เรื่องราวของคดีลักพาตัวที่แปลก และฮือฮาสุดๆในโลก


เป็นเรื่องราวของลูกมหาเศรษฐี ชื่อ Patty Hearst (แพตตริเชีย เฮิร์สต์)
ที่ถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถ เมื่อปี 1974

พื้นฐานของอิเจ๊แพตตริเชียเนี่ย รวยมากเพราะตระกูลเปิดบริษัท Hearst Corporation
ซึ่งเป็นบริษัทสื่อ, สิ่งพิมพ์, นิตรสารต่างๆ
พออิเจ๊แพตริเชียอายุได้ 19 เจ๊แกก็เจอกลุ่ม SLA (Symbionese Liberation Army)
ลักพาตัวไปจากอพาตเม้นต์หรู ในแคลิฟอร์เนีย ตอนนั้นเจ๊แกอยู่กับคู่หมั้นด้วย
ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ปี 1974

กริ๊งๆๆๆๆๆ ตามแบบฉบับกลุ่มลักพาตัว พอได้ตัวแล้ว ก็ต้องโทรไปบอกข้อเสนอ
ให้กับครอบครัวตามเคย และ FBI ก็มาเสือก เอ๊ยมาช่วย ตามตำราเป๊ะๆ
SLA ยื่นข้อเสนอให้ครอบครัวเฮิร์สต์ แจกจ่ายอาหารให้คนยากไร้ ในแคลิฟอร์เนีย
อาการชั้นดี มูลค่าต้อง 70 เหรียญต่อคน (โหย...หล่อสุดๆสุภาพบุรุษโครตๆ
หยั่งกะโรบินฮู้ดเลยนะเอ็ง) ครอบครัวเฮิร์สต์ ก็ต้องตามแผน
นำอาหารไปแจกจ่ายขั้นต้น หมดไปประมาณ 2 ล้านเหรียญ
แต่...กลุ่ม SLA ไม่ยอมปล่อยตัว โดยบอกว่า
"กูให้แจกอาหารชั้นดีโว้ย ไม่ใช้อาหารฟ๊าดฟู๊ด" และเก็บแพตตริเชีย ไว้ต่อไป...

จนกระทั่ง 2 เดือนต่อมา เกิดเหตุปล้นธนาคารขึ้นในวันที่ 15 เมษายน
แล้วกล้องวงจรปิด จับภาพไว้ได้ เป็นภาพอิเจ๊แพตตริเชีย! โอ้โหอะไรเนี่ย
อิเจ๊สะพายปืนกลเลยครับ แหกปากสั่งเลย ปล้นแบงค์แถวๆ ซานฟรานซิสโก
งงกันทั้งโลกเลย เพราะอิเจ๊แพตตริเชียไปเข้ากับกลุ่ม SLA ซะงั้น!!

หลังจากนั้น แก๊ง SLA ปล่อยเทปออกมาอีก คืออิเจ๊แพตตริเชีย แกเปลี่ยนใจ
ตั้งแต่ 2 อาทิตย์แรกแล้วด้วยซ้ำ...เพราะมีเทปส่งออกมาบอกว่า
"หนูรู้ พ่อทำได้ดีกว่านี้" หลังจากแจกจ่ายอาหารให้คนยากไร้ ไม่ได้ตามเป้า
อิเจ๊แก ประกาศต่อ บอกว่า "ตนเองเป็นนักรบของ SLA ชื่อ ทาเนีย"

ต่อมาหัวหน้าแก๊ง เจอยิงตายห่า...อิเจ๊แพตตริเชีย หรือ ทาเนีย ก็ออกเทปอีก
บอกว่า "ฉันรักเขา เขาต่อสู้เพื่อคนยากไร้ ฉันก็จะทำแบบนั้นเช่นกัน"
คืออิเจ๊แกเปลี่ยนฝ่าย 100% เรียบร้อยแล้วล่ะ ไม่ต้องสงสัยอะไรอีกแล้ว

จากนั้นเวลาผ่านไป แก๊งก็ซ่าไม่หยุด แถมฆ่าคนไป 2คน
เลยเจอ FBI พร้อมตำรวจบุกถล่มที่อยู่แก๊ง SLA ยิงตายเรียบไป 6 ศพ
แต่ไม่เจออิเจ๊แพตตริเชียอีกแล้ว ไม่รู้ว่าหายไปไหนอีก...

เกือบๆ 2 ปีที่อิเจ๊แพตตริเชียหายหน้าไป จนถูกจับกุมได้ที่อพาตเม้นต์แห่งนึง
พร้อมเพื่อนสมาชิกในกลุ่มคนนึง ในเดือน กันยายนปี 1975

จากนั้นก็หายไปบำบัด และให้ FBI สอบสวนทำรูปคดี เพราะผลงานแก๊งเจ๊แก
ฆ่าคนตายไป 2คนด้วย พร้อมทั้งคดีปล้น ขู่กรรโชกทรัพย์อีกเป็นหางว่าว

ในเดือน มกราคมปี 1976 เจ๊แพตริเชีย แกก็มาให้การในศาล
แกบอกกับศาลว่า ตัวเองโดนล้างสมอง (จริงดิ!)
ทนายก็แก้ต่างบอก เพราะ แพตตริเชีย โดนขู่ให้ทำตาม (ปล้นแบงค์เนี่ยนะ)
และ อ้างทฤษฏีการเอาตัวรอดต่างๆ

แต่ทนายจบกันเลยทีเดียว เพราะเจ๊แพตตริเชีย แกเก็บสร้อย ที่ได้จากคนรัก
ของแกในแก๊ง SLA ไว้ติดตัวไม่ห่าง จบเลยครับ ศาลตัดสินจำคุก 7 ปี
เจ๊แกต้องถอนหมั้น กับคู่หมั้น (อย่าลืม ก่อนมารักกับหัวหน้า SLA แกยังหมั้นอยู่)
แต่ติดได้ไม่นาน ประธานาธิบดีก็ทำการอภัยโทษให้
พร้อมเสียค่าประกันกว่า 1.5 ล้านเหรียญ แต่ครอบครัว เฮิร์สต์ รวยอยู่แล้ว

หลังจากออกคุกมา แกก็มาพบรักกับ บอดี้การ์ดของตัวเอง...(เดี๋ยวๆๆๆ)
เจ๊แพตตริเชีย กับ เบอนาร์ด ชอว์ บอดี้การ์ด ที่เปลี่ยนสถานะ เป็นสามี
แต่งงานกันในปี 1979 และมีบุตรด้วยกัน 2 คน
ซึ่งทั้งคู่ก็ครองรักกันมาถึงปี 2013 ในวันที่ เบอนาร์ด เสียชีวิต

ตอนนี้เจ๊ แพตตริเชียแกก็ยังมีชีวิตอยู่ในวัย 61 ปี กับบทเรียนที่ทั้งโลกจดจำ


ซึ่งทางการแพทย์เรียกอาการของ แพตตริเชียว่า Stockholm Syndrome
คือหลังจากอยู่กับผู้ลักพาตัวเป็นเวลานานๆ ก็เกิดความผูกพัน
รู้สึกเริ่มเข้าใจเหตุผล และ เห็นอกเห็นใจ

ซึ่งอ้างอิงชื่อจาก เหตุการณ์ปล้นธนาคารของสวีเดน ที่หญิงสาวถูกจับเป็นตัวประกัน
แต่ดันให้การด้านบวกกับผู้ก่อเหตุ และ แต่งงานกันอีกด้วยในภายหลัง

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง : TIME.com
Powered by Blogger.