ตามรอยธรรมชาติสบายๆใกล้เมืองเชียงใหม่กับทริป 'เดินขึ้นดอยสุเทพ' ในเส้นทางเดินป่าผาลาด-ดอยสุเทพ


ผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้าใครเคยมาเที่ยวเชียงใหม่แล้ว คงจะเคยไปเที่ยวดอยสุเทพ-ดอยปุย
กันมาแล้วทั้งนั้นอย่างน้อยก็ร้อยละ 95% เพราะเส้นทางดอยสุเทพ-ดอยปุยถือเป็นเส้นทางของ
สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติใกล้เมืองที่สุด ทั้งวัดพระธาตุดอยสุเทพ
และพระตําหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ รวมไปถึงหมู่บ้านชาวม้งที่ดอยปุย

แต่ถ้าถามว่าไปยังกันยังไง ร้อยละ 99% ต้องตอบว่าขึ้นรถรับส่งโดยสารท้องถิ่นอย่าง''รถแดง'
หรือใช้รถยนต์ส่วนตัว รวมถึงเช่ารถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ขับขึ้นไปตามเส้นทางถนน
ซึ่งตรงนี้ผมเองก็อยากบอกกับเพื่อนๆว่า ''จริงๆแล้วเดินขึ้นไปก็ได้นะ''

'คนไทยไม่ชอบเดิน' แม้เราคนไทยด้วยกันเองยังจะปฏิเสธประโยคนี้ไม่ได้เลยครับ...ฮ่าๆ
ซึ่งพวกเราคงตอบกลับคำถามนี้ไปว่า ''ก็อยากจะเดินเหมือนกันแหละ แต่เกรงใจพระอาทิตย์อะ''
เพราะอากาศของเมืองไทยเข้าขั้นร้อน...ระอุเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าเป็นช่วงเดือนสบายๆ
เช่นมกราคม-กุมภาพันธ์ หรือช่วงปลายปีที่อากาศไม่ได้แย่แบบร้อนระอุเกินไปนัก
ก็น่าพาตัวเองไปพบกับธรรมชาติบ้างก็ดีเหมือนกัน โดยเฉพาะการที่ได้ออกกำลังกายไปด้วย
เพราะการออกกำลังกายมันไม่มีข้อเสียครับ และเดี๋ยวนี้กระแสรักสุขภาพกำลังมาแรงเป็นอย่างมาก
คงเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย หากเราสามารถหากิจกรรมออกกำลังกายที่สามารถสนุกไปกับมัน
และได้ท่องเที่ยวไปด้วยในตัว...ใช่ครับกิจกรรมออกกำลังกายที่ได้ท่องเที่ยวไปในตัว...
ซึ่งผมกำลังจะพาเพื่อนๆไปเดินขึ้นดอยสุเทพกันครับ ''เป็นทริปไปเช้า-เย็นกลับสบายๆ''


เส้นทางเดินขึ้นดอยสุเทพนี้ไม่ใช่เส้นทางถนนสายหลักครับ แต่เป็นเส้นทางธุดงค์ของพระ
เรียกว่า 'เส้นทางเดินป่าผาลาด' จนปัจจุบันกลายเป็นเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ
และได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวสาย 'Backpacker' เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้
มักจะชอบการผจญภัยเป็นพิเศษ และยิ่งได้ปีนเขาเดินป่าแบบนี้มีหรือจะพลาดกัน...
ทำให้เส้นทางเดินป่าผาลาด กลายเป็นเส้นทางเดินป่าที่มีชื่อเสียงและได้รับความสนใจ
ในหมู่ชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวเชียงใหม่ มากกว่านักท่องเที่ยวชาวไทยนั่นเอง

