การสร้างมันดาลา ศิลปวัฒนธรรมขั้นสูงของพระทิเบต นิกายมหายาน


มันดาลา คือมณฑลแห่งการตรัสรู้ ชื่อภาษาอังกฤษคือ Sand Mandala
เป็นความเชื่อ และเป็นศิลปวัฒนธรรมแต่โบราณของพระนิกายมหายาน หรือลามะ 
ซึ่งการสร้างมันดาลา นั้นมีความเชื่อ และประเพณีที่สืบทอดกันมานาน 
นอกจากนั้น ยังเป็นการใช้ฝึกจิต สมาธิ อย่างดีอีกด้วย เพราะแต่ละชิ้นนั้น 
ต้องใช้เวลาสร้างสรรค์กว่า 2สัปดาห์ ถึง 1เดือน!


การสร้างมันดาลานั้น มีหลายแบบแต่แบบของพระทิเบต นั้นจะสร้างด้วยการพ่นทราย
เป็นศิลปขั้นสูงต้องเป็นลามะที่ฝึกฝนมาอย่างดี จึงจะสามารถสร้างมันดาลาได้
ซึ่งจะมีเครื่องมือในการพ่นทราย หรือโรยทรายลงไป เสียงจะดัง แกร๊กๆๆๆๆๆๆ
ต้องมีสมาธิอย่างมากในการทำ ต้องมีจิตใจที่ปลอดโปร่ง สงบสุข และตั้งมั่น
นอกจากนี้ยังต้องใช้ความศรัทธาเป็นอย่างสูง เพราะเหล่าลามะจะใช้เวลาในการทำ
แต่ละครั้งราวๆ 8-12 ชั่วโมงต่อ 1วัน และต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการสร้าง
โดยเชื่อกันว่าการสร้างมันดาลา คือการบรรลุธรรมอย่างนึง  

ซึ่งมันดาลาจะมีรูปแบบเป็นวงกลม และมีรายละเอียดเกี่ยวกับ พุทธศาสนา
โดยจะมีประตู 4ทิศ อ้างอิงว่าเป็นประตูสู่จิตใจของพรหมวิหารทั้ง 4
นั่นก็คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา 
และยังมีรายละเอียดของคำสอน รวมถึงลวดลายทางวัฒนธรรม

เมื่อสร้างมันดาลาเสร็จแล้ว เหล่าลามะจะทำการแผ่สมาธิ และสวดบทใหญ่ๆ
หลังจากนั้นจะทำลายทิ้ง โดยการโกยทรายบรรจุเข้าโถ และนำไปทิ้งสู่แม่น้ำ
หรือแจกจ่ายให้บรรดาเหล่า พุทธศาสนิกาชนที่มาร่วมพิธี
โดยมีความเชื่อกันว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่จีรังถาวร ไม่มีอะไรยั่งยืน
ซึ่งล้วนเป็นกฏแห่งธรรมชาติ ไม่มีอะไรจะสามารถหลีกเลี่ยงได้
แม้กระทั่งความสวยงาม ทุกสิ่งที่สร้างต้องคืนกลับสู่ธรรมชาติ และจุดเริ่มต้น 
ตามคำสอนหลักของ นิกายมหายานคือ ทุกสิ่งเป็นอนัตตา 


นอกจากนี้การสร้างมันดาลาในปัจจุบัน ยังถูกนำมาปรับใช้กับเรื่องของจิตวิทยา
สำหรับรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านจิตใจ และเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง 
ว่าการสร้างมันดาลา สามารถฝึกจิตใจ และเข้าถึงผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น 

จะเห็นได้ว่ามันดาลา ไม่ได้เป็นเพียงแค่ศิลปะที่สวยงาม หรือเป็นวัฒนธรรม
ประเพณีของศาสนาเท่านั้น แต่ยังแฝงคำสอน ปรัชญา ของพุทธศาสนาเอาไว้ด้วย








เรียบเรียงข้อมูลโดย : aboutfriday.com
ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก : thebatavian.comwsj.com
ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ manager.co.then.wikipedia.orgdailymail.co.uk

Powered by Blogger.