หนีไปสังขละบุรีกันไหม... 5 สิ่งที่จะทำให้คุณตกหลุมรักสังขละบุรี


เมื่ออยู่ติดเมืองนานๆ เชื่อเหลือเกินว่าหลายๆคนคงเกิดคิดถึงธรรมชาติกันขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย
โดยเฉพาะ ''สังขละบุรี'' ที่กลายเป็นจุดหมายของนักเดินทางหน้าใหม่ และนักท่องเที่ยวโดยทั่วไป
บ้างก็คิดว่า ''เฮ้...นี่แค่กระแสฟีเวอร์หรือเปล่า'' ''ทำไมใครๆก็ไปกัน แล้วจะได้เจอธรรมชาติจริงๆเหรอ''
เลยคิดว่าบทความนี้น่าจะมีคำตอบให้ได้ ว่าคนไปสังขละบุรีเขาไปเที่ยวที่ไหนกันนะ?
โดยเฉพาะ 5 สิ่งนี้ที่หาได้เฉพาะที่สังขละบุรีเท่านั้น! ที่อาจจะทำให้คุณตกหลุมรักได้ง่ายๆ


เหตุผลส่วนใหญ่ที่คนเดินทางไปสังขละบุรีกันนั่นก็เพราะว่ามันไม่ใช่แค่จุดมุ่งหมายปลายทาง
แต่ยังรวมถึงเส้นทางของการเดินทางด้วย ตั้งแต่เส้นทางธรรมชาติของกาญจนบุรีเอง
เพราะการที่จะไปสังขละบุรีนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน ทั้งรถยนต์โดยสารส่วนตัว,
รถบัสขนส่ง-รถโดยสารสาธารณะ และที่ฮิตที่สุดคือเส้นทางรถไฟ
ที่จะทำให้เหล่านักเดินทางได้พบกับธรรมชาติอย่างเต็มอิ่มตลอดเส้นทาง
(สามารถขึ้นรถไฟได้ที่สถานีธนบุรี และจะสุดสายที่สถานีน้ำตก และต่อรถเข้าไปสังขละบุรีอีกที)

นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายสำหรับทริปสังขละบุรีเองก็ค่อนข้างสบายกระเป๋า
จึงค่อนข้างที่จะเป็นกระแสให้คนรุ่นใหม่ไฟแรงทั้งหลายสามารถไปเที่ยวเก็บประสบการณ์กัน
โดยเฉพาะกลุ่มขาลุยที่รักความเรียบง่าย เพราะจุดหมายปลายทางอย่างสังขละบุรี
นั้นเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และสถานที่พักค้างคืน อย่างรีสอร์ทต่างๆ
ที่ส่วนใหญ่เน้นให้นักเดินทางทั้งหลายดื่มด่ำกับธรรมชาติให้มากที่สุด
ซึ่งสามารถใช้เว็บไซต์ Traveloka ช่วยค้นหาและจองที่พักได้โดยคลิกได้ที่นี่เลย: traveloka.com/
สามารถดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชันได้ *จะถูกและมีโปรโมชั่นเยอะกว่าถ้าจองผ่านแอปพลิเคชัน
เพราะจะมีส่วนลดที่พักและส่วนลดตั๋วเครื่องบินมาให้เรื่อยๆ สามารถเช็คโปรโมชั่นได้: ที่นี่

1. สะพานมอญ
สะพานมอญถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมาก
เพราะถือเป็นสะพานรวมวัฒนธรรม 3 สัญชาติ (ไทย มอญ กระเหรี่ยง) ไว้ได้อย่างลงตัว
ไม่ว่าจะเดินทางในช่วงเช้าตรู่ หรือพลบค่ำ ก็มักจะทำให้นักท่องเที่ยวได้ฟีลบรรยากาศ
ที่แตกต่างกันออกไปอย่างลงตัว พร้อมกับเก็บภาพความประทับใจไม่รู้ลืม


2. วัดจมน้ำ หรือ วัดใต้บาดาล
วัดจมน้ำเดิมคือวัดวังก์วิเวการาม เป็นวัดของชาวมอญ โดยตั้งอยู่ที่บริเวณแม่น้ำสามประสบ
ซึ่งจะมีแม่น้ำ 3 สายมาบรรจบกัน ได้แก่ แม่น้ำซองกาเลีย, แม่นํ้าบิคลี่ และแม่นํ้ารันตี
รวมกันกลายเป็นแม่น้ำแควน้อย และต่อมาได้มีการก่อสร้างเขื่อนเขาแหลมขึ้น
ทำให้วัดจมอยู่ใต้น้ำ และต้องไปสร้างใหม่อยู่บนเนินเขา และทิ้งวัดมอญแห่งนี้ไว้ใต้บาดาล
แต่เกิดเป็นความงดงามในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน จะเป็นช่วงน้ำแห้ง
ทำให้วัดโผล่พ้นเหนือน้ำ และให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมความงดงามได้
โดยการเดินทางเข้าไปวัดจมน้ำนั้นสามารถเดินทางได้เพียงการนั่งเรือเข้าไปเท่านั้น
(จะเป็นราคาเหมาลำประมาณ 500 บาท)


3. วัดวังก์วิเวการาม, เจดีย์พุทธคยา
วัดวังก์วิเวการาม หรือวัดหลวงพ่ออุตตมะได้ย้ายมาทำการก่อสร้างใหม่ที่นี่จากที่เดิมที่จมน้ำ
และรวมถึงการสร้างเจดีย์พุทธคยาห่างออกไปราวๆ 600 เมตร
ด้วยความศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายมอญ และชนพื้นเมืองหลากหลายเชื้อชาติ
ได้ทำการร่วมกันบริจาคด้วยความเลื่อมใส ก่อนที่จะเป็นผลงานของช่างศิลป์ชาวมอญ
ที่บรรจงร่วมกันสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบมอญ โดยเฉพาะปราสาทเก้ายอด
ที่วิจิตรศิลป์ตระการตางดงามนัก


4. ถนนคนเดินสังขละบุรี
ถนนคนเดินสังขละบุรีที่ทำการขายกันในเฉพาะวันเสาร์ของทุกสัปดาห์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ตั้งอยู่ใกล้ตลาดสดเทศบาลสังขละบุรี ในบริเวณตัวเมือง โดยจะขายกันทั้งอาหารอร่อยๆ
และรวมไปถึงสินค้าต่างๆในราคาแบบชาวบ้านซื้อขายกันเอง ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว



5. ที่พักแสนชิล นอนติดธรรมชาติ
ถ้าอยากได้ที่พักราคาหลักร้อยขอแนะนำ Forget Me Not House & Resort เป็นรีสอร์ทติดแม่น้ำ
และมีวิวสะพานมอญให้ได้รับชม ซึ่งบรรยากาศรอบที่พักตกแต่งเป็นสไตล์สวนเน้นต้นไม้
ส่วนห้องพักก็เน้นวัสดุเนื้อไม้ เพื่อให้กลมกลืนกับธรรมชาติมากที่สุด
โดยเพื่อนๆสามารถจองได้ในราคาหลักร้อยนี้กับ Traveloka
หากใครสนใจจะเข้าพักก็สามารถจองที่พักได้เลย: https://www.traveloka.com/th-th/
หรือสามารถหารีสอร์ทและโรงแรมที่พักอื่นๆได้อีกเพียบที่นี่: traveloka.com/


เรียบเรียงโดย: aboutfriday.com
ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก: traveloka.com
ขอบคุณภาพประกอบจาก: traveloka.com, shutterstock.com

Powered by Blogger.