เมื่อชาวอังกฤษพิสูจน์ให้เห็นว่า สื่อไม่สามารถยัดเยียดดนตรีให้พวกเขาได้


โลกดนตรีเปลี่ยนไปตลอดเวลาทุกคนรู้ข้อนี้ดี เเละอุสหกรรมดนตรีก็เปลี่ยนตามกาลเวลา
โดยเริ่มจากการที่มีเวทีประกวดร้องเพลงมากมายผุดขึ้นมานับไม่ถ้วน
เเละ X-factor คือรายการประกวดร้องเพลงชื่อดังรายใหญ่ของอังกฤษ
ที่สร้างนักร้องดังๆมากมายเช่น One Direction งี้ Leona Lewis งี้

จนปี 2009 ดีเจรายการเพลงร็อคเริ่มทนไม่ไหว เพราะไปไหนคนก็เปิดเเต่เพลงของบรรดานักร้อง
จากรายการ X-factor เพราะบรรดาแฟนรายการนี้พวกเขาอยากฟังเพลงจากนักร้องในรายการนั่นเอง
จนบรรดาเพลงพวกนั้นถูกเปิดซ้ำๆวนๆ เเละช่วงคริสมาสต์ ช่วงที่คนอังกฤษต่างลุ้นกันว่าเพลงไหน
จะมียอดขายสูงสุดก็มักจะหนีไม่พ้นเพลงจากรายการ X-factor นั่นแหละ

(เจ้าของแคมเปญนี้)

จอห์น เเละเทรซี่ มอเตอร์ สองสามี-ภรรยา ดีเจชาวร็อค เลยจัดแคมเปญอีกครั้ง (รอบก่อนไม่มีคนสนใจ)
คราวนี้มาแผนใหม่ เอาเพลงที่ต่อต้านกร้านโลก แบบสุดๆ เเละตรงตัวอย่าง ''Killng in The Name''
เนื้อหาตรงๆเน้นๆ ''อย่าเสือกมาบอกกูว่าต้องทำอะไร'' ของวง  Rage Against The Machine
วงร็อคเมทัลสายด่าการเมือง จากแอลเอ ที่ฟอร์มวงตั้งเเต่ปี 1991
โดยใช้ชื่อแคมเปญ ''Rage against X Factor'' ด้วยความรุนแรงของเพลง
ที่ด่ากราดชิบหาย พ่นด้วยคำนำหน้าด้วยตัว F มากมาย
เเละเเคมเปญ Rage against X Factor ก็ถูกปล่อยออกมาอีกครั้ง
โดยแคมเปญนี้หวังว่าอยากให้ชาวอังกฤษช่วยกันซื้อ เเละโหลดเพลง Killng in The Name
ให้เป็นเบอร์ 1 เหนือเพลง The Climb จาก Joe McElderry ผู้ชนะรายการ X Factor ที่ยอดขายนำโด่ง


เมื่อวง Rage Against The Machine หรือ RATM มาเห็น ก็เกิดอารมณพุ้งพล่าน
อดินาลีนสูบฉีด ''แบบนี่เเม่งเข้าทางกูเลยไอ้ห่า เดี๋ยวพวกกูจะสั่งสอนไอ้รายการ
บัดซบนั่นเอง มึงคิดจะควบคุมทุกอย่างเหรอไอ้หำ''
ทางวงได้ช่วยโปรโมทแคมเปญกันสุดกำลัง เเละมันเป็นที่สนใจพอให้บรรดาผู้ฟังทั้งหลาย
ดาวน์โหลดกันกระหน่ำแหลกแหกหีเลยทีเดียว


นาย Joe McElderry  เจ้าของซิงเกิ้ล Cover เพลง The Climb คู่แข่งมาเห็นเข้าก็ออกมาเย้ยว่า
''กูละขำกับความคิดโง่ๆแบบนี้จริงๆ เอ็งคิดว่าพวกเอ็งทำอะไรกันอยู่
พวกเอ็งก็แค่เกาะกระแสกันเท่านั้น กูไม่เคยเห็นใครเปิดเพลงแบบนี้ตอนแดกข้าวเที่ยงเลยนะ''


