Procol Harum - A Whiter Shade of Pale ใช้ใจฟัง...ช่างมันความหมายของเพลง


'A Whiter Shade of Pale' คือเพลงในตำนานจากปี 1967 ที่ขายได้ถึง 10 ล้านแผ่นจากทั่วโลก
ของวง Procol Harum จากอังกฤษ ที่ถือว่าเป็นเพลง One-hit wonder ก็ว่าได้เหมือนกัน
แต่มันก็เป็นเรื่องที่ชวนขบขันไม่น้อยเลย...เมื่อผู้ร่วมแต่งเพลง 'A Whiter Shade of Pale'
แต่ละคนต่างก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพลงนี้หมายความว่าอย่างไร (แต่ไม่ได้เขียนมั่วๆแล้วเสือกดังนะ...)



ผมต้องสูดหายใจลึกๆเข้าไปเต็มปอด ก่อนจะเริ่มเขียนเรื่องราวประวัติที่มาที่ไป
เกี่ยวกับเพลง 'A Whiter Shade of Pale' อยู่เหมือนกัน
เพราะมันช่างงวยงง และมีประเด็นมากมายที่ชวนให้ลอยเคว้งเหมือนกับเพลงไม่ผิดเพี้ยน!
โดยคงต้องเริ่มกันที่ต้นกำเนิดของเพลง ที่ Keith Reid สมาชิกในวงที่มีหน้าที่เขียนเพลง
(เขียนเพลงอย่างเดียวไม่เล่นดนตรี) ได้ไปงานปาร์ตี้แห่งหนึ่งแล้วได้ยินประโยคสนทนา
ที่ผู้ชายในงานพูดตัดพ้อผู้หญิงคนหนึ่งว่า "You've turned a whiter shade of pale"
แปลประมาณว่า ''คุณเปลี่ยนสีขาวให้ซีดลง'' เป็นวลีที่ติดอยู่ในหัวของเขาเป็นระยะเวลาหนึ่ง
(ก็ประโยคมันเท่ซะขนาดนั้น...) ก่อนที่ Keith Reid กับ Gary Brooker (เปียโน/ร้องนำ)
ก็ช่วยกันใส่เนื้อร้องลงไปในเพลง และ Gary Brooker กับทางวงก็ช่วยกันทำซาวนด์และใส่ทำนองต่อ

โดย Keith Reid ได้ให้สัมภาษณ์กับ Uncut Magazine เมื่อปี 2008 ไว้ว่า
''ผมพยายามใส่เวทมนตร์ลงในอารมณ์ให้มากที่สุด เพื่อที่จะให้เป็นการเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา
ในเรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิงทิ้งผู้ชาย''
''ภาพของเรื่องวิ่งแล่นในหัวผมประมาณว่า เพดานห้องหลุดปลิวไปไกล
เสียงเพลงเริ่มครวญดังขึ้น ผมอยากจะเขียนภาพของเรื่องในตอนนั้น ผมไม่ได้อยากจะทำให้
ภาพเหล่านี้เป็นปริศนา ผมอยากทำให้มันนำไปซึ่งบางสิ่ง''
''ผมสมมุตินะว่าให้มันเป็นฉากแบบเสื่อมโทรมพังทลาย คือผมพยายามอธิบายนะ
แต่ผมยังเด็กเกินไปที่จะมีประสบการณ์ใดๆเกี่ยวกับการเสื่อมโทรมพังทลาย''
''ตอนนั้นผมก็น่าจะเล่นกัญชาเล่นยาตอนที่ผมคิดเนื้อเพลงอยู่แหละ แต่ไม่ใช่ตอนที่เขียนเพลง
เพลงนี้เลยได้อิทธิพลจากหนังสือมากกว่าจากยาน่ะครับ'' (เอ่อ...พ่ะน่ะ!)

ซึ่งก็คล้ายกับที่ Keith Reid ได้บอกกับ songfacts.com เกี่ยวกับเนื้อเพลงนี้อีกครั้งนึงว่า
''มันเป็นประเภทคล้ายๆกับภาพยนตร์นะ พยายามที่จะใส่เวทมนตร์ลงไปในห้วงอารมณ์''
''มันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ นี่คือตัวละคร นั่นคือสถานที่ถ่ายทำ และตรงนั้นก็คือการเดินเรื่อง''
''คุณได้ยินเสียงของห้อง และได้สัมผัสบรรยากาศ รวมไปถึงกลิ่นของห้อง
แต่ว่าตรงนั้นมีเรื่องราวเกิดขึ้น คล้ายเส้นสายของชุดมันไม่ได้ถูกยึดติดกัน แต่มีเส้นใยวิ่งตัดกันไปมา''