ก่อนอื่นสำหรับนักท่องเที่ยว จำเป็นที่จะต้องเตรียมที่พักสำหรับการเดินทางในครั้งนี้
และย่านที่สะดวกที่สุดเหมาะแก่การเตรียมที่พักกับทริปการเดินทางไปเดินป่าขึ้นดอยสุเทพ
ก็คือ 'ย่านนิมมานเหมินท์' ครับ เพราะเป็นย่านที่สามารถตอบโจทย์การเดินทางในครั้งนี้ได้ดีที่สุด
เนื่องจากเชียงใหม่เองเป็นเมืองที่ไม่สามารถเดินทางด้วยการเดินเท้าได้อย่างสะดวกมากนัก
จนมอเตอร์ไซค์และรถยนต์กลายเป็นยานพาหนะสำหรับเมืองนี้อยู่แล้ว
แต่ไม่ใช่กับย่านนิมมานฯครับ เพราะย่านนิมมานฯถือเป็นถนนเส้นหลักในเชียงใหม่
เพียงไม่กี่เส้นเท่านั้น!ที่เดินทางเท้าสะดวกมากกว่าการเดินทางโดยยานพาหนะมากโข!
(แม้ว่าเส้นทางเท้าจะยังไม่ค่อยโอเคก็ตาม)
จะมาเดินทั้งทีก็เดินให้มันสุดไปเลย! เพราะเราะจะเริ่มเดินตั้งแต่ย่านนิมมานฯ
ไปจนถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพกัน!

โดยเพื่อนๆสามารถจองโรงแรมดีๆราคาถูกย่านนิมมานฯได้ที่ Traveloka เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
ช่วยจองตั๋วเครื่องบินและที่พักที่กำลังมาแรงสุดๆ โดยคลิกได้ที่นี่เลยครับ: https://www.traveloka.com/
(ขอแนะนำว่าจองผ่านแอป Traveloka ถูกกว่า!) โดยดาวน์โหลดได้ที่นี่: คลิก
และถ้าเพื่อนๆอยากได้โรงแรมระดับดีๆในย่านนี้ขอแนะนำโรงแรมเยสเตอเดย์เลย: คลิก
ซึ่งเป็นโรงแรมเก่าแก่ตั้งอยู่กลางย่านนิมมานฯ หน้าถนนสายหลักที่เต็มไปด้วยร้านค้า
หรือถ้ามาทริปลุยๆแบบนี้อยากจะใช้บริการของโฮสเทลที่ราคาถูกกว่าก็ได้เช่นกัน
เพราะนอกจากนี้แล้วถนนนิมมานเหมินท์เอง ยังถือว่าเป็นถนนสุดฮิปของเมืองเชียงใหม่
เพราะเต็มไปด้วยสถานที่กิน-ดื่มในไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และมีร้านอาหารดีๆอร่อยๆมากมาย
ถือเป็นการเตรียมของหวานสำหรับการปิดทริปนี้แบบปริ่มใจกันเลย




ส่วนการเตรียมตัวสำหรับการเดินทาง...ก็เพียงแค่เป้สักใบพร้อมน้ำดื่มก็พอครับ
เนื่องจากเส้นทางไม่ได้มีระยะทางที่ไกลมากเท่าไหร่นัก และเส้นทางไม่ได้ทรหดมากแต่อย่างใด
นอกเหนือจากนั้นคือกายและใจก็พอครับ เพราะนี่เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติสบายๆ
อาจจะไม่สวยมากเหมือนเส้นทางธรรมชาติกิ่วแม่ปาน หรือเส้นทางธรรมชาติอื่นๆในเชียงใหม่
แต่นี่เป็นเส้นทางธรรมชาติที่ใกล้เมืองที่สุด และสามารถเริ่มเดินได้ตั้งแต่ก้าวออกจากที่พักเลย

ส่วนใครมีเป้าหมายอะไรนอกเหนือจากนี้ เช่นกราบไหว้พระและกราบสักการะพระธาตุ
ก็อย่าลืมเรื่องการแต่งกายที่ควรจะให้เกีรยติสถานที่
โดยอาจจะต้องเตรียมในส่วนของกางเกงขายาวด้วยเพราะต้องเปลี่ยนตามความเหมาะสม
เพราะเมื่ออยู่ในบริเวณในส่วนของวัดที่ควรสำรวมและแต่งกายอย่างสุภาพครับ

เอาล่ะครับเริ่มการเดินทางกันเลย *สำหรับใครที่ไม่อยากเริ่มเดินตั้งแต่ในเมือง
เพราะโลเคชั่นที่ตั้งของที่พักไม่อำนวย ให้สามารถเรียกรถโดยสารบริการทั้ง Uber, Grab
หรือโบกรถแดงที่ผ่านแถวนั้นให้ไปส่งที่ทางประตูหลังของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ครับ

และใครที่จะเดินตั้งแต่นิมมานก็ให้เดินมาถึงสี่แยกหน้าวอร์มอัพ แล้วเลี้ยวไปทางถนนเชียงรายครับ
เดินตรงไปเรื่อยๆ แล้วข้ามถนนคันคลองแล้วเดินเข้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ครับ (ระวังรถด้วยนะ)
และจากนั้นให้เดินไปจนสุดถนนจนถึงแยกหอนาฬิกาของมหาวิทยาลัยฯ แล้วเลี้ยวซ้าย
เพื่อออกไปทางประตูหลังของมหาวิทยาลัยฯครับ จากนั้นเลี้ยวขวาไปทางดอยสุเทพได้เลย!