เเละกรรรมการผู้ตัดสินนาย Simon Cowell  ก็บอกว่าอีกว่า
''พวกคุณเป็นอะไรกันมากไหม เพลงนี้จะขึ้นอันดับ 1 ชาร์ต UK ตามเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย
พวกเขาน่าจะเอาเวลาไปทำอย่างอื่น''

''ทำอย่างอื่น'' ที่นายSimon Cowell พูดไม่รู้หมายถึงอะไร...
เพราะวง RATM เเละ ดีเจจอห์นกับเทรชี่ ได้ยินดังนั้น เลยจัดการออกมากระตุ้นอีกรอบ
โดยหากพวกเขาชนะ เเละได้เป็นเพลงขึ้นอันดับ 1 ในคริสมาสต์ พวกเขาจะเล่นคอนเสิร์ตขอบคุณฟรีๆ
ซึ่งจะเป็นการวมตัวกันครั้งเฉพาะกิจเลยทีเดียว และรายได้ทั้งหมดจะมอบให้แก่มูลนิธิช่วยเหลือผู้ไร้บ้าน
บรรดาคนดังในอังกฤษและอเมริกาพอแม่งเห็นว่า RATM จะรวมตัวแม่งจะทำไงละครับ!
ก็ออกมาสนับสนุนสิ ทั้งโปรโมทกันผ่านแฮคแท็กทวิตเตอร์สนับสนุนแคมเปญนี้สุดกำลัง

(คอนเสิร์ตที่จัดขึ้นฉลองชัยชนะ พร้อมเพลงของแคมเปญ)




เเละเเล้วสุดท้ายซิงเกิ้ล 'Killng in The Name' ก็ทำยอดขายได้ 175,000 กว่าก็อปปี้
ยอดดาวน์โหลดกว่า 500,000 ครั้ง ทิ้งห่างคู่เเข่งอย่างเพลง The Climb
ที่ขายได้ 111,000 กว่าก็อปปี้ เข้าป้ายคว้าชัยชนะไปครองอย่างยิ่งใหญ่
โดยใช้เวลาตามหลัง เเละพลิกแซงเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น เเละนอกจากนี้
เพลง 'Killng in The Name' ยังกลายเป็นเพลงที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดในประวัติศาสตร์
ของสหราชอาณาจักรอีกด้วยนับในรอบ 1 สัปดาห์

Rage Against The Machine ก็ทำตามสัญญา เล่นคอนเสิร์ตใหญ่
ขอบคุณในปีต่อมาใน London ด้วยยอดผู้ชม 45,000 กว่าคน เเละยอดรายได้
160,000 ปอนด์ พร้อมคอนเสิร์ตสุดประทับใจ ที่แฟนเพลงยกให้เป็นอันดับ 1 ของปีเลยทีเดียว
ยิ่งกว่าเทศกาลดนตรี Garstonbury เสียอีก

เเละนี่คือบทสรุปของเฟรนไชส์ต่างๆ รายการต่างๆ ที่พยายามจะควบคุมเรา
โดยพยายามให้ฟังเเต่เพลงที่เค้าอยากให้ฟัง เเละสร้างฐานแฟนคลับ ที่สามารถกำหนดทิศทาง
ของเพลงได้ ซึ่งคนอังกฤษทำให้เห็นเเล้วว่าเขาควรเป็นผู้ตัดสินใจ เลือกฟังเพลงเอง
เเละชัยชนะครั้งนี้ยังเป็นชัยชนะที่รวมไปถึงสื่อต่างๆด้วย
เพราะนี่ไม่ใช่เเค่ชัยชนะสำหรับดนตรีเเต่ยังเป็นชัยชนะสำหรับโลกเสรี
ที่สามารถออกสิทธ์ออกเสียงกันได้อย่างเต็มที่
ดั่งในท่อนเพลงของ RATM ที่ว่า ''Fuck you, I won't do what you tell me ''

เรียบเรียงโดย: aboutfriday.com
ขอขอบคุณ: Jon and Tracy morter , Rage Against the Machine
ขอขอบคุณเครดิต จาก: BBC Radio , NME , The Mirror ,
Capital FM , Telegraph.UK

Powered by Blogger.