Gone with the Wind หนังดราม่า-โรแมนติก-สงคราม กับเรื่องราวของผู้หญิงหลายผัว


แม้หนังเรื่องนี้จะไม่ใช่หนังที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลอีกแล้ว ถ้านับตัวเลขเงินจริงๆ
แต่ถ้านับจำนวนคนเข้าชม คนซื้อตั๋วล่ะก็ และปรับค่าเงินแล้วละก็...
ไม่รู้ชาตินี้จะมีคนทำลายสถิติได้ไหม แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า หนังต่างยุคต่างสมัย
อะไรๆมักจะมีตัวแปรสำคัญในนั้นด้วย แต่ก็ไม่ได้ลดคุณค่าของหนังเรื่องนี้เลย

ซึ่งจำนวนเงินที่หนัง Gone with the Wind หรือ ภาษาไทยในชื่อ วิมานลอย

สามารถทำได้จากการฉายเมื่อปี 1939 คือ 1,640,602,400 ล้านดอลลาร์ 
หนังฉายโรงใหญ่อยู่ราวๆ 8เดือนเต็มๆ แต่ฉายจนกว่าจะถอดโปรแกรมเกือบ 2ปี
เมื่อทำการปรับค่าเงินแล้วในอเมริกา ประเทศเจ้าของลิขสิทธ์
และเมื่อส่งไปฉายทั่วโลกกวาดเงินไปรวมๆ 3,440,000,000 ล้านดอลลาร์
จำนวนผู้เข้าชมหนังเรื่องนี้ในโรงไม่ต่ำกว่า 600ล้านคนทั่วโลก เมื่อสมัยยุค 30
นั่นเพราะว่า การชมภาพยนตร์นั้น ถือเป็นทางเลือกความบันเทิงที่ราคาไม่สูงนัก
แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะยาวเกือบ 4ชั่วโมงก็ตาม! (มีเบรคให้ไปเยี่ยวไปพักตอนครึ่งเรื่อง)

แต่รายได้ไม่ได้ทำให้ Gone with the Wind เป็นสุดยอดเท่านั้น เพราะหนังสามารถ
กวาดรางวัลออสการ์ไปครอง 8 รางวัล และถูกโหวตให้เป็นสุดยอดภาพยนตร์ของโลก
จากสถาบันต่างๆนับไม่ถ้วน ในอันดับต้นๆเสมอ 
ส่วนผลการโหวตจากผู้โหวตในอินเตอร์เน็ตทั่วโลก ผ่านเว็บไชต์ IMDB
หนังเรื่องนี้เข้ามาในอันดับ 153 จาก 250 อันดับแรก และมีผู้โหวตกว่า 200,000คน


นอกจากนี้วิมานลอย ยังถือเป็นหนังภาพสีเรื่องแรกๆ และเป็นหนังเรื่องแรกๆ
ที่เล่นประเด็นสงครามกลางเมือง และ ระบอบการปกครอง ระบบทาส ของคนยุคนั้น
เราจะได้เห็นการใช้แรงงานทาสผิวสีต่างๆ ที่ร่วมประเด็นยุคสมัยไปกับหนัง

เรื่องย่อของหนังเรื่องนี้ก็ประมาณ สังคมไฮโซ นางเอกรักผัวคนอื่น ผัวคนอื่นรักอีกคน
พระเอกมารักนางเอก แล้วก็มีประเด็นสงครามมาทำให้นางเอกสิ้นเนื้อประดาตัว
ซึ่งบุคลิกของนางเอกอย่าง วิเวียน ลีห์ ที่แสดงเป็น สกาเร็ตต์ โอฮาร่า 
นางวิมานลอยในเรื่องนี้ ถือเป็นการเปิดมิติแห่งการเป็นนางเอกที่ไม่ต้องนิ่งๆ
แรดแบบเงียบๆ เชิดแบบน่าอิจฉา จนมีส่วนในการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงเลย
ส่วนพระเอก คล้าก เกเบิล แกดังมากอยู่แล้วในยุคนั้น


ซึ่งหนังเรื่องนี้สร้างมาจากหนังสือชื่อเดียวกันของผู้เขียน Margaret Mitchell
เมื่อปี 1936 และเธอเสียชีวิตไปก่อน ซึ่งเธอมีแพลนจะเขียนภาคต่อไว้
แต่เมื่อ Alexandra Ripley  นำมาเขียนภาคต่อชื่อเรื่อง Scarlett
ก็โดนสังคมด่ากระจาย หนังทำออกมาก็เจ๊งกันระนาว เป็นคำเตือนว่า
อย่าไปแตะต้องต้นฉบับนะ!

และนี่ก็เป็นหนังตำนานเรื่องนึงที่ผ่านมา 70กว่าปีแล้ว แต่ยังต้องมนต์ไม่เสื่อมคลาย


ขอบคุณภาพประกอบจาก : IMDB.com
Powered by Blogger.