล้วพยายามเล่นเพลงใหม่ๆ จนโดนแฟนเพลงโห่ใส่ตอนเล่นเพลง Cover ของ Rolling Stones
จนโดนโห่หนักจนต้องออกจากเวทีที่ Madison Square Garden ไปดูมอนิเตอร์ที่ข้างหลัง
ก่อนที่ผู้จัดงานจะพยายามกล่อมให้ Ricky Nelson ขึ้นไปเล่นเพลงเก่าๆ ซึ่งพอให้แฟนๆรับได้
ทำให้ Ricky Nelson เขียนเพลง 'Garden Party' ขึ้นมา
โดยเพลง 'Garden Party' เป็นเพลงเกี่ยวกับการตัดพ้อ (จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น)
ซึ่งเนื้อหาของเพลงได้บอกเรื่องราวของเหตุการณ์ในวันนั้นทั้งหมดให้ฟัง...



''Went to a garden party to reminisce with my old friends
A chance to share old memories and play our songs again
When I got to the garden party, they all knew my name
No one recognized me, I didn't look the same

But it's all right now, I learned my lesson well.
You see, ya can't please everyone, so ya got to please yourself''

''ไปงานเลี้ยงที่สวนแห่งหนึ่ง ร่วมระลึกความหลังกับเพื่อนเก่า...
ได้มีโอกาสพูดถึงเรื่องในอดีตอันแสนหวาน และได้เล่นดนตรีด้วยกันอีกครั้ง
พอผมไปถึงงานเลี้ยง ทุกคนต่างรู้จักผมกันดี
แต่ไม่มีใครเลยที่จะสังเกตุเห็น...ผมไม่ได้เหมือนก่อนอีกแล้ว''

''แต่ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ผมได้เรียนรู้บทเรียนชิ้นนี้
เห็นไหม? คุณไม่สามารถทำให้ทุกคนชื่นใจได้หรอก ดังนั้นทำให้ตัวเองชื่นใจก็พอแล้ว''

''Played them all the old songs, thought that's why they came
No one heard the music, we didn't look the same
I said hello to "Mary Lou", she belongs to me
When I sang a song about a honky-tonk, it was time to leave''

''เล่นเพลงเก่าๆทั้งหมดที่มี คิดว่านั่นแหละคือเหตุผลที่พวกเขามา
ไม่มีใครได้ยินเสียงเพลงจริงๆ เพราะเราไม่ได้เหมือนเดิมอีกแล้ว
ผมร้องเพลง "Mary Lou" เพลงดังเพลงเก่าที่เป็นของผม
แต่พอผมร้องเพลง ''Honky-tonk'' นั่นแหละถึงเวลาที่ผมควรไป''

และเพลง 'Garden Party' ก็ไต่ขึ้นอันดับ 6 ของ Billboard และเป็นเพลงสุดท้ายของ Ricky Nelson
ที่สามารถไต่ชาร์ตได้ ก่อนที่ชื่อเสียงของเขาค่อยๆเลือนหายไปตามกาลเวลา

ในวันสิ้นปีของปี 1985 ก็เกิดเรื่องเศร้าขึ้น เพราะเครื่องบินเช่าเหมาลำของ Ricky Nelson และวง
ที่บินจากรัฐ Alabama ไปรัฐ Texes ได้ตกลงที่ทางตอนเหนือของเมือง Dallas รัฐ Texes
ผู้โดยสาร 7 คนใน 9 คนที่เดินทางไปกับเครื่องบินลำนี้เสียชีวิต ซึ่งเป็นสมาชิกของวงทั้งหมด
หลังกัปตันและผู้ช่วยกัปตันสามารถหนีออกทางกระจกเครื่องบินได้ทันด้วยอาการสาหัส
ทำให้ Ricky Nelson หนึ่งในผู้โดยสารเสียชีวิตลงในวัย 45 ปี

และนี่ก็เป็นเรื่องราวของ Ricky Nelson และผลงานเพลงต่างๆที่ฝากไว้ให้บรรดาแฟนเพลง
หลายๆคนอาจจะคิดว่าเพราะเขาอยู่ในวงการบันเทิงอยู่แล้ว รวมถึงหน้าตาอันหล่อเหลา
ทำให้มีโอกาสแจ้งเกิดได้ง่าย
แต่กระนั้น Ricky Nelson เองก็ได้โชว์ผลงานมากมายที่แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้มีดีแค่หน้าตา
หวังว่าหลายๆคนคงชื่อชอบผลงานของ Ricky Nelson ครับ

 Life Magazine, © Time Inc.
Life Magazine, © Time Inc.

บทความและเรียบเรียงโดย: http://www.aboutfriday.com
ขอบคุณเครดิตข้อมูลจาก: https://en.wikipedia.org/
ขอบคุณภาพประกอบจาก: https://www.gettyimages.ae/, Life Magazine, © Time Inc.

Powered by Blogger.