''ผมรู้สึกว่ากับเพลงมันเหมือนคุณได้ชิ้นส่วนของจิ๊กซอร์สักชิ้นหนึ่ง หรือแรงบันดาลใจอะไรก็ตาม
และในที่นี้ผมได้ไตเติ้ลที่ชื่อว่า 'Whiter Shade of Pale' (ที่ได้ยินมาจากงานปาร์ตี้แห่งหนึ่ง)
ซึ่งผมก็คิดว่าเนี่ย...มันมีเพลงอยู่ตรงนี้ แล้วมันก็ต้องมีชิ้นส่วนของจิ๊กซอร์ที่เข้ากันกับชิ้นนี้ที่คุณมี
แล้วคุณก็ต้องหาส่วนอื่นๆมาต่อให้เข้ากัน''

ซึ่ง Gary Brooker นักร้องนำและเขียนเพลงร่วมก็ได้มาเพิ่มเติมในส่วนนี้ด้วย
เมื่อให้สัมภาษณ์กับ Uncut Magazine เมื่อปี 2008 (สัมภาษณ์ร่วมกันกับ Keith Reid) ไว้ว่า
''ผมผ่านการฟังเพลงมาเยอะมาก ทั้งเพลงคลาสสิค, แจ๊ส, เล่นเพลงร็อคกับอาร์แอนด์บีหลายปี
แต่ทัศนียภาพของผมก็ถูกเปิดขึ้น ตอนที่ผมเจอกับคีธแล้วเห็นสิ่งที่เขาเขียน''
''ผมคิดเลยว่าผมอยากจะเขียนอะไรบางอย่างลงไปเพิ่ม''
''มันไม่ได้ชัดเจนหรือเข้าใจง่ายอะไร แต่มันก็ไม่สำคัญหรอก คุณไม่ทำเป็นต้องรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร
ตราบใดที่คุณสามารถสื่อสารกับบรรยากาศของมัน''
'' 'A Whiter Shade Of Pale' ดูเหมือนจะเกี่ยวกับคนสองคน, ความสัมพันธ์ หรือความทรงจำ
เกี่ยวกับการจากลาที่แสนเศร้าครั้งนั้น''
''สำคัญคือการได้เข้าถึงจิตใจของเนื้อหาเพลงที่สื่อถึง ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงมัน แสดงว่านั้นบรรลุเป้าหมาย''

แน่นอนครับ เพลง 'A Whiter Shade of Pale' เข้าถึงผู้ฟังได้จริงๆ และกลายเป็นเพลงอมตะไป
โดยนิตยสาร Rolling Stone ยกให้เพลงนี้เป็นหนึ่งใน '500 Greatest Songs of All Time'
ในอันดับที่ 57 เมื่อปี 2004 และติดอันดับ 1 แบบทุกชาร์ตในประเทศต่างๆทั่วโลกเมื่อปี 1967
และกลายเป็นหนึ่งในเพลงยอดเยี่ยมจากยุค 60s
และอาจจะรวมถึงปัจจุบันด้วยเพราะเป็นเพลงที่เก็บยอดวิวใน Youtube ได้ถึง 86 ล้านวิว (2018)

เวอร์ชั่น Live in Denmark เมื่อปี 2006 เสียงของ Gary Brooker นุ่มลึกกว่าเดิมนัก
เปรียบดังไวน์ที่รสชาติยอดเยี่ยมตามกาลเวลา


ซึ่งต่อมาก็มีปัญหาเล็กน้อย เพราะ Matthew Fisher สมาชิกเก่าของวงได้ฟ้องลิขสิทธ์เขียนเพลงร่วม
(คนที่อัดอินโทรอันไพเพราะด้วยเครื่องHammond Organ) ว่าเขาก็มีส่วนเขียนเพลงนี้เหมือนกัน
และชนะลิขสิทธ์ในปี 2009 ทำให้ชื่อของ Matthew Fisher ก็มาติดในเครดิตด้วยอีกคน

ผมเชื่อว่าในปัจจุบันยังมีคนที่ยังยกให้เพลง 'A Whiter Shade of Pale' เป็นเพลงโปรดอยู่
และก็อย่างที่ทราบว่าแม้แต่ผู้แต่งเองยังหาความหมายที่แท้จริงของเพลงนี้ไม่ได้เลย
เพราะเป็นการจับเอาวลีอันไพเราะของภาษามาใส่ให้คล้องเข้าด้วยกัน
ผมเลยไม่คิดที่จะหาความหมายของมันเช่นกัน เพราะผมเชื่อว่ามันสื่อถึงตัวผม
และอาจจะรวมถึงเพื่อนๆอีกหลายคนในรูปแบบที่แตกต่างกันไปในหน้วงของอารมณ์ครับ
ว่าเพลงนี้จะให้ความรู้สึกกับเพื่อนๆเช่นไร...

เรียบเรียงโดย: www.aboutfriday.com
ขอบคุณเครดิตข้อมูลจาก: http://www.songfacts.com/, https://en.wikipedia.org/

Powered by Blogger.