The Chaser (2008) หนังเกาหลีที่อึดอัด หดหู่ หายใจไม่ทั่วท้อง และอาจทำคุณหน่วงทั้งวัน


ก่อนอื่นต้องขอสารภาพว่า ตัวผมเองนั้นได้ปิดกั้นตนเองจากหนังเกาหลีมานานพอควร
เพียงเพราะเบื่อกระแสหนัง หรือซีรีย์โรแมนติกที่คนไทยส่วนใหญ่ชอบดูกัน
จนทำให้พลาดหนังดีๆอีกมุมหนึ่งของเกาหลี นั่นคือเรื่อง The Chaser นี่แหละครับ
เพราะหนังเรื่องนี้สร้างด้วยต้นทุนต่ำ และได้ตีแผ่อีกมุมหนึ่งของกรุงโซล
มหานครในประเทศเกาหลีใต้ ผ่านเรื่องราวที่...ยากจะเกินบรรยาย

หนังเรื่อง The Chaser (Chugyeogja ชื่อเกาหลี) กวาดรายได้ทั่วประเทศไป 14 เท่า
จากทุนสร้างทั้งหมด และส่งจำหน่ายไปฉายต่อในเทศกาลหนังทั่วเอเชีย และทั่วโลก
และบรรดาคนทั้งโลกก็ต้องแข็งขาอ่อน ไม่มีเรี่ยวแรงหลังจากดูจบ
เพราะเสียพลังงานไปกับการลุ้นตลอดทั้งเรื่อง (ที่เขียนมานี่ไม่ได้โม้เลยสักนิดเดียว)
ซึ่งหนังกวาดรางวัลในบ้านเกิดไปเพียบ และในระดับเอเชียในสาขาย่อยอีกมากมาย


เรื่องราวของ The Chaser เกี่ยวกับตำรวจที่ถูกปลด แล้วมาทำงานเป็นพ่อเล้า
หรือแมงดานั่นแหละ ซึ่งทำหน้านี่เป็นเอเยนต์ติดต่อ ให้บรรดาพวกขาหื่น
ที่อยากปลดปล่อยของเหลวในร่างกาย และเสพย์กามอารมณ์กับสาวๆสวยๆ
ซึ่งตำรวจแมงดาจะรับหน้าตกลงราคา และนัดสถานที่ตามที่ต่างๆ และส่งสาวๆไป
บำบัดความใคร่ให้ขาหื่นที่เป็นลูกค้า ซึ่งมักจะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง
แต่ดันมีลูกค้าคนหนึ่งที่เรียกใช้บริการ แล้วสาวๆไม่เคยกลับมาทำงานอีกเลย
พอๆจบแค่นี้ ถ้าหลายๆท่านจะตัดสินใจหามารับชมอย่ารู้ไปมากกว่านี้
ซึ่งหนังได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของฆาตกรรมต่อเนื่องชื่อ Yoo Young-chul

ตัวหนังได้ผู้กำกับ Hong-jin Na ที่มากำกับหนังยาวครั้งแรก แต่ทำได้ไร้ที่ติ
และบรรดานักแสดงตัวนำทั้งสองอย่าง Yun-seok Kim กับ Jung-woo Ha
ก็แสดงได้อย่างสุดยอด (ตามสไตล์แอคติ้งแบบเอเชีย) 


หนังเรื่องนี้ไม่ได้ทำแค่เปิดโปงระบอบโสมมของมุมมืดในเกาหลีเพียงเท่านั้น
แต่ยังเปิดโปงระบอบราชการบางหน่วยของเกาหลีอีกด้วย 
และสุดท้ายเป็นสิ่งสำคัญที่สุดคือหนังเรื่องนี้เรท R ค่อนไปทาง 20+ 
ผมไม่ได้หมายถึงมันมีฉากแหวะอะไรหรอกนะครับ แต่มันค่อนข้างจะหนักสักหน่อย
สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ดูหนังแนวทริลเลอร์บีบคั้นหัวใจ 
เพราะตัวผมเองยังต้องกด Pause ในฉากๆหนึ่งเพื่อไปทำอารมณ์ให้หายหน่วง
ไม่งั้นแล็ป-ท็อปอาจจะปลิวไปติดผนังก็ได้เพราะมันกดดันสุดๆ (ไม่ได้โม้จริงๆนะ)
นี่ยังคิดอยู่ว่าคนที่มันดูในโรงสภาพมันจะเป็นยังไง...
แต่ที่แน่ๆ มันทำให้ผมไว้ใจผลงานหนังทริลเลอร์จากเกาหลีใต้ไปซะแล้ว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://en.wikipedia.org/
ขอบคุณภาพประกอบจาก : modoasia.com

Powered by Blogger.