10 อันดับเมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย 2017 (มี 2 เมืองจากประเทศไทยติดอันดับ)


Travel + Leisure นิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังจากอเมริกาได้ทำการจัดอันดับเมืองทีดีที่สุดในเอเชีย
ซึ่งได้ให้คะแนนจากรีวิวของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่ได้แสดงความคิดเห็นต่อเมืองนั้นๆ
ทั้งวัฒนธรรม, สถานที่ท้องเที่ยว, อาหารการกิน, ไลฟ์สไตล์ และความเป็นมิตรของผู้คน
อาจจะรวมถึงงานบริการของผู้ให้บริการท่องเที่ยวด้วย เช่นโรมแรม, ไกด์ทัวร์, ร้านอาหาร
ที่เป็นตัวชี้วัดการให้คะแนนเหล่านี้ 
(ซึ่งดูเหมือนว่าการให้คะแนนเหมือนจะเป็นคะแนนเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวมากกว่า
คะแนนเฉลี่ยจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้นๆ)
แน่นอนว่าประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยวอย่างประเทศไทย ก็ได้ติดอันดับในลิสต์ด้วย 2 เมือง!

10. Thimphu, Bhutan
ทิมพู เมืองหลวงของประเทศภูฏาน ติดเข้ามาในอันดับที่ 10 สำหรับเมืองแห่งวัฒนธรรม
ที่นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานกันอย่างเคร่งครัด นำมาซึ่งวัฒนธรรมต่างๆ
ที่เป็นดั่งแนวทางในการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย น่าจะทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจได้ไม่ยาก


9. Tokyo, Japan
มหานครโตเกียว เมืองที่มีผู้อยู่อาศัยถึง 37 ล้านคน และดูเหมือนจะเป็นเมืองเศรษฐกิจ
มากกว่าเมืองท่องเที่ยวนัก แต่โตเกียวก็ยังเต็มไปด้วย สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมากมาย
รวมถึงไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ที่แม้จะดูเร่งรีบตามกระแสของสังคม 
แต่โตเกียวเองก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มหานครหลายแห่งในโลกไม่มี


8. Bangkok, Thailand
กรุงเทพมหานคร ติดเข้ามาในอันดับที่ 8 ดูเหมือนว่าในสายตาของนักท่องเที่ยวแล้ว
ถ้าตัดปัญหารถติดและความวุ่นวายไปได้ กรุงเทพก็ดูจะดูดีไม่น้อยเหมือนกัน
เมื่อเทียบกับค่าครองชีพที่ไม่ได้สูงเกินไปสำหรับนักท่องเที่ยว และสถานที่ผ่อนคลาย
ทั้งช่วงกลางวัน และช่วงราตรีเอง กรุงเทพก็เป็นเมืองไม่เคยหลับเช่นกัน
เพราะสามารถหาความสำราญได้ตลอดคืน รวมถึงของกินอร่อยๆขึ้นชื่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง 
ทั้งสตรีทฟู้ดที่ขึ้นชื่อลือนามไปทั่วโลก (แม้ว่าชาวไทยส่วนใหญ่เองจะรำคาญตาแบบสุดๆก็ตาม)


7. Udaipur, India
อุทัยปุระ หรืออุไดปูร์ ได้รับการขนานนามว่าเมืองที่โรแมนติกที่สุดของประเทศอินเดีย
เพราะเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ในทะเลสาบฟิโชลาร์ (Lake Pichola) ที่คั้นกลางระหว่างเมือง
มาพร้อมด้วยสถาปัตยกรรมอันสวยงาม ทำให้อุทัยปุระเป็นเมืองที่น่าอยู่ และน่าเที่ยวแบบสุดๆ


6. Siem Reap, Cambodia
เสียมราฐ หรือเสียมเรียบ ไม่ได้เป็นแค่เมืองที่มีแค่สถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์
อย่างนครวัดเท่านั้น เพราะในตัวเมืองเสียมราฐเองก็น่าอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
ด้วยไลฟ์สไตล์แบบสบายๆบ้านๆคล้ายๆต่างจังหวัดเล็กๆของเมืองไทย
แต่มากด้วยสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนยามราตรี


