ห้ามถาม ห้ามบอก...อดีตกฏหมายที่เคยกีดกันรสนิยมทางเพศของทหารอเมริกา



เนื่องด้วยประเด็นดังในช่วงนี้เกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติของนายทหาร
ที่รุมซ้อมพลทหาร จนทำให้มีการเสียชีวิตเกิดขึ้น และนี่ไม่ใช่ศพแรก
และอาจจะไม่ใช่ศพสุดท้าย ซึ่งมักเป็นประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงในสังคม
อย่างกว้างขวาง จนมีการเรียกร้องให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร
และเปิดให้คนที่อยากเข้ารับราชการเข้าไปสมัครแบบสมัครใจแทน

ประจวบเหมาะกับช่วงนี้ เป็นช่วงการคัดเลือกเกณฑ์ทหารเข้ากองประจำการ
ซึ่งมีประจำทุกปี และก็มีเสียงวิจารณ์กระหน่ำทุกปี

ผมเลยถือโอกาสนี้ย้อนเหตุการณ์เล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว
ในประเทศที่ไม่มีการเกณฑ์ทหาร แต่เปิดโอกาสให้ประชาชนในประเทศ
ทั้งชายและหญิงทำการอาสาสมัครเข้ามารับราชการเพื่อประเทศชาติ
ซึ่งมักจะได้รับเกียรติจากสังคมเสมอ เปรียบเสมือนอาชีพอันทรงเกียรติ
และจะได้รับคำขอบคุณจากประชนชนเสมอด้วยคำว่า
'Thank You For your service' (ขอบคุณสำหรับการทำหน้าที่)
ที่ผมพูดถึงนี่คือประเทศเสรี ที่ชื่อว่าสหรัฐอเมริกาครับ
กระนั้นในความเสรีดันมีกำแพงกั้นอย่างลับๆ...ที่หลายท่านอาจไม่ทราบ
เลยถือโอกาสนี้เขียนสกู๊ปเล็กๆนำเสนอครับ


ย้อนไปในสมัยปธน. บิล คลินตัน เมื่อปี 1994 ได้มีการออกกฏหมายใหม่
ของการรับราชการทหารแห่งสหรัฐอเมริกา ที่ชื่อว่า "Don't ask, don't tell"
หรือ (DADT) ที่แปลว่า ''ห้ามถาม, ห้ามบอก''
ว่าด้วยห้ามให้มีการเลือกปฏิบัติหรือกลั่นแกล้ง หรือสืบสวนทหารที่เป็นเกย์
หรือกลุ่มรักร่วมเพศ และบังคับให้ทหารที่จะเข้ารับราชการปกปิดสถานะ
ห้ามบอกว่าตนเองเป็นกลุ่มรักร่วมเพศ มิเช่นนั้นจะถูกถอดออกจากราชการ
จนมีการเรียกร้องให้ยกเลิกกันมาตลอด และมาประสบความสำเร็จ
ในเดือนธันวาคม ปี 2010 เมื่อปธน. โอบาม่าลงนามยกเลิกกฏหมายนี้
แต่ก็ลากยาวมากัน จนสิ้นสุดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคมปี 2011
แต่ 17 ปีที่ใช้กฏหมายมา ก็มีทหารถูกปลดประจำการกว่า 13,000 คน
ถือเป็นเรื่องงามหน้าของประเทศที่อ้างตัวเองว่า 'เสรี' ไม่น้อยทีเดียว...


ในช่วงเดือนสุดท้ายของการยกเลิกกฏหมาย ในเดือนตุลาคมปี 2011
ซึ่งเป็นช่วงของการตะเวนสายดีเบตของบรรดาผู้ลงสมัครเป็นตัวแทน
เข้าชิงปธน. สหรัฐอเมริกา และในงานดีเบตของพรรคริพับลิกัน
ที่เปิดประเด็นถามคำถามตัวแทนของพรรค ได้เกิดเรื่องงามหน้าขึ้น
หลังช่อง FOX โฮสต์ของงานได้เปิดคลิปจาก Youtube
ของนายทหารยศร้อยเอก ผู้กองสตีเฟ่น ฮิลล์ (Stephen Hill) ที่ถามว่า



