คนแปลกหน้ากว่า 500 คนไปงานศพชายชราคนหนึ่งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน


ช่วงนี้มีข่าวผู้มีชื่อเสียงหลายคนเสียชีวิตลง และมีผู้คนไว้อาลัย และไปร่วมงานพิธี
กันจำนวนมาก แต่ ณ เมืองผู้ดี ประเทศอังกฤษ เมื่อปลายปี 2013 มีชายชราคนหนึ่ง
จากบ้านพักคนชราที่เสียชีวิตลง ซึ่งชายคนนี้เคยเป็นทหารในสงครามโลกมาก่อน
แต่เขาไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลย เพราะมีสถาณภาพเป็นโสด และไม่มีบุตร

Harold Jellicoe Percival

Harold Jellicoe Percival (แฮโรลด์ เจลลิโก เพอร์ซิแวล) เสียชีวิตในวัย 99 ปี
ซึ่งเขาเคยเป็นทหารในสงครามโลกครั้งที่สอง สังกัดกองบิน 617 ของอังกฤษ
ซึ่งมีชื่อเสียงอย่างมากในภารกิจ Operation Chastise (The Dam Busters)
เกี่ยวกับการทำลายเขื่อน ของฝ่ายอักษะนาซี-เยอรมัน คู่ขัดแย้ง
และหลังจบสงครามเขาย้ายไปอยู่ออสเตรเลีย ทำอาชีพนักตกแต่งภายใน
และย้ายกลับมาอังกฤษ ก่อนจะมาอยู่ที่บ้านพักคนชราในสองปีสุดท้ายของชีวิต

การเสียชีวิตของเขาถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น โดยทางผู้ดูบ้านพักคนชรา
ได้นำข่าวการเสียชีวิตของเขาไปแจ้งลงไว้ (ปกติจะมีการแจ้งรายชื่อผู้เสียชีวิต
ส่วนใหญ่ลงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในประเทศอย่างอเมริกา, อังกฤษ หรืออื่นๆ)
และได้แจ้งว่าผู้ตายไม่มีญาติที่ไหน เกรงว่าจะต้องทำพิธีอย่างเดียวดาย
ที่โบสถ์ และสุสานเมือง Lytham St Annes ซึ่งอยู่ติดทะเลทางตอนเหนือ
ของประเทศอังกฤษ ไม่ไกลจากเมือง Blackpool 


ข่าวของเขาถูกเผยแพร่ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค และถูกแชร์ต่อกันออกไป
ทำให้บรรดากลุ่มทหารผ่านศึก และชาวเมืองรวมตัวกันเพื่อร่วมพิธีศพ
ของเขาสมเกียรติ ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับวันระลึกสงครามโลกครั้งที่ 1 

ลินซ์ ไวท์เฮด นางพยาบาลที่ดูแลบ้านพักกล่าวว่า "เขาเป็นแฟนบอลเวสต์แฮม
และฉันเป็นแฟนบอลแบล็คพูล เขาเป็นคนเงียบๆ" 
"ซึ่งฉันเชื่อว่าถ้าเราสามารถบอกเขาสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น เขาคงจะบอกว่า 
อย่านะ!!ยกเลิกมันซะ ฉันต้องการอะไรสงบๆ"

ฟิล บูตันท์ เป็นอีกคนที่ได้รับแจ้งผ่านกลุ่ม Facebook ที่ได้มาร่วมงานนี้กล่าวว่า
"นี่เป็นครอบครัวที่คุณอาจไม่รู้ว่าคุณมี มันเป็นวัฏจักรชีวิต เราควรได้บอกลา"
"บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่หายไปจากวิถีชีวิตของชาวอังกฤษ"

อลัน คร้าก บาทหลวงผู้ทำพิธีกล่าวว่า "ที่คุณมาวันนี้ทั้งที่ไม่รู้จักเขา
นั่นเพราะเรามีความเป็นมนุษยชนร่วมกัน"













เรียบเรียงบทความโดย : aboutfriday.com
ขอบคุณข่าว และบทความจาก : independent.co.uktelegraph.co.uk
ขอบคุณภาพประกอบจาก : independent.co.uk, Reuters

Powered by Blogger.