5. Luang Prabang, Laos
เมืองหลวงพระบาง ในประเทศลาว เคยเป็นเมืองหลวงของนักท่องเที่ยว Backpacker จากไทย
(แซวกันตรงๆไปเลยฮ่าๆ) ก่อนที่คำว่าฮิปเตอร์จะมาบรรจุในตำราของไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้
เมืองหลวงพระบางนี่เองเคยเป็นจุดมุ่งหมายของนักเดินทาง เพราะด้วยธรรมชาติอันสงบ
และวิถีชีวิตรวมถึงความเป็นมิตรของชาวลาวเอง ทำให้นักเดินทางทั้งหลายประจำใจได้ง่ายๆ
พร้อมทั้งสถาปัตยกรรมสวยๆที่ลงเหลือความเป็นลาวอยู่เต็มไปหมด


4. Ubud, Indonesia
อูบุด เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันแสนสงบในเกาะบาหลี แห่งประเทศอินโดนีเซีย
ซึ่งเกาะบาหลีก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวจุดมุ่งหมายของหลายๆคนอยู่แล้ว
แต่เมืองอูบุดนั้น เป็นเมืองที่คงความเป็นธรรมชาติไว้อย่างเต็มเปี่ยม
และหลังจากหนังสือท่องเที่ยวเรื่อง Eat, Pray, Love ของ Elizabeth Gilbert นักเขียนชาวอเมริกัน
ที่ออกวางจำหน่ายเมื่อปี 2006 ได้สร้างอิมแพ็คมหาศาลไว้ที่นี่ และทำให้เมืองอูบุด
กลายเป็นเมืองในฝันของนักท่องเที่ยวไปโดยปริยาย


3. Hoi An, Vietnam
เมืองฮอยอัน ประเทศเวียดนาม เป็นเมืองท่าอันสงบ โดยอยู่ห่างจากเมืองดานัง
เมืองเศรษฐกิจใหม่ตอนกลางของประเทศเวียดนามเพียง 30 กิโลเมตรเท่านั้น
แต่ฮอยอันกลับกลายเป็นเมืองปลีกหนีความวุ่นวายได้แบบปลิดทิ้ง
โดยฮอยอัน ยังคงสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมเอาไว้ ซึ่งดูแสนจะโรแมนติดสุดๆเลย


2. Kyoto, Japan
เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองที่ยังรักษาวัฒนธรรมของญี่ปุ่นไว้ได้แบบดั้งเดิม
และน่าจะเป็น First impressions ให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงการให้บริการด้านต่างๆ
ของคนญี่ปุ่นเองที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวดูอบอุ่นมากขึ้น แม้ช่วงหลังๆเกียวโตจะเจอปัญหา
เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวล้นเมือง และเป็นปัญหาใหญ่แก่ชาวเมืองที่อยู่อาศัย


1. Chiang Mai, Thailand
แต่นแต๊น...เชียงใหม่ จากประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับเป็นเมืองอันดับ 1 ของเอเชีย
หลังกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทั้งสำหรับชาวไทย และชาวต่างชาติ
ที่เข้ามาเที่ยวเชียงใหม่มากขึ้น ท้งจากคณะทัวร์จากชาวจีน และชาวเอเชียเอง
ทำให้เชียงใหม่กลายเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญ
แต่กระนั้นเชียงใหม่เองก็สามารถจัดการด้านการท่องเที่ยวได้อย่างรอบคอบและคลอบคลุม
โดยสามารถรอบรับนักท่องเทียวได้มากขึ้น และยังสามารถรักษาสถานที่ท่องเที่ยว
ทั้งธรรมชาติและศิลปะวัฒนธรรมได้อย่างยอดเยี่ยม
และที่สำคัญที่สุดคือเชียงใหม่สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ทุกรูปแบบ
ทั้งที่มาแบบ Backpacker ทั้งมาแบบ Slow life หรือจะมาทัวร์กันเป็นหมู่คณะ
โดยที่เชียงใหม่เองยังสามารถรักษาวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ของคนท้องถิ่นและชาวพื้นเมือง
รวมถึงการปรับตัวเข้าสู่สังคมเมืองใหญ่ได้อย่างราบรื่น จึงทำให้ทุกอย่างดูลงตัวไปหมด
แม้ว่าค่าครองชีพจะปรับตัวไม่ค่อนทัน แต่สำหรับนักท่องเที่ยวแล้วเหมือนได้แพ็คเกจพิเศษ
เพราะการท่องเที่ยวในเชียงใหม่เองนั้นค่อนข้างจะถูกมากในประเทศไทย
(*คนเขียนเรียบเรียงบทความนี้เป็นชาวเชียงใหม่...นะเจ้า)

เรียบเรียงโดย: aboutfriday.com
ขอบคุณเครดิตบทความจาก: travelandleisure.com/ Travel + Leisure
ขอบคุณภาพประกอบจาก: travelnation.co.uk/booking.com/japantimes.co.jp/

Powered by Blogger.