Serra Pelada เหมืองเก่า...เล่าใหม่ กับกระแสตื่นทองในบราซิลเมื่อปี 1980


กระแสตื่นทองกลับมาอีกครั้งในช่วงปี 2017 ซึ่งหลายๆคนอาจจะคุ้นๆมาบ้าง
จากเหตุการณ์ปั่นป่วนของไวรัสแฮคข้อมูลเรียกค่าไถ่ที่ชื่อ WannaCry 
ที่สร้างความเสียหายไปทั่วโลกในวงกว้าง

แต่นั่นกลับเป็นการสร้างชื่อให้สกุลเงินดิจิทัลที่ชื่อว่า Bitcoin (บิทคอยน์) 
กระจายไปในเวลาอันรวดเร็วเช่นกัน หลังจากที่แฮคเกอร์เรียกค่าไถ่
ต้องการให้เหยื่อจ่ายเงินผ่าน Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้น
สำหรับแลกเปลี่ยนออนไลน์เฉพาะ โดยที่ไม่มีสถาบันทางการเงินใดๆ
สามารถกำหนดราคาได้, ไม่สามารถตรวจสอบได้ และใช้ได้ทั่วโลก
และการที่จะได้มันมามี 2 วิธี คือการแลกเปลี่ยนของผู้ใช้ด้วยกัน
และอีกหนึ่งวิธีที่เป็นกระแสขณะนี้คือการขุดเหมือง Bitcoin หาเอาเอง
ซึ่งจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ขั้นสูงของคอมพิวเตอร์ในการขุด 
เนื่องด้วยจำนวนของ Bitcoin ที่มีจำกัด  และความต้องการที่เพิ่มมาขึ้น 
ทำให้การขยับราคาของ Bitcoin พุ่งสูงขึ้นจนหยุดไม่อยู่ในเวลาอันรวดเร็ว
กลายเป็นแหล่งเรียกคนจากทั่วทุกสารทิศบนโลก ที่มุ่งหวังรายได้มหาศาล
จากการแสวงหาความมั่นคั่งในครั้งนี้ 
ซึ่งกูจะเขียนมาทำไมตั้งยาวก็ไม่รู้...มันคนจะเรื่องกับหัวข้อคอลัมน์เลย!!


ถ้าให้เปรียบคงเหมือนกระแสตื่นทองของอเมริกา เมื่อย้อนไปเมื่อปี 1848
ที่ผู้คนทั่วย้ายถิ่นฐานไปที่ตะวันตกของประเทศอย่างแคริฟอร์เนีย
เพื่อหวังโชคลาภและความมั่งคั่งในชีวิต จะเห็นได้ว่ากระแสตื่นทองนั้น
ไม่ว่าจะผ่านมากี่ร้อยปีก็ยังไม่แตกต่างไปจากเดิมเท่าไรนัก

Sebastião Salgado

เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า สำหรับกระแสการตื่นทองที่ผ่านๆมานั้น
คงไม่มีครั้งไหนจะทำให้โลกอึ้งไปกว่าการขุดเหมืองทองคำ
ในประเทศบราซิลเมื่อปี 1980 ที่ผู้คนทั่วทั้งบราซิลกว่า 1 แสนชีวิต
ก้าวเข้าสู่ก้นเหวลึก เพื่อแสวงหาโชคลาภและเงินตราให้ชีวิต

Robert Nickelsberg

เหมืองทองคำ Serra Pelada (เซย์ร่า เปร์ลาด้า) คือต้นตอของเรื่อง
ที่พาผู้คนนับแสนเข้ามาเสี่ยงชีวิตในครั้งนี้ เมื่อผู้คนมากหน้าหลายตา
พาตัวเองเข้ามาในเหมืองทองคำลึกไร้กฏเกณฑ์ใดๆทั้งสิ้น
เหมืองขุดด้วยน้ำมือของมนุษย์ที่ความปลอดภัยระดับต่ำเกินบรรยาย 
โดยที่นายทุนเจ้าต่างๆไม่ได้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆมากนัก
ในเหมืองที่ลึกกว่า 50-60 เมตร และเมื่อเหมืองปิดตัวลงในปี 1986 
ความลึกของเหมืองในจุดที่ลึกอยู่ในระดับถึง 100 เมตร
ภายในระยะเวลาเพียง 6 ปี! 
คาดการว่ามีทองคำที่ถูกขุดไป มากกว่า 360 ตันในตลาดมืด 
โดยสถิติอย่างเป็นทางการคือ 45 ตัน

