Buffalo Springfield - For What It's Worth (เพื่อสิ่งที่คุ้มค่า) เพลงสัญลักษณ์แห่งการประท้วงจากยุค 60s


เพลง 'For What It's Worth' ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสุดยอดงานเขียนเพลงที่ร่วมสมัยแห่งยุคเลยก็ว่าได้
นอกจากนี้นิตยสาร Rolling Stone's ยังยกให้เพลง 'For What It's Worth' ของ Buffalo Springfield
เป็นหนึ่งใน 500 เพลงยอดเยี่ยมตลอดกาลในอันดับที่ 63
นั่นก็เพราะเพลงนี้คือหนึ่งในเพลงที่เป็นดังสัญลักษณ์ของการประท้วง ที่ได้รับแรงบันดาลใจ
จากเหตุการณ์ประท้วงและจราจลในปี 1966 ที่ได้ถูกกล่าวขานว่าเป็น 'การประท้วงของกลุ่มฮิปปี้'
แต่ใครจะรู้ล่ะว่า 50 ปีผ่านไป เพลงนี้ยิ่งสะท้อนความจริงอันย้อนแย้งของสังคมได้อย่างเจ็บแสบ...



ก่อนอื่นหากพูดถึงวงบัฟฟาโล่ สปริงส์ฟิลด์ (Buffalo Springfield) นั้นไม่ใช่วงที่ประสบความสำเร็จ
ในระดับสากลแต่อย่างไร ซึ่งวงได้รวมตัวกันในช่วงเวลานั้นๆและออกอัลบั้มในปี 1966-1968 เท่านั้น
ทั้งๆที่เป็นการรวมตัวของศิลปินอย่าง Stephen Stills, Neil Young และ Richie Furay เป็นต้น
(เพราะพอวงแยกกันไปแต่ละคนก็มุ่งทำงานร่วมกันบ้าง หรือทำงานเดี่ยวบ้างปะปนกันไป)
ส่วนสาเหตุการแยกวงนั่นก็เพราะทางวงมีปัญหาไม่ลงรอยกัน รวมถึงปัญหาเรื่องยาเสพติด
และเรื่องอื่นๆที่ยากจะจินตนาการ เมื่อเราพูดถึงยุคปลาย 60s
ที่อเมริกากำลังอยู่ในรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นยุคใหม่ที่เรียกว่าตัวว่ากลุ่ม 'Hippie' ที่เป็นการรวมตัวของวัยรุ่นในยุค 60s
ที่มีนัยยะทางการสังคมและการเมืองในการยอมรับและเปิดกว้างต่อเพศ รวมถึงวัฒนธรรมใหม่ๆ
ที่โหยหาอิสระในชีวิต โดยใช้เมืองฝั่งตะวันตกของอเมริกาเป็นดังสถานที่รวมกันตัวของกลุ่ม
และเรื่องราวของเพลง 'For What It's Worth' ก็ได้เริ่มต้นจากตรงนี้นี่เอง...

กลุ่มฮิปปี้อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่าพวกเขาค่อนข้างปลดปล่อยตัวเองจากกรอบของสังคม
ทั้งไว้ผมยาว, ดูดกัญชา, ร้องรำทำเพลงกันทั้งวันทั้งคืน 
แน่นอนว่าการรวมตัวกันของกลุ่มฮิปปี้ได้ไปเปลี่ยนแปลงชุมชนในหลายๆที่
โดยเฉพาะที่ถนนสาย Sunset Boulevard ย่านชุมชนของ Hollywood อันเก่าแก่
ถูกกลุ่มฮิปปี้ใช้เป็นสถานที่รวมตัวกันไปเรียบร้อย 
และย่านจุดรวมตัวอย่างย่าน Sunset Strip ก็เป็นเหมือนเวทีคอนเสิร์ตที่ไร้วันเลิกรา
เพราะย่าน Sunset Strip ได้นำพากลุ่มฮิปปี้จากทั่วทุกสารทิศในอเมริกามารวมกันที่นี่
ทั้งผับ, บาร์ และร้านอาหารต่างๆก็ผุดกันระนาวเลย
แล้วกลุ่มชุมชนที่อยู่ตรงนั้นมาก่อนแล้วก็ได้รับผลกระทบกันไปเต็มๆเลยก็ว่าได้
เพราะไม่มีฮิปปี้ที่ไหนมานั่งดื่มกาแฟแล้วอ่านหนังสือพิมพ์เงียบๆกันหรอกครับ...
กลุ่มฮิปปี้ก็ยี้ฮ้ายี้ฮี้กันทั้งวันทั้งคืน ชาวบ้านก็ทำธุรกิจไม่ได้ ชุมชนก็เริ่มแออัดขึ้นเรื่อยๆ
ปัญหาอะไรหลายๆอย่างก็เริ่มตามมา...

