นี่แหละชีวิตสปาตาคัส!สดุดี Kirk Douglas ตำนานฮอลลีวู้ดอายุครบ 100 ปี!


บนเส้นทางชีวิตหวานอมขมกลืน เคิร์ก ดักลาส (Kirk Douglas) ตำนานของฮอลลีวู้ด
คงเป็นหนึ่งในเพียงไม่กี่คนที่สามารถหวนมองย้อนกลับไปในชีวิต 1 ศตวรรษของตน
และเปี่ยมด้วยความภาคภูมิหาใดเปรียบยิ่ง เมื่อได้ลิขิตชีวิตเส้นทางของตัวเองไว้
ทุกท่านครับปรบมือให้กับ 'เคิร์ก ดักลาส' สุดยอดนักสู้ชีวิตกัน!

เคิร์ก ดักลาส สุดยอดนักแสดงที่ฝากผลงานภาพยนตร์อมตะไว้มากมายอย่าง 
Spartacus (1960), Paths of Glory (1957) , The Bad and the Beautiful (1952)
Lust for Life (1956), Ace in the Hole (1951), Seven Days in May (1964) 
เดิมทีชีวิตนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลย แต่กลับเป็นชีวิตที่โรยด้วยกองขยะ...


ครอบครัวของปู่เคิร์ก ดักลาสนั้นเป็นยิว-รัสเซีย อพยพมาหาชีวิตใหม่ที่อเมริกา
และลงหลักปักฐานอยู่ที่เมืองอัมสเตอร์ดัม เมืองกลางๆแห่งนึงในรัฐนิวยอร์ก
โดยคุณพ่อยึดอาชีพเก็บขยะ ส่วนคุณแม่คอยเลี้ยงดูลูกๆทั้ง 7 คน
และปู่เคิร์กนั้นเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของครอบครัว โดยมีชื่อในกำเนิดคือ
อิสซูร์ ดานิโลวิช เดมสกี้ (Issur Danielovitch Demsky) 
และวันคล้ายวันเกิดก็คือวันที่ 9 ธันวาคม 1916 นี่เอง...

ชีวิตของปู่เคิร์กนั้นไม่ง่ายเลยเพราะครอบครัวเขาพูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้
โดยเฉพาะตัวเขาเองด้วย แถมยังมีปัญหาเรื่องการหาเงินมาจุนเจือครอบครัว
ทำให้เขาต้องทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย แม้จะเผชิญกับอะไรหลายๆอย่าง
แต่เขาก็พยายามหมั่นเพียรจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี จนได้มีโอกาสไปเรียนต่อ
ที่มหาวิทยาลัยศิลปะเซนต์ ลอวเรนซ์ (St.Lawrence University) 
แต่ด้วยความที่เป็นชาวยิว ในยุคสมัยที่ทั่วโลกต่อต้านยิวอย่างรุนแรง
และชื่ออิสซูร์ เดมสกี้ ก็ไม่สามารถช่วยให้ปู่เคิร์กหางานหางานทำได้
ทำให้ปู่เคิร์กต้องเปลี่ยนชื่อ-สกุลมาเป็น 'เคิร์ก ดักลาส' แทนเพื่อหางานทำ
สำหรับส่งตัวเองเรียนจนจบ และก้าวเท้าเข้าสู่เมืองที่ใครๆก็วาดฝันไว้
อย่างนิวยอร์ก ซิตี้ และเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยสอนการแสดงอย่าง AADA
(American Academy of Dramatic Arts) จนได้มีโอกาสแสดงละครบอร์ดเวย์
และพบรักกับภรรยาคนแรกอย่างไดอาน่า ดิล (Diana Dill)

(เคิร์ก ดักลาส กับ ไดอาน่า ดิล ดักลาส)

(เคิร์ก ดักลาส กับโจเอล และไมเคิล ดักลาส)

พออเมริกาเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 ปู่เคิร์กก็ได้เข้าร่วมในทหารเรือ
หลังสิ้นสุดสงครามปู่เคิร์กได้แต่งงานกับไดอาน่า เธอจึงกลายมาเป็น
ไดอาน่า ดักลาส และมีบุตรสอง 2 คนคือไมเคิ่ล ดักลาส และโจเอล ดักลาส
ซึ่งไมเคิล ดักลาส (Michael Douglas) ก็ตามรอยคุณพ่อเข้าสู่วงการมายา
จนมีชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้กันเลย

(ไมเคิล ดักลาส และเคิร์ก ดักลาส)

หลังจากปู่เคิร์กเข้าสู่วงการฮอลลีวู้ดจนมีชื่อเสียงโด่งดัง ปัญหาครอบครัว
ก็เริ่มก่อตัวทำให้เขาหย่ากับไดอาน่า ดิล ดักลาส แต่ทั้งสองก็จบกันด้วยดี
ไม่ได้มีปัญหาค้างคาแต่อย่างใด โดยทั้งคู่ได้แสดงหนังครอบครัวด้วยกัน
ในปี 2003 ชื่อเรื่อง It Runs in the Family ร่วมกับลูกชาย และหลานชาย

และในปี 1954 ปู่เคิร์กก็ได้แต่งงานกับแอน บายเดน (Anne Buydens)
โปรดิวเซอร์หนังจนปัจจุบัน (2016) รวมแล้วกว่า 62 ปี!
และมีลูกชายร่วมกันอีก 2 คน คืออีริค ดักลาส (เสียชีวิต) และปีเตอร์ ดักลาส

(เคิร์ก ดักลาส และแอน บายเดน ดักลาส)

ปู่เคิร์กเข้าสู่วงการฮอลลีวู้ดได้สร้างผลงานอมตะไว้อย่างมากมาย
ทั้งงานแสดง, โปรดิวเซอร์ และเครดิตกับภาพยนตร์นับไม่ถ้วน
พร้อมเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำ 3 ครั้งแต่ไม่ได้รับรางวัล
จนเมื่อปี 1996 ก็ได้รับรางวัล Oscar Honorary Award ที่มอบให้เป็นเกรียติ
แก่ปู่เคิร์กที่สร้างผลงานมากมายไว้แก่วงการภาพยนตร์
ซึ่งงานของปู่เคิร์กยังคงเป็นตำนานสืบมา แถมด้วยเอกลักษณ์ส่วนตัว
ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่เขาก็คือคางที่บุ๋มเป็นรูปสะดือนั่นเอง
นอกจากนี้ชื่อเสียงอีกอย่างที่สร้างไว้ก็คือขุนแผนแห่งฮอลลีวู้ด
เพราะปู่แกฟันเรียบ...สมัยหนุ่มๆ

สำหรับผลงานที่เป็นอมตะที่สุดคงหนีไม่พ้น Spartacus ในปี 1960
ที่ว่าด้วยเรื่องของสปาตาคัส ทาสรับใช้ที่ลุกขึ้นสู้เพื่อปลดแอคตนเอง
จากจักรวรรดิโรมัน ที่กวาดไป 4 รางวัลออสการ์ ด้วยผลงานการเขียนบท
ของเดลตัน ทรัมโบ และการกำกับของศาตราจารย์สแตนลีย์ คูบริค


และผลงานก่อนหน้านั้นในปี 1956 ที่ส่งปู่เคิร์กเข้าชิงออสการ์
อย่างเรื่อง Lust for Life ที่รับบทเป็นวินเซนต์ แว็งโก๊ะ จิตรกรไร้ชื่อ
จนกระทั่งงานของเขาถูกประเมินคุณค่าไว้อย่างมหาศาล
หลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว


และนี่คือช่วงชีวิตของเคิร์ก ดักลาส ที่เขาสามารถหวนกลับไปมอง
ได้อย่างภาคภูมิ สำหรับชายที่ลิขิตชีวิตตัวเองอย่างสปาตาคัส!























เรียบเรียงโดย : aboutfriday.com
ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : ibtimes.co.uk, imdb.com
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Blue Jerseyibtimes.co.uk, vivian maier, kubrick.persona.co,

Powered by Blogger.