Robert Nickelsberg

เหมืองทองคำ Serra Pelada อยู่ทางตอนเหนือของประเทศบราซิล
ท่ามกลางผืนป่า ห่างไกลความเจริญนัก ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อย
ที่เลือกเข้ามาทำการค้าขายอาหาร-สิ่งบริโภค สิ่งอํานวยความสะดวก
ตลอดถึงสถานบันเทิงในรูปแบบต่างๆมากมายคับคั่ง
เพื่องรองรับผู้คนกว่า 100,000-120,000 ชีวิต 
และแน่นอนกับปัญหาอาชญกรรมที่ตามมาจากที่นี่
มีคดีฆาตกรรมที่ปิดคดีไม่ได้กว่า 60-80 เคสต่อเดือนเลยทีเดียว

ด้วยภาพถ่ายผลงานของ Sebastião Salgado (เซบาสเซา ซาลกาโด)
ช่างภาพระดับโลกชาวบราซิล และช่างภาพคนอื่นๆอีกหลายท่าน
ได้ฝากผลงานจารึกไว้ในประวัติศาสตร์
หลังเจ้าตัวได้เข้าไปเก็บภาพถ่ายของเหมืองทองคำแห่งนี้
คงสามารถบอกเรื่องราวต่างๆได้เป็นอย่างดี 
สำหรับสกู๊ปภาพข่าวที่ทำให้ชาวโลกตะลึงไปตามๆกัน
เหมือนดั่งการได้เห็นภาพการสร้างกรุงโรมที่ต่างไปเท่านั้น!
เมื่อมนุษย์กลายเป็นมดแรงงานที่สู้ชีวิตอย่างขันแข็ง
โดยเรื่องราวของเหมือง Serra Pelada ถูกเล่าไว้ในส่วนหนึ่ง
ของสารคดี The Salt of the Earth และถูกสร้างเป็นภาพยนตร์
เมื่อปี 2013 ในชื่อเรื่องเดียวกันกับเหมือง Serra Pelada

Sebastião Salgado
Sebastião Salgado

เรื่องราวของเหมืองทองคำ Serra Pelada อาจจะเป็นเพียงภาพ
ในประวัติศาสตร์ แต่กระแสการตื่นทองนั้นจะไม่มีทางหมดไป
ต่อให้โลกจะพัฒนาไปเพียงใดก็ตาม
'เงินทองและความมั่งคั่ง' คือคำตอบของทุกอย่างรอบตัวเรา
ทุกสิ่งทุกอย่างมีราคาแลกเปลี่ยนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะมีกฏเกณฑ์
หรือไร้กฏเกณฑ์ใดๆก็ตาม และผู้คนพร้อมพยายามทำทุกอย่าง
เพื่อให้ได้มันมาเช่นกัน...
'ทุกๆสิ่งมีราคาแลกเปลี่ยนไม่เคยมีใครได้อะไรมาฟรีๆ'

 Sebastião Salgado
 Sebastião Salgado
 Sebastião Salgado
Sebastião Salgado
Stephanie Maze
 Stephanie Maze
Stephanie Maze

Robert Nickelsberg
 Robert Nickelsberg
 Robert Nickelsberg
Robert Nickelsberg
Robert Nickelsberg
Robert Nickelsberg
Robert Nickelsberg

เรียบเรียงโดย: aboutfriday.com
ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิง: Sebastião Salgado, https://en.wikipedia.org/
http://rarehistoricalphotos.com/
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก: Sebastião Salgado, Stephanie Maze,
Robert Nickelsberghttp://mashable.com/,
http://rarehistoricalphotos.com/gettyimages.com

Powered by Blogger.