จนปลายปี 1966 กรมตำรวจ LAPD ก็ได้ประกาศเคอฟิว จากการร้องเรียนเรื่องปัญหาความสงบ
เพื่อให้กลุ่มฮิปปี้หยุดกิจกรรมกันบ้าง แต่กลายเป็นเชื้อเพลิงจุดการประท้วงไปซะอย่างนั้น
(คือต้องสงสัยด้วยเหรอ...คิดว่าพวกฮิปปี้มันจะกลับบ้านไปนอนกันหรือไง)
และก็กลายเป็นการประท้วงแห่งย่าน Sunset Strip ระหว่างกลุ่มฮิปปี้กับตำรวจไป
ซึ่งวง Buffalo Springfield ดันเป็นผู้ชมเหตุการณ์ในตอนนั้นพอดิบพอดีเลย
ก็เลยกลายเป็นแรงบันดาลใจนำมาเขียนเป็นเพลงที่ชื่อ 'For What It's Worth'

คลิปเหตุการณ์ประท้วงที่เกิดขึ้นใน ณ ขณะนั้น



There’s something happening here
But what it is ain’t exactly clear
There’s a man with a gun over there
Telling me I got to beware 
มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นที่นี่
แต่ก็ไม่รู้ว่ามันเรื่องอะไรนะ ไม่ค่อยเคลียร์เลย
แล้วก็มีผู้ชายคนหนึ่งถือปืนอยู่ตรงนั้น
บอกกับผมว่าให้ผมระวังตัวไว้นะ... 
I think it’s time we stop
Children, what’s that sound?
Everybody look, what’s going down? 
ผมว่ามันถึงเวลาที่เราควรหยุดได้แล้วล่ะ
เฮ้เด็กๆ, นั่นมันเสียงอะไรน่ะ?
ทุกๆคนมองดูรอบๆ มันมีอะไรเกิดขึ้นกันนะ?

 เนื้อเพลง 'For What It's Worth' หากตีความหมายดูแล้วจะพบว่า Stephen Stills ผู้เขียนเพลง
ไม่ได้กล่าวโทษว่าเป็นความผิดของฝั่งใดทั้งนั้น เพราะคงเข้าใจในฝั่งของผู้ได้รับผลกระทบ
ต่อการรวมตัวกันของกลุ่มฮิปปี้เช่นกัน
แต่ก็ยังพูดถึงการที่กลุ่มฮิปปี้ถูกต่อต้านจากสังคมเอง ที่เหมือนเป็นกระบอกเสียงดั่งในท่อนที่ว่า...

There’s battle lines being drawn
Nobody’s right if everybody’s wrong
Young people speaking their minds
Getting so much resistance from behind 
มีเส้นความขัดแย้งที่ได้ถูกขีดแบ่งไว้
มันไม่มีใครถูก ถ้าหากทุกคนก็ผิด
กลุ่มผู้เยาว์ได้กล่าวในสิ่งที่พวกเขาคิด
กลับได้รับแรงต่อต้านมากมายจากเบื้องหลัง


และเพลง 'For What It's Worth' ก็กลายเป็นเพลงที่แสดงถึงสัญลักษณ์ของการประท้วง
ที่ได้เกิดขึ้นมากมายในทั่วมุมโลกในหลายๆปีต่อมา ซึ่งอาจจะมีการประท้วงมากเกินไปด้วยซ้ำ
เพราะจากการต่อสู้ที่ผ่านมาทำให้เสียงของประชาชนมีค่ามากยิ่งขึ้นนั่นเอง
ถ้าถามว่า 'For What It's Worth = เพื่อสิ่งที่คุ้มค่า' คืออะไร...
ผมคิดว่ามาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (Martin Luther King Jr.) คงตอบคำถามนี้ได้แน่นอน
เพราะเขาคือผู้นำและกระบอกเสียงของการเรียกร้องสิทธิพลเมืองที่ประสบความสำเร็จที่สุด
ส่วนใครคิดที่อยากจะโยงเพลงนี้เข้ากับเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไหนสักแห่ง...
อันนี้ก็แล้วแต่ท่านผู้อ่านจะจินตนาการจะสื่อถึงครับ!

เพลง: For What It's Worth (1967)
ศิลปิน: Buffalo Springfield
อัลบั้ม: Buffalo Springfield (1966)

เรียบเรียงโดย: www.aboutfriday.com
ขอบคุณภาพประกอบจาก: www.rollingstone.com

Powered by Blogger.