หนังเก่าก่อนปี 2010 มองโลกในอนาคต Technological หรือ Apocalyptic (Part 3)


Part อื่นๆ : คลิก

ไม่ใช่แบบ Utopia หรือ Dystopia นะครับ แบบนั้นมันเจาะจงเกินไป ไม่เปิดกว้าง
_____________________________________
โลกในอนาคต มักถูกแบ่งเป็น 2 พวก คือ โลกแบบ ที่หนึ่ง 'Technological'
โลกที่จะเต็มไปด้วย นวัตกรรม ของ เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สร้างขึ้นมา ให้มนุษย์ เเละ
สิ่งมีชีวิต ดำรงอยู่ได้อย่าง สะดวก สบาย ทั้งเทคโนโลยี ต่างๆ แต่ทั้งหมดนี้
ไม่อาจรวมกับ ไลฟ์สไตล์ การดำเนินชีวิต ของสังคม เเละ ภาพรวมของมนุษย์
ที่อาจเปลี่ยนแปลงตามวัฒนธรรม อารยธรรม แบบใหม่ๆ

FAHRENHEIT 451 (1966)เรื่องเกี่ยวกับโลกอนาคต ที่ดิจิตอล แบบสุดๆ โลกก้าว
ไปสู่ยุค  Technological เต็มตัว ทั้งโลก เสพข่าวสารจาก ทีวี ที่ติดทั่วห้อง ทั่วพื้นที่
เเต่โลกยัง ต่อสู้กับสงคราม นับไม่ถ้วน ที่เกิดขึ้น ทุกวัน เเละ ทุกปี
พวกนักวิชาการคิดว่า หนังสือ คือ ตัวจุดชนวนเรื่อง ทั้งหมด
เพราะ หนังสือ ทำให้คนเริ่มคิดต่าง เเละ มีความคิดริเริ่ม จากการต่อยอดการอ่าน
ทำให้ รัฐบาลประชุมกัน เเล้ว จัดการสั่ง เผาหนังสือให้หมดโลก

ดัดแปลงมาจากหนังสือชื่อเดียวกัน ที่เขียนไว้ตั้งเเต่ปี 1953
(ทำไมมันถึงคล้ายโลกปัจจุบันจังเลย!!!???)

ผู้กำกับ : François Truffaut
เขียนบท : Ray Bradbury(หนังสือ), François Truffaut, Jean-Louis Richard(ดัดแปลง)


Dark City (1998) หนังเล่นประเด็นโลกในความฝัน แน่นอนว่าไม่ใช่โลกของเรา
อันที่จริง มันไม่ใช่โลกปัจจุบันด้วย มันเป็นเมืองแปลกๆ อธิบายยังไงดีหว่า?
เอาเป็นว่า มีคนตื่นขึ้นมา เเล้ว จำอะไรไม่ได้เลย ไอ้หมอนี่ เสือกโดนไล่ล่าด้วย

ผู้กำกับ : Alex Proyas
เขียนบท :  Alex Proyas


Brazil (1985) บราซิล ชื่อหนัง เหมือนประเทศ ที่เตะบอลเก่งๆ สาวละตินสวยๆ
จริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้ มันค่อนข้าง ยังไงดี เนื้อเรื่องเกี่ยวกับ บางแห่งในโลก
ศตวรรษที่ 20 อืม..เปิดมาก็กวนตีนเเล้ว หนังเกี่ยวกับ โลกที่รัฐบาล ควบคุม
ดูแลทุกอย่าง สอดส่อง ดักฟัง เเล้วในหนังมันจะมีท่อ ท่ออะไรไม่รู้ ไว้ส่งของ
คือมันโยงทั่วไปทุกบ้าน ดูอินดี้ดี หนังอาจจะงงๆ เเต่ จริงๆเเล้ว มันก็งงจริงๆ

เอาเป็นว่า โปรดักชั่นของหนังเรื่องนี้ ออกแบบโลกอนาคต ได้สุดยอดมากๆ
เรื่องนึงเลย แถมเป็นหนังจากอังกฤษ ด้วยนะ