เมื่อเดินมาถึงสุดทางของถนนสุเทพให้เลี้ยวขวาไปเลยครับ ตามรถคันสีขาวไปเลย
ซึ่งทางนี้จะเป็นเส้นทางไปสวนสัตว์เชียงใหม่ประตูหลัง (อนุญาตแค่รถยนต์)
และร้านอาหารที่บรรยากาศแสนสุดโรแมนติกอย่างร้าน 'ผาลาด ตะวันรอน'
รวมถึงทางไปเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาลาดตามทริปที่เรากำลังจะไปกันครับ




พอมาถึงสุดทางแยกแล้วให้เลี้ยวซ้ายครับ (ตามป้ายไปสวนสัตว์เชียงใหม่ประตู 2)
ตรงนี้ได้เดินขึ้นดอยกันจริงๆจังๆแล้วล่ะครับ เพราะมีเนินให้เมื่อยกันตั้งแต่เลี้ยวเลย...
ระยะทางโดยประมาณก่อนถึงเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาลาดราวๆ 1.5-2 กิโลเมตรครับ (เนินล้วนๆ)




อย่ารีบแวะร้านอาหารที่บรรยากาศแสนสุดโรแมนติกอย่างร้าน 'ผาลาด ตะวันรอน' ที่แนะนำไว้นะครับ...
เดินตรงเลยไปก่อน (ฮ่าๆ) เดินตรงไปเรื่อยๆ ถ้าเดินตอนเย็นก็จะได้รับแสงแดดอ่อนๆดีต่อร่างกายครับ
จนใกล้จะถึงจะเจอศูนย์ข้อมูลฯเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาลาด แวะพักได้ครับ
จากนั้นเดินตรงต่อไปเลยครับ อีกไม่กี่เลี้ยวก็จะถึงแล้ว




แล้วก็ถึงที่หมายครับ เพื่อนๆจะเห็นเส้นทางเข้าเล็กๆและมีป้ายแนะนำเส้นทางไว้ให้ข้อมูล
แต่เส้นทางจริงๆแล้วแค่เดินตามทางไปก็พอครับ ไม่มีหลงแน่นอน
จะเห็นได้ว่ามีรถจอดอยู่หลายคัน ซึ่งก็น่าจะเป็นเพื่อนร่วมทางที่มาเดินป่ากันด้วยเช่นกัน



พอเดินเข้ามาแล้วจะเจอผ้าสังฆาฏิของพระสงฆ์ผูกไว้ตามต้นไม้ตามแนวทางเดินป่า
เพราะเส้นทางนี้เดิมทีเป็นเส้นทางธุดงค์ของสงฆ์ ที่จำวัดอยู่ที่วัดผาลาดครับ



ส่วนเส้นทางก็เดินเรื่อยๆครับ มากับเพื่อนก็คุยกันสนุกๆตลอดเส้นทางได้
แต่ช่วยกันรักษาความสงบหน่อยนะครับ อย่าตะโกนเสียงดังรบกวนสัตว์ป่าหรือเพื่อนร่วมทางคนอื่น



วิวสวยๆจากเมืองตัวเมืองเชียงใหม่ที่อยู่ไม่ไกลครับ จากนั้นเดินกันเรื่อยๆครับ
มีที่พักริมทางบ้าง และมีสายน้ำเล็กๆช่วยหล่อหลอมธรรมชาติไว้ให้เพื่อนๆครับ





เดินต่อมาอีกเพียงไม่นานนัก ด้วยระยะทางราวๆทั้งหมดตั้งแต่ต้นทางประมาณ 3 กิโลเมตร
เราก็จะถึง 'วัดผาลาด' อีกหนึ่งวัดในเส้นทางขึ้นดอยสุเทพที่น่าแวะเที่ยวมากๆ
เพราะมีธรรมชาติอย่าง 'น้ำตกผาลาด' ที่คอยเพิ่มความชุ่มฉ่ำให้บรรยากาศเย็นชื่นใจ
โดยเดิมทีวัดผาลาดเคยเป็นวัดร้าง และมีอายุมากกว่า 500 ปี ก่อนที่จะทำการบูรณะขึ้นมาใหม่
และใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของสงฆ์ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวครับ





'วัดผาลาด' อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ครับ ใครใคร่แวะเก็บภาพ และพักผ่อนก็ตามอัธยาศัย
ก่อนที่เราจะมุ่งหน้าต่อไปสู่เส้นทางเดินขึ้นดอยสุเทพต่อไปครับ ซึ่งตรงน้ำตกเพื่อนๆสามารถ
เข้าไปเก็บภาพได้นะครับ แต่ต้องระมัดระวังอย่างมากเพราะอาจลื่นไหลได้






จากนั้นจะมีเส้นทางเดินจากวัดผาลาดยาวไปจนถึงเส้นทางถนนสู่ถนนสายหลัก
ที่เราจะข้ามไปเส้นทางเดินขึ้นดอยสุเทพครับ และตรงนี้ก็มีธรรมชาติสวยๆจ่อที่ไหล่ทางเลย






จากนั้นจะเห็นทางขึ้นไปสู่ถนนใหญ่ แล้วเมื่อเรามองข้ามถนนไปจะเห็นช่องทางเดินเท้าอยู่ฝั่งตรงข้าม
ที่จะมีป้ายบอกว่า 'ช่องทางเดินขึ้นดอยสุเทพ' แล้วเราข้ามถนน จากนั้นก็มุดเข้าไปเลยครับ




ตรงนี้เส้นทางจะเริ่มทรหดแล้วครับ เพราะว่าดอยเริ่มสูงขึ้น และจังหวะก้าวเริ่มหนักขึ้นเหมือนกัน
เพราะจะเป็นการเดินไต่ขึ้นเพียงอย่างเดียวเลย บางทีเห็นแล้วท้อแต่อย่าพึ่งท้อครับฮ่าๆ




แถบนี้ป่าจะเริ่มทึบขึ้นเรื่อยๆครับ ซึ่งเป็นเส้นทางที่การไฟฟ้าทำการเดินสายไฟฟ้าตัดผ่าน
แต่ก็ได้บรรยากาศธรรมชาติดีครับ




เพียงราวๆ 3 กิโลเมตรเท่านั้น เราก็จะถึงปลายทางออกครับ ซึ่งช่วงปลายๆจะหนักหน่อย
เพราะเป็นการไต่เขาเลยก็ว่าได้ เพราะเส้นทางค่อนข้างชันมาก ระมัดระวังตัวกันด้วยครับ



แต่พอถึงทางออกแล้ว...ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ ผมจึงลืมเก็บภาพซะอย่างนั้น...ฮ่าๆ
นี่เป็นภาพจาก Google ครับ ซึ่งทางออกจะเป็นทางออกที่โค้งสุดท้ายสู่ดอยสุเทพพอดี
ให้เราข้ามถนนไปฝั่งซ้ายนะครับ (ตามเส้นทางเดินรถ) และเดินต่อไปเพียง 500 เมตรเท่านั้น
ก็จะถึงปลายทางวัดพระธาตุดอยสุเทพครับ



เวลาโดยประมาณรวมแล้วผมใช้ไปเพียงแค่ 2 ชั่วโมง 15 นาที (เพราะวิ่งออกกำลังกายด้วย)
ซึ่งเวลาโดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ราวๆ 3 ชั่วโมงเศษๆโดยประมาณ ถ้าเก็บภาพอะไรก็น่าจะนานอีกนิด
และหากเริ่มเดินตอนบ่ายจะถึงดอยสุเทพตอนพลบค่ำพอดีครับ ซึ่งจะสวยกว่าตอนกลางวันเยอะมาก
ตรงนี้คงอดใจให้เพื่อนๆมาเก็บภาพบรรยากาศสวยๆกันเอง




ซึ่งส่วนขากลับนั้นสามารถเดินกลับเส้นทางเดิมได้เลย แต่ถ้าใครเดินไม่ไหวแล้ว
มีรถโดยสาร (รถแดง) บริการอยู่หน้าทางเข้าวัดพระธาตุดอยสุเทพครับ
ค่าบริการจะอยู่ที่ 60 บาท ต่อ 1 ท่าน โดยรถโดยสารจะส่งถึงตัวเมืองเลย แล้วแต่จุดหมายครับ