''ในปี 2010 ตอนที่ผมถูกส่งไปอิรัก ผมต้องโกหกเกี่ยวกับ
ว่าผมเป็นในสิ่งที่ผมเป็น เพราะผมเป็นนายทหารเกย์ 
และผมเกรงว่าจะทำให้ผมเสียงาน'' 
''คำถามของผมคือ ภายใต้ตัวแทนผู้นำของพวกคุณ คุณจะไม่ขัดขวาง
ความก้าวหน้าที่ถูกสร้างขึ้น (การยกเลิกกฏหมาย DADT)
เพื่อทหารเกย์ และเลสเบี้ยนในกองทัพใช่ไหม''

พอสิ้นประโยคคำถาม มีบางคนในงานที่มาร่วมฟังงานดีเบตฯ

ดันโห่ใส่ผู้กองสตีเฟ่น ฮิลล์ซะงั้น!!

ประชาชนของตัวเองโห่ใส่นายทหารที่รับใช้ชาติและประชาชน
(โดยที่เค้ายังใส่ชุดคอมเบต) โห่ใส่คนที่พร้อมเสียสละต่อสู้
และตายเพื่อชาติ รวมถึงแขวนชีวิตไว้บนเส้นด้ายจากการลงพื้นที่
เพียงเพราะคำถาม หรือเพราะเค้าเป็นเกย์...นี่มันเป็นอะไรที่...
น่ารังเกียจแค่ไหนคิดกันดูสิครับ!


แม้จะเป็นหนึ่งในคนจำนวนไม่กี่คน แต่ผู้ลงสมัครเป็นตัวแทนฯ
ที่จะเข้าชิงประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาก็เงียบกันทั้งหมดทั้งเวที
ก่อนที่อดีตผู้ว่าฯรัฐ นายริค แซนทอร์ม (Rick Santorum)
จะอึ่อ๊ะตอบคำถามของผู้กองสตีเฟ่นไป

โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ถูกโจมตีอย่างหนักจากชาวอเมริกันเอง
ทั้งคนที่โห่ รวมไปถึงผู้ลงสมัครชิงตัวแทนปธน. จากริพับลิกัน
ที่ไม่มีใครใช้ช่วงเพียงเล็กน้อยเอ่ยปากตำหนิใส่คนที่โห่ใส่ผู้กองฯ
เพราะอาจกังวลเรื่องคะแนนเสียง
(บรรดาตัวแทนผู้สมัครฯบอกว่าไม่ได้ยินเสียงโห่)

กระนั้นด้วยความก้าวหน้าของประชาชน และของกองทัพสหรัฐอเมริกา
ที่เชื่อว่าเพศสภาพ และรสนิยมทางเพศ ไม่ได้ทำให้เกิดข้อบกพร่องใดๆ
ต่อการรับราชการ รับใช้ชาติ และรับใช้ประชาชน
จนสามารถผ่านกฏหมาย "Don't ask, don't tell" ที่เปรียบเสมือนดั่ง
กำแพงสุดท้ายของความเท่าเทียมในกองทัพได้ในที่สุด
และนี่ทำให้กองทัพสหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในกองทัพที่ดีที่สุดในโลก


ซึ่งล่าสุดปธน. ทรัมป์ ได้ประกาศออกมาว่าจะไม่ให้กลุ่มคนข้ามเพศเข้ามาเป็นทหาร
เพราะมีประเด็นหลายเรื่องที่ยากต่อการดูแลของกองทัพ ก็ต้องดูกันต่อไป...

หากเรามีโอกาสจะได้เห็นประเทศไทย ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร (ในชาตินี้)
ในอนาคตก็หวังว่า จะไม่มีกฏหมายกีดกันเพศสภาพเช่นกันครับ

เรียบเรียงโดย : aboutfriday.com
ขอขอบคุณแหล่งอ้างอิงจาก : nydailynews.com/en.wikipedia.org/npr.org/,
theblaze.com/youtube.com/, Fox News
ขอบคุณภาพประกอบจาก : nydailynews.com/en.wikipedia.org/lgbtqnation.com/
ขอบคุณคลิปประกอบจาก Youtube : youtube.com
Powered by Blogger.