ผู้กำกับ :  Terry Gilliam
เขียนบท :  Terry Gilliam


Rollerball (1975) โลกในอนาคต กีฬาเกมส์ คนอัดคน เหมือนหนัง บาสไล่ตืบ
กันที่บางประเทศ แถวนี้เอามาเป็นแรงบันดาลใจน่ะ คือกีฬานี่ มันไม่มีไรเลย แค่
พาบอล เข้าไปขว้างให้เข้าช่อง เเต่ในสนาม มันเอารถ เอาคนมาเล่น สเก็ต
ไล่ตืบกันเอามันส์เข้าว่า สนามจะเป็นวงกลมๆ ก็เท่ดี โลกในหนังก็เท่ด้วย

ผู้กำกับ : Norman Jewison 
เขียนบท : William Harrison 

_______________________________________________________

และแบบที่ 2 คือโลกที่ตรงกันข้าม คือโลกแบบ 'Apocalyptic'
โลกที่จะต้องเริ่มสร้าง อารยธรรมใหม่ หลังจากการเกิดการณ์ต่างๆ ที่รุนแรงถึง หายนะ
ทำให้ มนุษย์เหลืออยู่ไม่กี่หย่อม ไม่ว่าจะเป็น โลกหลังเกิด สงคราม, โรค ไวรัสระบาด,
อุกกาบาตชน, นิวเคลียร์ถล่มโลก, สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง  หรือ มนุษย์ละทิ้ง 
กฏหมาย จารีต ทั้งหมดนี้ คือโลก แบบ สูญสิ้น เเละ ผู้คนที่รอดชีวิต จะต้องเริ่มต้นใหม่


Terminator Salvation (2009) หนังโลกล่มสลาย แบบเห็นภาพ แต่ยังถล่มกัน
ให้เละ อีกรอบแบบจะๆ หลัง 3 ภาคก่อนหน้านี้ ย้อนเวลา ไล่ยิงกันชิบหายไปแล้ว
เนื้อเรื่องเกี่ยวกับ โลกล่มสลายหลัง ซัดนิวเคลียร์กัน แถมยังมีสงคราม คนเหล็ก
อีกซ้ำสอง ทำให้โลก กลายเป็น โกโก้ครั้นช์ แต่ ต้องซัดกันอีกรอบนึง
วัดกันว่าใครจะอยู่ใครจะไป กับ แก็งค์ คนเหล็ก ในยุคปี 2018

ผู้กำกับ :  Joseph McGinty Nichol
เขียนบท : James Cameron(ต้นฉบับ), John D. Brancato, Michael Ferris



Knowing (2009) หนังพล็อตสุดเท่ เมื่อปี 1959 นักเรียนหญิงคนนึง ดันไปรู้วัน
หายนะโลกเข้า แล้วเขียนลงไปใน กระดาษ ที่จะส่งให้ นักเรียนรุ่น อีก 50 ปี
ข้างหน้า เปิดดู ลูกพระเอกดวงดี ได้กระดาษแผ่นนี้มา เเล้ว พระเอกก็ไขปริศนา
ว่ากระดาษ แผ่นนี้ เเม่งทำนาย อนาคตถูกหมดเลยนี่หว่า อุบัติเหตุต่างๆ
ที่ทำให้ผู้คนเสียชีวิต ตัวเลขถูกหมดเลย !

ผู้กำกับ : Alex Proyas 
เขียนบท : Ryne Douglas Pearson


The City of Lost Children (1995) โลกที่ประชากร เหลือไม่กี่หย่อม แต่หนังมุ่ง
ไปที่ตัวนักวิทยาศาสตร์ แก่ๆ ที่ไม่มีความฝัน แกเลยสั่งลูกน้องไป ลักพาตัวเด็ก
มาเพื่อขโมยความฝัน เป็นหนังฝรั่งเศส ทีเจ๋งมากๆ

ผู้กำกับ : Marc CaroJean-Pierre Jeunet
เขียนบท : Gilles Adrien, Jean-Pierre Jeunet, Marc Caro


The Day After Tomorrow (2004) เมื่อโลกเย็นเต็ก กลายเป็นน้ำแข็ง ฉับพลัน
ผู้คนที่อาศัย ในอเมริกาเหนือ กลายเป็นตู้เย็น หนังมีแค่นี้ครับ ก็มีหน้าหล่อๆ
ของเจ็ค จิลเลนฮาลโผล่มา เป็นระยะ สนุกดีครับ คนตายเป็นเบือเช่นกัน

ผู้กำกับ : Roland Emmerich
เขียนบท : Roland Emmerich

ขอบคุณภาพประกอบจาก : nacho3, graffiti-freak, tumblr.com, steampunkfilm, wirednewyork.com
Powered by Blogger.