ซึ่งสุดท้ายแต่ท้ายไม่สุดครับ เพราะเรายังไม่ได้แนะนำร้านอาหารดีๆให้เพื่อนๆเลย
แน่นอนว่าตอนนี้คงไม่มีร้านอาหารไหนในย่านนิมมาน จะมีชื่อเสียงไปกว่าร้าน 'Mu's Katsu'
ซึ่งเป็นร้านอาหารแกงกะหรี่ญี่ปุ่นฝีมือคนไทย ที่ราคาไม่แพงและรสชาติอันแสนถูกปาก
แม้เป็นร้านเล็กๆแต่แน่นไปด้วยคุณภาพ จนเป็นที่ติดอกติดใจของนักชาวท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
(ร้านหยุดทุกวันอังคาร)


โดยร้านตั้งอยู่ที่ซอยข้างคอนโดฮิลล์ไซด์ 2 (คอนโดอยู่ติดกับโรงแรมเยสเตอเดย์ไปทางซ้ายมือ)
โดยเดินเข้าซอยไปประมาณ 50 เมตร จะเจอร้าน Mu's Katsu ที่อยู่ด้านในพอดีครับ
เป็นห้องแถวเล็กๆริมสุด มีโต๊ะนั่งหน้าร้าน และโต๊ะในร้านเพียงไม่ถึงสิบโต๊ะ
และเคาน์เตอร์บาร์ไม้ที่อยู่ติดกับครัวของร้านเอง ที่จะทำให้ทานกันสดๆเลย

ส่วนเมนูรายการอาหาร แน่นอนว่ามาร้านอาหารญี่ปุ่นแบบนี้ก็เกรงใจว่าจะสั่งไม่ถูก
แต่ไม่ต้องกังวลครับ เพราะเมนูของรายการอาหาร เขียนไว้ถึง 3 ภาษาทั้งไทย, อังกฤษ และญี่ปุ่น



สำหรับเมนูแนะนำนั้นเป็นเมนูง่ายๆอย่างแกงกะหรี่หมูคัตสึ (Katsu Curry)
และข้าวหน้าหมูทอด หรือคัตสึด้งเซ็ต (Katsudon) ที่ไม่รู้ว่าทางร้านกลัวลูกค้าจะไม่จุกหรือไร
เพราะให้แบบว่าเยอะมากๆ คุณภาพเกินราคาที่อยู่เพียงแค่เมนูประมาณละ 100 กลางๆเท่านั้น
และยังมีเมนูอาหารย่อยสำหรับทานเล่นอีกหลายรายการด้วยกัน ซึ่งทางร้านมีน้ำดื่มบริการฟรีครับ
งานนี้เลยจัดเต็มกันไปเลยครับเอาให้จุกกันไปข้าง
ซึ่งรสชาติอาหารขึ้นอยู่กับลิ้นใครลิ้นมัน แต่วัตถุดิบของร้าน Mu's Katsu ค่อนข้างคุณภาพดีเลย
หากใครอยากลองก็ไปทานกันได้ครับ ส่วนตัวคิดว่าเพื่อนๆจะไม่ผิดหวัง




หลังจากนี้ใครมีโปรแกรมท่องราตรีก็สามารถเดินสัมผัสบรรยากาศของย่านนิมมานฯได้เลย
(ถ้ายังมีแรงจากการเดินป่านะ ฮ่าๆๆๆๆๆ) เพราะไหนๆจะมาทริปเดินเท้าแล้วต้องเอาให้สุดครับ
และย่านนิมมานเองก็เป็นเพียงไม่กี่ย่านในเชียงใหม่ ที่สามารถเดินทางเท้าได้สะดวกที่สุด
ซึ่งเป็นการช่วยส่งเสริมการเดินเท้าที่ยอดเยี่ยมเลยล่ะครับ
เพราะประโยชน์ของการเดินเท้านั้นมีมากมายนับไม่ถ้วนเลยล่ะครับ ทั้งเรื่องของสุขภาพกายเอย
เอาเป็นว่าครั้งหน้าใครมีโปรแกรมจะไปดอยสุเทพ ก็ขอฝากเส้นทางเดินป่าผาลาด-ดอยสุเทพด้วยครับ



ข้อมูลและเรียบเรียงโดย: www.aboutfriday.com
ภาพประกอบโดย: www.aboutfriday.com

Powered by Blogger.